เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1952 ฮั่วเซียวหมิง คุณอยากเลือกแบบไหน
ฉู่ลั่ว “คนที่สร้างอาวุธที่สามารถต่อต้านเทพได้เป็นผู้บำเพ็ญ
เหรอคะ?”
“คนที่ก่อตั้งโรงเรียนนี้ใต้จมูกของพวกเทพเป็นผู้บำเพ็ญเหรอ
คะ?”
“ในอดีต เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ หุบเหวเทพมรณะได้ออก
จากโลกนี้ไป แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาทั้งหมดเป็นนักพรต
ไม่มีการสืบทอดจากพวกเทพ”
สีหน้าของหยางเสียนเปลี่ยนไป
เขาค่อย ๆ ถอยหลัง นั่งลงบนเก้าอี้ มือทั้งสองกำที่วางแขนเก้าอี้
แน่น พลางยิ้มเยาะตัวเอง “เจ้านิกาย มองเห็นได้ชัดเจนกว่าพวกเรา
เสมอ”
ฉู่ลั่ววางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน “ไม่ใช่ว่าฉันมองเห็นชัดเจนค่ะ
แต่ฉันไม่เคยคิดว่าพวกผู้บำเพ็ญเก่งกว่าคนธรรมดา”
ฉู่ลั่วออกจากโรงเรียน ก่อนที่เซียวเมิ่งจะขับรถเหาะไปส่งเธอด้วย
ตัวเอง
รถเหาะจอดลงที่หน้าค่ายกลของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
หัวหว่านรู้ว่าฉู่ลั่วจะกลับมาวันนี้ จึงรออยู่หน้าค่ายกลแต่เช้า พอ
เห็นพวกเธอมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คุณหนู โลง
ศพของท่านประธานฮั่วมีปัญหาเล็กน้อยค่ะ”
ฉู่ลั่ว “มีปัญหาอะไร?”
หัวหว่านส่ายหัว
ฉู่ลั่วตามหลังหัวหว่านมาที่หน้าโลงศพ เห็นจิ่วฉานยืนอยู่ข้าง
โลงศพ กำลังหลับตาสวดมนต์อยู่
ส่วนวิญญาณของฮั่วเซียวหมิงในโลงศพกำลังจะออกจากร่าง
แต่ถูกจิ่วฉานบังคับให้อยู่ในร่างไว้
เธอรีบเดินไปยังโลงศพ ยื่นมือพลางใช้พลังวิญญาณปกคลุม
กระหม่อมของฮั่วเซียวหมิง วิญญาณที่กำลังวุ่นวายจึงกลับเข้าสู่ร่าง
ของฮั่วเซียวหมิงอย่างสงบ
เขากลับมาอยู่ในสภาพไร้สติอีกครั้ง
จิ่วฉานถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีเหงื่อผุดออกมาบน
หน้าผากของเขา แต่เขาไม่สนใจ แต่พูดกับฉู่หลัวโดยตรงว่า
“วิญญาณของเขาไม่มั่นคงมาก ต้องรีบตัดสินใจแล้ว”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ฉันรู้แล้ว พวกคุณออกไปก่อนเถอะ! ฉันจะอยู่
กับเขาตามลำพังสักพัก”
ทุกคนจึงออกไป
จิ่งเจียเหยียนเดินตามจิ่วฉานไปด้วยความสงสัย “เกิดอะไร
ขึ้นกับฮั่วเซียวหมิงเหรอ ไม่ใช่ว่าโลงศพนี้สามารถรักษาวิญญาณ
ของเขาไว้ได้เหรอ”
จิ่วฉานตอบ “โลงศพนี้แค่สามารถกักขังวิญญาณของเขาไว้ได้
เท่านั้น แต่ตอนนี้พลังของโลงศพควบคุมไม่ได้แล้ว ทางที่ดี…ทางที่ดี
คือส่งฮั่วเซียวหมิงไปเกิดใหม่”
จิ่งเจียเหยียนพอได้ยินก็รีบพูดทันที “ไม่ได้นะ! ถ้าส่งไปเกิดใหม่
ฮั่วเซียวหมิงก็จะไม่ใช่ฮั่วเซียวหมิงอีกต่อไป!”
เหมือนกับสวีจิ้นและเจี่ยซี
ถึงแม้เจี่ยซีจะเป็นสวีจิ้นที่เกิดใหม่ แต่ก็ไม่มีวันเป็นสวีจิ้นได้อีก
เธอคิดจะหันกลับไปพูดกับฉู่ลั่ว แต่ถูกจิ่วฉานห้ามไว้ “ถ้าไม่ให้
เขาไปเกิดใหม่ ก็ทำได้แค่รอให้วิญญาณของฮั่วเซียวหมิงสลายไป
เธอคิดว่าอย่างไหนดีกว่ากัน”
จิ่งเจียเหยียน “…ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ”
จิ่วฉาน “ถ้ามีวิธีอื่น…”
ถ้ามีวิธีก็คงไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้
ฉู่ลั่วก้มหน้า มองฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ในโลงศพ เธอยื่นนิ้วมือ
ออกไป ลูบใบหน้าที่ซีดขาวนั้น “จริง ๆ แล้วยังมีอีกวิธีหนึ่ง”
“คุณอยากเลือกแบบไหน?”
“ฮั่วเซียวหมิง คุณอยากเลือกแบบไหน?”
มือข้างหนึ่งทำท่าร่ายคาถา ค่ายกลขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก
ล้อมรอบเธอกับฮั่วเซียวหมิงเอาไว้
นิ้วมือของเธอค่อย ๆ เคลื่อนไปที่กระหม่อมของฮั่วเซียวหมิง
ปล่อยพลังวิญญาณบริสุทธิ์เข้าไป ทะลุผ่านร่างวิญญาณที่แตกสลาย
ในที่สุด ในจิตธรรมญาณที่แตกสลาย
ฉู่ลั่วมองเห็นร่างอันเลือนรางจนแทบจะโปร่งใส
พลังวิญญาณนั้นค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่างที่โปร่งใส
“ฮั่วเซียวหมิง”
เธอเรียกเบา ๆ ร่างกายที่หันหลังให้เธอยังคงนิ่ง
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปหา แตะแผ่นหลังของเขาเบา ๆ แล้วเรียกอีกครั้ง
“ฮั่วเซียวหมิง?”
ฮั่วเซียวหมิงที่โปร่งใสหันหน้ามาช้า ๆ
เมื่อเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน ดวงตาของฉู่ลั่วก็เบิกกว้างขึ้น
ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเป็นปีศาจ ใบหน้าที่เคยสร้างความ
ฮือฮาบนอินเทอร์เน็ต ในตอนนี้กลับเหมือนกระจกที่แตกสลายแล้ว
ถูกประกอบขึ้นใหม่
เต็มไปด้วยรอยร้าว
เธอยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้านั้นที่มองไม่ออกแล้วว่าเป็นแบบ
ไหน เสียงของเธอสั่นเครือ “เจ็บไหม?”
ดวงตาของฮั่วเซียวหมิงเหม่อลอย ไร้จุดโฟกัส แต่ยังคงเปล่งเสียง
ออกมา “เจ็บ”