เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1888 ไม่ใช่ตัวปลอมใช่ไหม
ฉินเหว่ยอธิบายต่อ “เบื้องบนยังกังวลว่าคุณอาจจะเป็น
ปรมาจารย์ฉู่ลั่วตัวปลอม ช่วงหลายปีมานี้มีเหตุการณ์วุ่นวายเกี่ยวกับ
ฉู่ลั่วตัวปลอมเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วครับ”
“ทั้งคนที่มีอำนาจและพ่อค้ารวย ๆ ต่างก็เคยถูกหลอกกันมาแล้ว”
“การหลอกลวงที่แนบเนียนที่สุดเกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ฝ่ายนั้น
เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงหลังจากเข้าไปในมณฑลหนานด้วย เกือบจะ
ก่อเรื่องใหญ่ โชคดีที่ทางมณฑลหนานเจอตัวได้ทันเวลา”
“หลังจากนั้น ผู้บริหารระดับสูงถึงกับเปิดเผยคดีฉ้อโกงของฉู่ลั่ว
เพื่อ…เพื่อให้ความรู้กับประชาชน ถึงได้ทำให้การหลอกลวงทำได้ไม่
ง่ายเหมือนเดิม”
ฉู่ลั่วสองคำนี้
ตอนพูดออกมาก็เหมือนกับการบอกคนอื่นว่าเธอคือจิ๋นซีฮ่องเต้
และกลายเป็นมีมฮิตบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว
ฉู่ลั่ว “หลอกจนไปถึงมณฑลหนานเลยหรือคะ?”
ฉินเหว่ยพยักหน้า
ฉู่ลั่วถามว่า “ก่อเรื่องใหญ่อะไรขึ้นมา?”
ฉินเหว่ยที่เมื่อครู่ยังพูดทุกอย่างออกมาพลันปิดปากเงียบ เขา
มองฉู่ลั่ว แล้วก็หันไปมองข้างหน้า “เป็นความลับ พูดไม่ได้ครับ”
ฉู่ลั่วจึงหลับตาลงอีกครั้ง
รถเหาะแล่นเร็วมาก ไม่นานก็มาถึงมณฑลเหลียว
หลังผ่านมณฑลเหลียวแล้วก็มุ่งตรงไปยังภูเขาลึก เข้าไปในพื้นที่
ที่ไม่มีคนอยู่
จนกระทั่งคฤหาสน์โบราณหลังหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ ฉู่ลั่วก็รู้สึกถึงพลังหยินที่แข็งแกร่ง
รถเหาะยังจอดไม่สนิท เธอก็เปิดประตูกระโดดลงไปทันที
ฉินเหว่ยตกใจจนต้องตะโกนเรียกหลายครั้ง
ฉินเหว่ยจอดรถให้มั่นคงแล้วรีบวิ่งตามมา
ทันใดนั้น นักพรตในชุดเครื่องแบบกว่ายี่สิบคนกระโจนออกมา
จากทุกทิศทาง พร้อมกับเล็งปืนไปที่ฉู่ลั่วและฉินเหว่ยพร้อมกับกล่าว
ว่า “สถานที่นี้เป็นพื้นที่ของทหาร คนทั่วไปห้ามเข้า”
ฉินเหว่ยรีบหยิบบัตรประจำตัวและบัตรผ่านออกมา
หลังจากตรวจสอบแล้ว นักพรตทั้งยี่สิบกว่าคนก็เก็บอาวุธ
ทั้งหมด
แต่มีบางคนยังคงจ้องมองฉู่ลั่วไม่วางตา
“คล้ายกับเจ้านิกายอยู่นะ!”
“ดูเหมือนจะคล้ายอยู่!”
“ไม่ใช่ตัวปลอมอีกใช่ไหม!”
“หัวหน้าฉิน ฉู่ลั่วคนนี้เป็นตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่?”
