เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1836 ลั่วลั่วเรียกฉันว่าแม่
ซ่งเชียนหย่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าของฉู่เหว่ย
ฮ่าว
“เหว่ยฮ่าว?”
“ใช่ ผมเอง!” เสียงของฉู่เหว่ยฮ่าวแหบพร่า “คุณตื่นแล้วเหรอ?”
สมองของซ่งเชียนหย่ายังคงสับสนอยู่บ้าง “ทำไมคุณ…ถึงร้องไห้
ล่ะ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวรู้สึกปวดใจมากขึ้น เขาหันตัวไปด้านข้าง เผยให้เห็น
ร่างที่ยืนอยู่ด้านหลัง “คุณดูสิว่าใครกลับมา?”
ซ่งเชียนหย่าเห็นร่างนั้น “ลั่วลั่ว?”
ประโยคต่อมา “ฉันกำลังฝันอยู่หรือเปล่า?”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “ฝันอะไรกัน? ลั่วลั่วกลับมาแล้วจริง ๆ แถมยังเป็นคน
ช่วยชีวิตคุณด้วย”
ฉู่เหิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟังอีกครั้ง
ซ่งเชียนหย่าจ้องมองฉู่ลั่วตลอดเวลา แต่เมื่อฉู่ลั่วหันมามอง เธอ
ก็หลบสายตาโดยไม่รู้ตัว แต่หลังจากผ่านไปสักพัก เธอก็มองตอบอีก
ครั้ง
หลังจากฟังจบ เธอก็พูดเสียงเบาว่า “ขอบคุณนะลั่วลั่ว ลั่วลั่ว…ที่
นั่นเป็นยังไงบ้าง? ทุกอย่างราบรื่นดีไหม?”
ฉู่ลั่ว “ทุกอย่างดีมากค่ะ ราบรื่นดี”
ซ่งเชียนหย่า “งั้นก็ดีแล้ว ดีแล้วล่ะ”
ทั่วห้องตกอยู่ในความเงียบ
ฉู่เหิงก้าวออกมา “ลั่วลั่วไปพักผ่อนเถอะ! พรุ่งนี้เธอต้องไป
แข่งขันไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ซ่งเชียนหย่าอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
ฉู่ลั่วที่เดินไปถึงประตูก็หยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมามองซ่งเชียน
หย่า “แม่คะ ช่วงนี้หนูจะอยู่ที่บ้าน”
พอเธอพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับฉู่เหิง
เหลือเพียงฉู่เหว่ยฮ่าวและซ่งเชียนหย่าที่ยืนตะลึงอยู่ในห้อง
ซ่งเชียนหย่าคว้ามือของฉู่เหว่ยฮ่าวไว้ทันที “ที่รัก คุณได้ยิน
ไหม? ลั่วลั่วเรียกฉันว่าแม่ และบอกว่าเธอจะอยู่ที่บ้าน”
แม่?
บ้าน?
อยู่ที่บ้าน?
ฉู่เหว่ยฮ่าวเองก็น้าตาคลอเบ้า “ผมได้ยินแล้ว ได้ยินแล้ว”
เขายื่นมือไปกอดซ่งเชียนหย่าไว้ในอ้อมแขน “ผมได้ยินแล้ว!”
ฉู่ลั่วมาถึงหน้าห้อง ฉู่เหิงพลันเรียกเธอไว้ “ลั่วลั่ว ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณอะไรกัน นั่นก็แม่ของหนูด้วยนี่นา”
ฉู่เหิงยิ่งรู้สึกปวดใจมากขึ้น “งั้นเธอพักผ่อนเถอะนะ”
ในห้อง
ฉู่ลั่วได้รับแจ้งจากฝ่ายจัดการแข่งขันผ่านสมองกล การแข่งขัน
รอบที่สองคือการแข่งขันวิชาอาคม
การแข่งขันวิชาอาคมครั้งนี้แตกต่างจากการปราบผีปราบปีศาจ
ครั้งก่อน แต่เป็นการสวดส่งวิญญาณ
เธออ่านกฎการแข่งขันสองสามครั้งแล้วปิดสมองกล ก่อนสายตา
จะเริ่มสำรวจข้าวของเครื่องใช้ในห้อง
ทุกอย่างยังเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนไม่มีผิด ไม่มีอะไร
เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
แต่มีเพียงเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อน
กระทั่งเครื่องนอนก็ยังเป็นแบบเดียวกับที่เธอใช้เมื่อก่อนด้วย
ฉู่ลั่ว “….”
เวลาผ่านไปสักพัก เธอก็เลิกผ้าห่มออกและนอนลงไป หลับตาลง
พักผ่อน
วันรุ่งขึ้น
หลังฉู่ลั่วอาบน้าเสร็จ เธอเปิดประตูออกมา เห็นซ่งเชียนหย่ายืน
อยู่ที่หน้าประตู
ซ่งเชียนหย่าเห็นเธอออกมาแล้ว ดวงตาก็เปล่งประกาย ท่าทางดู
มีชีวิตชีวาขึ้นมาก ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่มืดมนจนแยกแยะสิ่งใดไม่
ออก
“ลั่วลั่วตื่นแล้วเหรอ? เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม?”
“หลับสบายดีค่ะ”
“ลูกอยากกินอาหารเช้าไหม? แม่ทำอาหารเช้าที่ลูกชอบหลาย
อย่างด้วยตัวเองเลยนะ” เธอรีบพูดต่อ “ถ้าลูกไม่ว่าอะไรก็มากินสิ แต่
แม่ก็รู้ว่าตอนนี้ลูกกำลังบำเพ็ญ ไม่จำเป็นต้องกินอาหารก็ได้”
ฉู่ลั่วรู้สึกเจ็บใจอย่างบอกไม่ถูก “หนูจะกินค่ะ”
ซ่งเชียนหย่าดีใจมาก ก้าวเท้าด้วยความกระตือรือร้น “ถ้าอย่าง
นั้นแม่จะไปดูหน่อย กลัวว่าถ้าตุ๋นนานเกินไป มันจะไม่อร่อย”
ฉู่ลั่วเดินลงบันได ถึงได้เห็นว่าที่โต๊ะอาหารมีคนเพิ่มขึ้นมาอีก
สองสามคน
เป็นเวินอวิ๋นเสากับฉู่จ้าน
โดยเฉพาะฉู่จ้าน พอเขาเห็นเธอก็ลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางเหมือน
อยากจะพูดอะไรแต่ก็กลั้นเอาไว้
เวินอวิ๋นเสายังคงอ่อนโยนเหมือนเก่า แถมยังอ่อนโยนและเอาใจ
ใส่มากกว่าเดิมด้วยซ้า “ลั่วลั่วกลับมาแล้วสินะ”
ฉู่ลั่วเรียกเธอว่า ‘พี่สะใภ้’ เวินอวิ๋นเสาก็ยิ้มอย่างมีความสุขมาก
ขึ้น “พวกคุณพี่น้องคุยกันเถอะ ฉันจะไปดูคุณแม่ที่ห้องครัว”
พอเธอเดินจากไป ฉู่จ้านก็อดถามไม่ได้ว่า “เธอกลับมาแล้ว
เหรอ?”
“ยังไม่กลับค่ะ”
ฉู่จ้านชะงักไปชั่วขณะ “ทำไมล่ะ?”
ฉู่ลั่ว “เธอกำลังปลูกดอกไม้และต้นไม้อยู่ที่นั่น และยังเลี้ยงลูก
กับเฉิงยวนด้วย”