เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1953 การรอคอยใครสักคน
มือของฉู่ลั่วสั่นเทา เธอโอบกอดฮั่วเซียวหมิงที่กำลังจะแตกสลาย
แต่ไม่กล้าออกแรง “ฮั่วเซียวหมิง คุณอยากเป็นมนุษย์หรืออยากเป็น
มังกร?”
เธอไม่สามารถอยู่ในจิตธรรมญาณของฮั่วเซียวหมิงได้นาน
เกินไป
ฮั่วเซียวหมิงตอบ “มังกร”
“ถ้าเป็นมังกร ก็จะไม่ใช่ฮั่วเซียวหมิงอีกต่อไป”
ฮั่วเซียวหมิงในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาที่ไร้จุดโฟกัสมี
ประกายแสงขึ้นมา
เขาจ้องมองฉู่ลั่ว “กลัวจะสูญเสียผมเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “…”
“ตอนที่ทิ้งผมไว้ที่นี่ คุณเคยคิดบ้างไหมว่าจะเสียผมไป?”
“ฉู่ลั่ว การรอคอยใครสักคนมันเหนื่อยมากนะ”
ฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ตรงหน้าค่อย ๆ จางหายไป ฉู่ลั่วรู้ว่าถึงเวลาที่
เธอต้องจากไปแล้ว
เธอปล่อยมือ ร่างที่แข็งแกร่งก็กลายเป็นพลังวิญญาณล่องลอย
ไป
“ฮั่วเซียวหมิง ฉันสัญญากับคุณ”
พลังวิญญาณกลับคืนมา ฉู่ลั่วหายใจหอบเล็กน้อย เธอกลับมือ
ก้มมองฮั่วเซียวหมิง จัดเสื้อผ้าให้เขา “อีกไม่นาน ฉันจะพาคุณไปส่ง”
เธอให้หัวหว่านไปเรียกฮั่วจิ้นกับหยางไต้มา
หลังจากเรียกคนมาแล้ว หัวหว่านก็ออกไปอีกครั้ง
ที่นี่เหลือแค่พวกเขาสี่คน
ฉู่ลั่วเล่าสถานการณ์ของฮั่วเซียวหมิงให้ฟังอีกรอบ
ดวงตาของหยางไต้แดงขึ้น “นี่เป็นความตั้งใจของอาจิ่วหรือ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฮั่วจิ้นยืนอยู่ข้างโลงศพมองฮั่วเซียวหมิง “ถ้าเกิดใหม่และผ่าน
การเวียนว่ายตายเกิดหลายครั้ง ความทรงจำก็จะหายไป”
“แต่ถ้าตามที่ลั่วลั่วบอก ให้เขากลับไปเป็นมังกร ความทรงจำใน
ชาตินี้ เขาจะยังคงเก็บรักษาไว้”
เขามองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธอเข้าใจความหมายของอาจิ่วหรือเปล่า?”
การเกิดใหม่หมายถึงการตัดขาดจากฮั่วเซียวหมิงคนนี้อย่าง
สิ้นเชิง
แต่ถ้าเลือกเป็นมังกร เขาก็ยังมีความทรงจำในชาตินี้อยู่
อย่างน้อยฮั่วเซียวหมิงก็ยังอยู่ในโลกนี้
ฉู่ลั่วพยักหน้า “หนูเข้าใจค่ะ”
หยางไต้ลูบใบหน้าของฮั่วเซียวหมิง “งั้นความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก
ของเรากับอาจิ่วในชาตินี้ก็จบลงแค่นี้เหรอ?”
ฮั่วจิ้นโอบไหล่เธอ ถอนหายใจเบา ๆ
“ถ้านี่เป็นทางเลือกของอาจิ่ว พวกเราก็ต้องสนับสนุนเขาสิ ลั่ว
ลั่ว…เธอ…เธอจะทำยังไงก็ทำเถอะ!”
วันรุ่งขึ้น ฉู่ลั่วพาโลงศพผ่านทางของปรโลกจนมาถึงเขาจินหลี่
เขาจินหลี่ในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก
ตอนนี้ทั้งเขาจินหลี่มีพลังวิญญาณล้อมรอบ พลังวิญญาณสีม่วง
เรืองรอง
หากไม่ถูกขวางกั้นด้วยค่ายกล ที่นี่คงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใน
โลกมนุษย์
ฉู่ลั่วยืนอยู่ที่ขอบค่ายกล ใช้มือแตะค่ายกลเบา ๆ
ยังไม่ทันได้ทำลายค่ายกล พลังวิญญาณสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามา
จากความว่างเปล่า
เสียงทุ้ม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงดังมา “ใครบังอาจบุกรุก
สถานที่ของฉัน?”
“รบกวนการบำเพ็ญของฉัน ฉันจะไม่ละเว้นแกแน่”
“รีบออกไปซะ”
ฉู่ลั่ว “เป็นฉันเอง ฉู่ลั่ว!”
พอพูดจบ ก็ได้ยินเสียงลมพัดและเมฆคลั่งอยู่ภายในค่ายกล พลัง
สีม่วงกลุ่มหนึ่งพุ่งออกมายังขอบค่ายกล “ฉู่ลั่วจริง ๆ หรือ? ฉู่ลั่วตัว
จริงหรือฉู่ลั่วตัวปลอม?”
ซุนหย่าจิ้งสำรวจฉู่ลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาเต็มไปด้วยความ
สงสัย
ฉู่ลั่วตบโลงศพเบา ๆ “ฮั่วเซียวหมิงอยู่ในนี้!”
“อ๊ะ! ฮั่วเซียวหมิงตายหมดแล้วเหรอ? ไม่เคยได้ยินเลยนะ! ตั้งแต่
เปิดค่ายกลก็ตัดขาดการติดต่อกับโลกภายนอกไปแล้ว!” ซุนหย่าจิ้ง
ชะโงกหน้าเข้าไปดูสถานการณ์ในโลงศพ
ชั่วขณะที่เธอชะโงกหน้า ฉู่ลั่วก็พาโลงศพเข้าไปในค่ายกลทันที
ซุนหย่าจิ้งรีบเหาะขึ้นกลางอากาศ ตั้งท่าพร้อมสู้ “หงอิน ซูเยียน
พวกเธอรีบมาเร็ว! ฉู่ลั่วตัวปลอมบุกเข้าค่ายกลแล้ว”
เสียงของเธอดังไปทั่วเขาจินหลี่
ลำแสงสีแดงและสีชมพูสองสายพุ่งมาจากที่ไกล ๆ ลงมาอยู่ข้าง
กายซุนหย่าจิ้ง
หงอินสวมชุดลำลองสีดำ มองฉู่ลั่วที่อยู่ด้านล่างอย่างเย็นชา
เถาซูเยียนก็กอดอกมองเช่นกัน
“เธอกล้าดีนักนะ! กล้าบุกเข้าเขาจินหลี่เหรอ? ไม่เคยได้ยิน
ตำนานที่ว่าใครเข้ามาแล้วไม่มีทางกลับไปได้หรือไง?”
“หลายปีมานี้คนที่คิดจะบุกเขาจินหลี่ กลายเป็นอาหารของสัตว์
เลี้ยงตัวน้อยของฉันไปหมดแล้ว!” เธอยื่นมือออกมา ผีเสื้อกลางคืนสี
แดงตัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