เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1954 เป็นความผิดของพวกเทพ
แม้จะตัวเล็ก แต่ทุกครั้งที่กระพือปีก ก็ปล่อยผงละอองเล็กออกมา
ด้วย
ฉู่ลั่วพูดขึ้นว่า “ถ้าฉันเป็นตัวปลอม ฉันจะทำลายค่ายกลนี้ได้
ง่าย ๆ อย่างนี้เหรอ? นี่คือยันต์ที่ฉันทิ้งไว้ ฉันแทบไม่ต้องทำลายค่าย
กลก็เข้ามาได้แล้ว”
หงอินกับเถาซูเยียนต่างหันไปมองซุนหย่าจิ้ง
ซุนหย่าจิ้งรู้สึกตื่นเต้นมากเช่นกัน “ขอฉันคิดดูก่อน ขอฉันคิด
ดูก่อน”
แม้ว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ แต่เธอยังคงพยายามนึก
ทบทวนตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด
“เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ !”
ซุนหย่าจิ้งจับแขนของหงอินด้วยความตื่นเต้น “เมื่อกี้เหมือนเธอ
จะเข้ามาได้อย่างสบาย ๆ เลยนะ”
“ค่ายกลของลั่วลั่วไม่ได้ทำลายง่ายขนาดนั้นหรอก”
“อ้าาาา ลั่วลั่ว ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว!” ซุนหย่าจิ้งกรีดร้อง
ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอด “ไม่แก่ไม่ตาย สุดยอดไปเลย!”
หงอินและเถาซูเยียนก็ล้อมรอบตัวฉู่ลั่วเช่นกัน
โดยเฉพาะเถาซูเยียนที่เขม็งมองฉู่ลั่วอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัน
หน้าหนีด้วยท่าทางหยิ่งยโส
ฉู่ลั่วยิ้ม “ซูเยียนโตขึ้นแล้วนะ ถ้าหล่อนมาเห็นเธอแบบนี้ หล่อน
คงจะดีใจมากแน่ ๆ เลย”
เถาซูเยียนส่งเสียงหึ “เธอกำลังจะไปเกิดใหม่แล้ว! ฉันแอบไปดู
เธอมาด้วย ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ตอนนี้ผีในปรโลกต่างไม่อยากไป
เกิดใหม่ มีแต่เธอที่ทั้งสะสมบุญ ทั้งทำงานเป็นยมทูต เพียงเพื่อจะได้
ไปเกิดใหม่เร็ว ๆ”
เธอพูดอย่างโมโห “รู้ทั้งรู้ว่าถ้าเกิดไปใหม่แล้วจะจำอะไรไม่ได้”
“แม้แต่ฉัน เธอก็จะจำไม่ได้แล้ว”
พอคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็รู้สึกโกรธ
ฉู่ลั่วได้ยินน้าเสียงที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจของเถาซูเยียน
แต่ก็แฝงด้วยความเศร้ามากกว่า “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา”
เธอหันไปมองโลงศพที่อยู่ข้างๆ “ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกแบบไหน
ก็ตาม เราต้องยอมให้คนอื่นจากไป”
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่โลงศพ
ซุนหย่าจิ้งเบิกตากว้าง “ฮั่วเซียวหมิงตายจริง ๆ เหรอคะ?”
“ไม่เชิงว่าตาย ครั้งนี้ฉันมาที่นี่ก็เพื่อที่จะทำให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ”
ฉู่ลั่วอธิบายถึงสถานการณ์ของโลกภายนอกคร่าว ๆ พร้อมทั้ง
เล่าเรื่องของฮั่วเซียวหมิงไปด้วย
ข้อมูลมากมายทำให้ซุนหย่าจิ้งเบิกตาโต
เธอยกมือเท้าเอว เดินไปเดินมาอยู่กับที่
“ฉันรู้แล้ว รู้ว่าการเปิดเส้นทางเชื่อมระหว่างสองภพ ไม่ใช่เรื่องดี
แน่ ๆ”
“ตอนที่เส้นทางเปิดออก ฉันในฐานะเทพ สูญเสียการควบคุม
โดยสิ้นเชิง ถูกเรียกตัวไปโดยเผ่าเทพค่ะ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะค่ายกลที่คุณทิ้งไว้ ฉันคงกลายเป็นเทพอยู่บน
สวรรค์แล้ว”
แม้ว่าจะเป็นการขึ้นไปเป็นเทพบนสวรรค์ แต่เธอกลับพูดด้วย
น้าเสียงราวกับว่าต้องไปติดคุก
“ตอนนั้นซู่เซี่ยงหยางบอกให้ฉันพาเถาซูเยียนมาที่นี่ เขามอง
การณ์ไกลจริง ๆ ถ้าไม่พาเถาซูเยียนมาด้วย ต่อให้จะมีค่ายกลนี้ ฉัน
ก็ไม่อาจคงอยู่ไม่ได้นานขนาดนี้”
หลังจากบ่นเสร็จ เธอก็มองไปที่โลงศพ “ว่าแต่ ตอนนี้ต้องส่งฮั่ว
เซียวหมิงไปที่ร่างของมังกรดำตัวนั้นแล้วใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “จิตวิญญาณของฮั่วเซียวหมิงเป็นเพียงเศษเสี้ยว
หนึ่งของมังกรดำ เมื่อเศษเสี้ยวนี้กลับไปสู่ร่างกาย มังกรดำย่อม
สามารถซ่อมแซมเศษเสี้ยวนี้ได้”
“ถ้าอย่างนั้น…มังกรดำตัวนั้นก็คงไม่ใช่ฮั่วเซียวหมิงแล้วสิคะ!”
ซุนหย่าจิ้งถอนหายใจ “แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ความรักน่ะ ไม่มีใคร
กำหนดตายตัวสักหน่อยว่าต้องอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าถึงจะเรียกว่า
สมบูรณ์แบบ”
“การจบแบบนี้ก็ไม่เลวเลยค่ะ!”
เธอมองโลกในแง่ดี
เถาซูเยียนดูไม่พอใจ เธอกล่าวอย่างหัวเสีย “มันเป็นความผิด
ของเผ่าเทพ เป็นความผิดของพวกเทพทั้งหมดนั่นแหละ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา พวกเราก็คงไม่ต้องกลายเป็นแบบนี้!”
หงอินที่อยู่ข้างๆ ดึงชายเสื้อของเธอ แต่เธอก็ดึงออก “ฉันพูดผิด
ตรงไหน มีปัญหาก็ผ่าฉันให้ตายสิ! ฉันไม่ได้ถูกผ่าจนตายไปแล้วนี่
หน่า”
หงอิน “…”
ซุนหย่าจิ้งรีบเข้าไปกอดเธอ “เอาล่ะ ๆ อย่าโกรธเลย ตอนนี้ลั่ว
ลั่วไม่ได้กลับมาแล้วเหรอ”
“พาลั่วลั่วเอาโลงศพเข้าไปก่อนเถอะ!”