เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1972 โยวโยว ขอโทษนะ
“ไม่หรอก ปรโลกมีกฎใหม่แล้ว การฆ่าคนด้วยเหตุผลพิเศษจะ
ไม่ต้องแบกรับหนี้เลือด แต่ต้องผ่านการตรวจสอบจากปรโลกก่อน”
ฉู่ลั่วปลอบใจเธอพลางตบไหล่ยายา
“อีกอย่าง เขาก็ทำความดีมาไม่น้อย ตระกูลฉู่ก็ทำบุญมาเยอะ
เขาไม่เป็นอะไรหรอก”
ยายาก้มหน้าลง พูดด้วยความเสียใจและหดหู่ว่า “จริง ๆ แล้ว
หลายปีมานี้ เขาดีกับหนูมาก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามณฑลหนานไม่ปลอดภัย
แต่เขาก็ยังมา”
“หนูเย็นชากับเขาตลอด”
“หนูรู้สึกว่า…เขาเป็นคนไม่ดี เป็นศัตรู”
“อาหญิง จริง ๆ แล้วเรื่องของหนูกับแม่ไม่ใช่ความผิดของเขาใช่
ไหมคะ”
“ใช่!” ฉู่ลั่วยื่นมือไปเช็ดน้าตาของยายา “มันไม่ใช่ความผิดของ
เขา แต่เป็นความผิดของกฎสวรรค์”
ในตอนนั้นเอง จิตธรรมญาณของฉู่ลั่วที่ไม่เคยส่งเสียงมาก่อน
กลับพูดขึ้นมาว่า [เรื่องของฉู่จิงมันเกี่ยวอะไรกับกฎสวรรค์ด้วย? คุณ
ไม่ควรโยนความผิดให้คนอื่นนะ! ความจริงแล้วมันเป็นฝีมือของหุบ
เหวเทพมรณะต่างหาก!]
ฉู่ลั่วไม่ได้ตอบระบบ
ในบ้าน จั่วโยวโยวยื่นถ้วยชาให้กับฉู่จิง
“นั่งพักหน่อยนะ ยังเหลือของอีกอย่างที่ยังทำไม่เสร็จ”
เธอพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินเข้าไปในครัว
ฉู่จิงไม่ได้นั่งลง แต่เดินตามเธอไป
“พวกผีก่อนหน้านี้บอกว่าอาหารที่คุณทำมันอร่อย ตอนนั้นผมดู
หน้าตาอาหารยังไงก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ”
“แต่ตอนนี้ผมเชื่อแล้ว”
ตั้งแต่กลายเป็นผี เขาก็ไม่เคยได้กลิ่นหอมขนาดนี้มาก่อน
แถมยังกระตุ้นต่อมรับรสเป็นระลอก ๆ อีกด้วย
จั่วโยวโยว “ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเหลี่ยงโถวได้รับพลังหยินเข้าไป
ถึงได้มีความสามารถพิเศษแบบนี้”
เมื่อพูดถึงหมู่บ้านเหลี่ยงโถว สายตาของฉู่จิงก็หยุดนิ่ง เขาค่อย
ๆ ก้มหน้าลง น้าเสียงของเขาราวกับจะแตกสลาย “ขอโทษ”
ท่ามกลางเสียงผัดอาหารที่ดังซู่ซ่า จั่วโยวโยวพูดด้วยน้าเสียง
สงบ “ความจริงแล้ว…คุณก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน”
อาหารอร่อยมาก
จั่วโยวโยวนำอาหารมาวางบนโต๊ะแล้วส่งกล่องอาหารให้ฉู่จิง
“ลองชิมดูสิ”
ฉู่จิงจับตะเกียบแล้วเริ่มกินอย่างรวดเร็ว
เขาไม่มีท่าทางของลูกคนรวยหรือดาราดังอีก ราวกับไม่ได้กิน
อาหารมาหลายชาติ คีบอาหารเข้าปากไม่หยุด กินจนแก้มพอง พูด
ทั้งที่อาหารยังเต็มปาก “อร่อย อร่อยมาก!”
จั่วโยวโยวนั่งตรงข้ามเขา มองเขาด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ไม่นานฉู่จิงก็กินอาหารสามอย่างน้าแกงหนึ่งอย่างกับข้าวหนึ่ง
หม้อจนหมด
เขาถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ วางตะเกียบลงแล้วมองตรงไป
ที่จั่วโยวโยว
สายตาของเขาเร่าร้อนและตรงไปตรงมา มองจนทำให้จั่วโยวโยว
ที่มีสีหน้าสงบนิ่งยังรู้สึกอยากหลบสายตาจากเขา
“ตอนที่ผมเห็นคุณครั้งแรก ผมประทับใจคุณมาก”
จั่วโยวโยวอึ้งไปเล็กน้อย “ครั้งแรกที่เจอฉัน? นั่นไม่ใช่…”
“ไม่ใช่ เป็นที่โรงเรียน”
เสียงของเขาอ่อนโยนและหวานซึ้ง ห่อหุ้มด้วยสายลมอ่อน ๆ ที่
พัดมาหาจั่วโยวโยว
“ตอนนั้นคุณถือดอกกุหลาบอยู่”
“ใส่ชุดนักเรียนสีฟ้าขาว มัดผมหางม้า”
“ผมชนคุณล้ม คุณบ่นเบา ๆ จากนั้นรีบขอโทษผมทันที”
จั่วโยวโยวกลับขมวดคิ้ว
พอเห็นท่าทางของเธอแบบนั้นฉู่จิงยิ้ม “คุณจำไม่ได้สินะ!”
จั่วโยวโยวส่ายหน้า “จำไม่ได้แล้ว”
“แต่ผมจำได้ ผมจำได้ชัดเจนมาก” ฉู่จิงลุกขึ้นยืน โน้มตัวไป
ข้างหน้าเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวยื่นออกมา แต่เมื่อใกล้จะแตะตัวจั่วโยว
โยวกลับหยุดลง
นิ้วมือของเขาสั่นเล็กน้อย เสียงก็แหบแห้งอย่างหนัก “จั่วโยวโยว
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณ ผมก็จำคุณได้แล้ว”
จั่วโยวโยวนั่งแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ เบิกตากว้าง กลั้นหายใจโดยไม่
รู้ตัว
“ขอโทษนะ”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ขอโทษ! เป็นผมกับ
ตระกูลฉู่ที่ลากคุณเข้ามาในแผนการนี้”
“โยวโยว ขอโทษนะ!”
ดวงตาของจั่วโยวโยวแดงก่า เธอค่อย ๆ หลับตาลง น้าตาไหล
ออกมาจากหางตา
ความทรงจำอันเจ็บปวดที่สุดเหล่านั้น ความทรงจำที่เธอกดเก็บ
เอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจแอบหลุดลอยออกมาเงียบ ๆ
ภาพแล้วภาพเล่าฉายชัด โจมตีประสาทของเธอ
มือของเธอกำแน่น
ร่างทั้งร่างสั่นเล็กน้อย