เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1932 อย่ามายุ่งกับฉัน
พวกเขามองดูฮั่วเซียวหมิงในโลงศพ “ถ้าไม่มียันต์ระดับสูงของ
ปรมาจารย์ฉู่ ก็คงไม่สามารถรักษาวิญญาณนี้ไว้ได้”
“โลงศพหยินนี้ใช้ได้ผลไหมคะ?”
ยมทูตขาวดำ “ปรมาจารย์อยากฟังความจริงไหมครับ?”
ฉู่ลั่ว “…”
“วิญญาณที่ฉีกขาดขนาดนี้ ตามหลักควรสลายไปตั้งนานแล้ว
โลงศพหยินนี้ทำได้เพียงแค่ป้องกันไม่ให้จิตวิญญาณของฮั่วเซียวห
มิงสลายไปเท่านั้น”
“แต่ถ้าจะซ่อมแซมให้สมบูรณ์นั้นคงเป็นไปไม่ได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายของฮั่วเซียวหมิง ไม่สามารถหลอมรวม
กับวิญญาณได้อีกแล้วครับ”
ฉู่ลั่วจ้องมองฮั่วเซียวหมิงในโลงศพ “ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอคะ?”
“มีอยู่วิธีหนึ่งที่อาจจะได้ผลครับ”
ยมทูตขาวมองฉู่ลั่ว “การกลับชาติมาเกิด”
“การกลับชาติมาเกิดอาจช่วยซ่อมแซมจิตวิญญาณได้ แต่จิต
วิญญาณของเขาแตกสลายรุนแรงมาก หากต้องการซ่อมแซมให้
สมบูรณ์ คงต้องกลับชาติมาเกิดหลายครั้ง” ยมทูตดำพูดด้วยน้าเสียง
เฉยเมย “หากปรมาจารย์ต้องการ พวกเราสามารถจัดการให้ฮั่ว
เซียวหมิงได้นะครับ”
“แค่ให้เขาเกิดใหม่ได้สักสิบเปอร์เซ็นต์ ก็สามารถจัดการให้เขา
ตายได้”
“แบบนี้จะทำให้กลับชาติมาเกิดได้อย่างรวดเร็ว”
ยมทูตขาวดำคิดว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด
แต่ฉู่ลั่วกลับมองพวกเขาและถามว่า “ถ้าจิตวิญญาณไม่สมบูรณ์
การกลับชาติมาเกิดจะเป็นอย่างไรคะ?”
“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์! บางครั้งก็พิการ บางครั้งก็เป็นคนโง่”
ฉู่ลั่วมองฮั่วเซียวหมิงในโลงศพ “ให้ฮั่วเซียวหมิง…เป็นคนโง่งั้น
เหรอ?”
เธอส่ายหัว “ไม่ได้”
ยมทูตขาวดำมองสีหน้าของฉู่ลั่ว แล้วไม่พูดอะไรอีก
พวกเขาไม่เคยเห็นสีหน้าเศร้าโศกและโทษตัวเองแบบนี้บน
ใบหน้าของปรมาจารย์ฉู่มาก่อน
พวกเขามองดูชายในโลงศพ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
ผู้ชายคนนี้ใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว
ฉู่ลั่วฝากฮั่วเซียวหมิงไว้ที่ปรโลก ส่วนเธอกลับไปยังมณฑล
หนาน
ทันทีที่ปรากฏตัว เธอก็ถูกล้อมรอบด้วยเจ้าหน้าที่องค์กรที่ถือ
อาวุธครบมือ
ชายที่เป็นผู้นำมีสีหน้าเย็นชา จ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาเหี้ยมโหด
“ฉู่ลั่ว เธอเป็นคนทำลายค่ายกล เธอเป็นคนปล่อยให้เทพเจ้าออกมา
ช่วยกลับไปกับพวกเรา รับการสอบสวน”
ฉู่ลั่วเอียงหัวมองเขา “รับการสอบสวนเหรอ? สอบสวนจากใคร?”
“แน่นอนว่าต้องเป็นการสอบสวนจากองค์กรสิ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า
เป็นเธอที่ทำลายค่ายกล เธอก็จะต้องรับการพิพากษา”
ฉู่ลั่ว “พิพากษาจากใคร?”
“พิพากษาตามกฎหมาย เธอได้ทำลายชะตากรรมของ
มนุษยชาติ ลั่ว เธอจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่ว จะถูกมนุษย์ทั้งโลก
ประณาม”
ฉู่ลั่วหัวเราะเยาะ “จริงเหรอ? ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองทำความผิด
ร้ายแรงขนาดนั้น!”
สายตาของเธอค่อย ๆ เย็นชาลง จ้องมองคนที่พูด “งั้นก็ลองดูสิ
ว่าพวกคุณมี…ความสามารถขนาดนั้นรึเปล่า!”
พร้อมกับคำพูดของเธอ ดาบชิงเจวี๋ยก็ปรากฏขึ้นในมือ
พลังวิญญาณรอบตัวเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่ที่ล้อมเข้ามาก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ธรรมดา
ค่ายกล
จัดวางกำลัง
และอาวุธ
ทุกอย่างรวดเร็วเป็นระเบียบ
ชายที่เป็นผู้นำจ้องมองฉู่ลั่วตลอดเวลา ดวงตาที่ขุ่นมัวของเขา
เปล่งประกายแวววาว เมื่อเห็นฉู่ลั่วเผยจุดอ่อน
เขากระโดดขึ้นไป ดาบใหญ่ปรากฏขึ้นในมือ ฟันเข้าใส่ฉู่ลั่วด้วย
ความเร็วดุจสายฟ้า
ดาบนี้ฟาดฟันลงมา มั่นใจได้เลยว่าศีรษะของเธอจะต้องแหลก
จิตธรรมญาณแตกสลาย
นี่ไม่ใช่ดาบธรรมดา แต่มันคือดาบปราบปีศาจที่สืบทอดกันมา
หลายชั่วอายุคนในตระกูลของเขา
แม้ฉู่ลั่วจะมีตาหลังก็ไม่สามารถตอบโต้ได้ทันเวลา
ดวงตาของเขาเผยแววยินดี
ฉู่ลั่ว ตายซะ!
เขาตะโกนดังลั่นในใจ
ใครจะรู้ว่าฉู่ลั่วที่เดิมพยายามรับมือกับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าอย่าง
ยากลำบาก จู่ ๆ ก็สะบัดดาบ ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดล้มลงในพริบตา
ส่วนเธอเพียงแค่หันหลังกลับมา มองเขาอย่างเย็นชา โดยไม่ได้
ลงมือทำอะไร
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ชายคนนั้นยังไม่ทันได้ตอบสนอง
ก็รู้สึกว่าดาบใหญ่ของตัวเองไม่สามารถฟันลงไปได้แล้ว
ค่ายกลที่มองไม่เห็น สกัดกั้นการโจมตีของเขาเอาไว้
ฉู่ลั่วที่อยู่ตรงหน้ายกยิ้มมุมปาก “อย่ามายุ่งกับฉัน”
ตู้ม! พลังอันทรงพลังพุ่งเข้าใส่ร่างกายของเขาโดยตรง เขาพุ่ง
ทะลุกระจกออกไป ร่วงหล่นลงไปด้านล่างอาคาร
“หัวหน้าเหยียน!”