ฉินเหว่ยมองฉู่ลั่วที่จ้องบ้านผีสิงอย่างไม่วางตา “เหมือนว่าจะเป็น
ตัวจริง ผ่านการตรวจสอบจากปรโลกมาแล้ว”
“คนก่อนหน้านี้ก็เคยตรวจสอบมาแล้ว บางทีอาจจะเป็นการ
หลอกลวงแบบใหม่ก็ได้” นักพรตคนหนึ่งกล่าวด้วยความกังวล “จะ
ปล่อยให้เธอเข้าไปจริง ๆ เหรอ! ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา…”
ก่อนที่พวกเขาจะพูดจบ ประตูใหญ่ของบ้านผีสิงที่ปิดแน่นก็เปิด
ออกเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
“สวัสดีหัวหน้าฉิน! จู่ ๆ เมี่ยวเมี่ยวบอกว่าปรมาจารย์ฉู่มาแล้ว!
ฉันก็เลยออกมา…” ยังพูดไม่ทันจบ เธอก็เห็นฉู่ลั่วที่ยืนอยู่หน้าประตู
แล้ว
ดวงตาของปิ่งอินหวาค่อย ๆ เบิกกว้าง เธอก้าวออกมาโดยไม่
รู้ตัว แต่ก็รีบถอยหลังกลับ มือทั้งสองจับประตูเอาไว้ “เป็นปรมาจารย์
ฉู่ตัวจริงหรือเปล่า? ไม่ใช่ตัวปลอมใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วมองปิ่งอินหวาและก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่?”
“เป็นปรมาจารย์ฉู่ตัวจริงหรือเปล่า? เป็นปรมาจารย์ฉู่ตัวจริงใช่
ไหม?”
พี่หมิงก็โผล่หัวออกมาจากหลังประตูเช่นกัน
ทั้งสองคนก็ไม่ใช่หนุ่มสาวอีกแล้ว
สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความหวัง ทั้ง
ยังระแวดระวังด้วย
“เป็นปรมาจารย์ฉู่จริง ๆ หรือ? ปรมาจารย์ฉู่กลับมาแล้วจริง
เหรอ?”
“ฉันเอง”
ฉู่ลั่วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พูดด้วยน้าเสียงอ่อนโยน “ฉันได้
ทำเครื่องหมายไว้บนตัวซ่งเมี่ยวเมี่ยว เธอมีการเชื่อมโยงกับฉัน
สามารถรับรู้พลังของฉันได้”
ปิ่งอินฮวา “ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพูดแบบนั้น”
พี่หมิง “แต่ตอนนี้พวกมิจฉาชีพมีเทคนิคสูงนะ! อาจจะพัฒนา
เทคนิคการหลอกลวงขึ้นมาอีกได้!”
พวกเขาหันไปมองฉินเหว่ยและคนอื่น ๆ
ก่อนที่พวกเขาจะตั้งตัวได้ พลังหยินสายหนึ่งก็พุ่งผ่านตัวทั้งสอง
คนไปที่ฉู่ลั่ว
ปิ่งอินฮวากับพี่หมิงตกใจ “เมี่ยวเมี่ยว!”
“เมี่ยวเมี่ยวกลับมา!”
ฉู่ลั่วยื่นมือออกไปรับซ่งเมี่ยวเมี่ยวไว้ทันที “พี่ลั่วลั่ว พี่กลับ
มาแล้ว! ฮือ ๆ ๆ …ถังถังเธอ… ฮือ ๆ ๆ …”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวซบหน้าลงซอกคอของฉู่ลั่ว ร้องไห้เศร้าสร้อย
ฉู่ลั่วลูบหลังเธอเบา ๆ “เมี่ยวเมี่ยวไม่ต้องกลัว ฉันกลับมาแล้ว!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวไม่ยอมห่างจากฉู่ลั่วแม้แต่วินาทีเดียว มือข้างหนึ่ง
จับชายกระโปรงของเธอไว้ อีกมือคอยเช็ดน้าตาของตัวเองไม่หยุด