เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1858 เวินหลิงเยว่
“ข้อมูลควรได้รับการอัปเดตแล้วนะ”
“มีแค่ฉันคนเดียวหรือที่สนใจกลุ่มคนที่ไปโจมตีจิ่งอี? คนพวก
นั้นแตกต่างจากพวกเรานะ! พวกเขาล้วนต้องการเอาชีวิตของจิ่งอี
ทั้งนั้น”
มีคนหัวเราะเยาะ “แบบนี้ไม่ดีกว่าหรือไง? ฉู่ลั่วจัดการพวกนั้นไป
พวกเราก็จะมีคู่แข่งน้อยลง”
เหลือแค่ห้าร้อยคนถึงจะถือว่าผ่าน
ตอนนี้ผ่านการต่อสู้มาระยะหนึ่งแล้ว พวกเขาก็แค่ทำให้คนพัน
กว่าคนถูกคัดออกไปเท่านั้น
ยังเหลืออีกหลายพันคน ถ้าฉู่ลั่วสามารถจัดการได้บางส่วน
สำหรับพวกเขาก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่ไปโจมตีจิ่งอี้นั้นล้วนมี
ความสามารถที่แข็งแกร่งมาก
หากฉู่ลั่วจัดการกับคนกลุ่มนี้ได้ โอกาสที่พวกเขาจะชนะก็จะยิ่ง
มากขึ้น
ส่วนอีกด้าน หลิงฟางได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขา
แยกตัวออกไปให้ฟังแล้ว
ตอนแรก คนในทีมอื่นไม่กล้าลงมือกับพวกเขา จนกระทั่งได้ลอง
สำรวจดูสองสามครั้งแล้วพบว่าฉู่ลั่วไม่ได้อยู่ด้วย พวกเขาจึงวางแผน
แยกจิ่งอีกับหลิงฟางออกจากกัน
แล้วจัดการกับพวกเขาทั้งสองคน
หวังว่าจะจัดการพวกเขาให้เสร็จก่อนที่ฉู่ลั่วจะกลับมา เพื่อให้
ฉู่ลั่วพ่ายแพ้โดยอัตโนมัติ
หลิงฟางรู้สึกร้อนใจ “ลูกพี่ พวกเรารีบไปหาจิ่งอีกันเถอะ! คน
พวกนั้นไม่เพียงแต่ต้องการให้จิ่งอีถอนตัวจากการแข่งขัน แต่ยัง
ต้องการร่มที่อยู่ในมือของจิ่งอีด้วย”
“เสวี่ยหลวน”
ฉู่ลั่วเอ่ยชื่อของร่มสีแดง
หลิงฟางไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่พูดว่า “ใช่ นั่นแหละ เสวี่ยหล
วน พวกเขาต่างก็อยากแย่งชิงเสวี่ยหลวนไป”
“ลูกพี่ พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
ขณะที่พูด พวกเขาก็มาถึงภูเขาลูกหนึ่งที่ไม่สูงนัก ตอนนี้
สามารถได้ยินเสียงการต่อสู้ได้อย่างชัดเจนแล้ว
หลิงฟางแปลงร่างเป็นสิงโตขาวทันที แล้วนั่งยอง ๆ อย่างว่าง่าย
“ลูกพี่ ตอนนี้พลังวิญญาณของคุณถูกปิดผนึก ไม่สะดวกที่จะใช้วิชา
อาคม ให้ผมพาคุณไปเถอะครับ!”
ไม่ว่าลูกพี่จะถูกปิดผนึกพลังวิญญาณจริงหรือไม่ แต่ต่อหน้า
กล้องถ่ายทอดสด ละครก็ต้องแสดงให้ครบถ้วน
หลิงฟางแบกฉู่ลั่ววิ่งไปอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ระมัดระวังหลบกิ่งไม้
ตามทาง ไม่นานก็มาถึงจุดที่ต่อสู้
เขาคำรามเสียงดัง “ลูกพี่ฉู่ลั่วมาแล้ว ใครกล้าทำร้ายจิ่งอีกัน!”
เสียงคำรามสั่นสะเทือนจนกิ่งไม้ในป่าสั่นไหว ฝูงนกบินหนีออก
จากกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง หลิงฟางกระโดดพาฉู่ลั่วเข้าไปใน
ศูนย์กลางแล้วคำรามใส่อีกครั้ง “ดูซิว่าใครกล้ารังแกคนของลูกพี่”
เขาแกล้งทำเป็นเสือเพื่อข่มขู่คนอื่นสุด ๆ
ทุกคน “…”
“เอ่อ…” ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งยกมือขึ้นพยายามเอ่ยปาก
“มีอะไร?” หลิงฟางจ้องเขม็ง
ผู้บำเพ็ญสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกตวาด “เป็นไปได้ไหมว่า พวกคุณ
อาจจะเข้าใจผิดคน”
หลิงฟางแค่นเสียงเย็นชา หันกลับไปด้วยท่าทางแข็งกร้าวมาก
“จิ่งอีอยู่ไหน?”
อีกฝ่ายก็เป็นสาวน้อยอายุราวยี่สิบกว่า ผมยาวประบ่าทั้งยัง
หยักศกเล็กน้อย น่าเสียใจแทนจริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถาม เธอยักไหล่พลางแบมือทั้งสองข้าง
“เธอถูกเป่ยฉินกับพวกไล่ล่า จนหนีไปทางหุบเขาทางเหนือแล้ว”
“พวกคุณไปตามหาเธอเถอะ!”
หลิงฟางเพิ่งจะมองเห็นเด็กสาวตรงหน้าชัดเจน แม้จะทำท่าสงบ
นิ่ง แต่ทั่วร่างกายมีบาดแผลไม่น้อยแล้ว บนใบหน้าขาวซีดก็มีรอย
เลือดซึมออกมาเป็นทาง
“เธอ…เพื่อนร่วมทีมของเธอล่ะ?”
พวกเขาไม่อยู่แล้วหรือ?
เป็นไปไม่ได้!
เด็กสาวคนนี้ยังมีพลังวิญญาณอยู่ แสดงว่าเธอไม่ใช่หัวหน้าทีม
เด็กสาวสะบัดแส้ของเธอ แล้วส่ายหัวไปมา “อยู่ทางนั้น”
เธอชี้ไปที่ฝูงชน
คนที่ถูกเธอชี้มีสายตาเปลี่ยนไป “เวินหลิงเยว่ เธออย่าพูด
เหลวไหล ทั้งหมดนี้ก็เพราะเธอไม่ฟังคำสั่งของหัวหน้า…”
เวินหลิงเยว่หัวเราะเยาะ สะบัดแส้ แส้ส่งเสียงในอากาศ “อยากให้
ฉันออกจากการแข่ง พวกนายก็ต้องเสียเลือดเสียเนื้อซะก่อน”
หลิงฟางไม่อยากยุ่งเรื่องของคนอื่น ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้อง
ไปช่วยจิ่งอี
หลิงฟางยกเท้าจะวิ่งหนี แต่ถูกฉู่ลั่วเรียกให้หยุด
ฉู่ลั่วมองไปที่เวินหลิงเยว่
ส่วนเวินหลิงเยว่ไม่กล้าสบตากับเธอ เพียงแค่เบือนหน้าไปมอง
ทางอื่น