เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2022 พวกเขาจะท าอะไรกับลั่วลั่ว
เซียวเมิ่งโบกมือ
อาวุธมากมายพุ่งเข้าหาพวกจิ่งเจียเหยียน แต่กลับถูกพลัง
วิญญาณที่แข็งแกร่งสกัดกั้นไว้กลางทาง
ฉู่ลั่วเหลือบมองเซียวเมิ่งด้วยสายตาเย็นชา “ฉันจะไปกับพวก
คุณเอง”
เธอใช้พลังวิญญาณทำให้อาวุธทั้งหมดตกลงมาบนพื้น
เซียวเมิ่งตกใจกับสายตาของฉู่ลั่ว เธอกลืนน้าลายแล้วพูดว่า
“ตราบใดที่คุณยอมไปกับพวกเรา พวกเราก็จะไม่ทำอะไรพวกเขา
แน่นอนค่ะ!”
ฉู่ลั่วมองจิ่งเจียเหยียนและคนอื่น ๆ แล้วพูดว่า “เป็นเด็กดีรอฉัน
ที่นี่นะ”
จิ่งเจียเหยียนร้องไห้พลางส่ายหัว “แดนเทพสามารถกักขังคน
เอาไว้ได้นานมาก ๆ นะ”
ฉู่ลั่วพูดเสียงนุ่มว่า “ไม่หรอก”
เธอหันหลังไป ไม่มองดูจิ่งเจียเหยียนที่กำลังร้องไห้โศกเศร้า แล้ว
เดินตรงไปหาเซียวเมิ่ง
เซียวเมิ่งเพิ่งจะหยิบเชือกอาคมออกมา ซู่เซี่ยงหยางก้าวเข้ามา
หนึ่งก้าว จ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชาเหมือนกัน
เซียวเมิ่งจึงต้องเก็บเชือกอาคมลง “เชิญ!”
ฉู่ลั่วขึ้นนั่งบนรถเหาะที่เซียวเมิ่งจัดเตรียมไว้
ซู่เซี่ยงหยางอยากจะตามไปด้วย แต่ถูกเซียวเมิ่งขวางทาง “ขอ
โทษด้วยค่ะ คุณไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ”
ซู่เซี่ยงหยางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เซียวเมิ่งขึ้นรถไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ลั่วลั่ว ลั่วลั่ว!”
จิ่งเจียเหยียนร้องไห้พลางพยายามวิ่งตาม แต่ถูกจิ่วฉานรั้งเอาไว้
ผู้คนรอบข้างต่างทยอยจากไปทีละคน คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวันที่เมื่อครู่ยังถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มคนมากมาย เพียง
พริบตาเดียวก็เหลือแค่พวกจิ่งเจียเหยียนเท่านั้น
จิ่งเจียเหยียนมองหน้าจิ่วฉาน “พวกเขาจะทำอะไรกับลั่วลั่ว?”
“พวกเขาจะกักขังลั่วลั่วไว้หรือเปล่า?”
“พวกเราจะได้พบลั่วลั่วอีกไหม?”
จิ่วฉานมองไปทางที่ฉู่ลั่วจากไป พยักหน้าแล้วตอบว่า “ได้สิ
พวกเราจะได้พบเธออีกแน่นอน”
บนรถ
ฉู่ลั่วหลับตา นั่งพิงพนักเก้าอี้
เซียวเมิ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ “ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องการกดดันคุณ
แต่ถ้าการเจรจาจะสามารถดำเนินต่อไป ก็เป็นการแสดงความจริงใจ
ของพวกเราฝ่ายมนุษย์”
“คุณวางใจได้ค่ะ พอเจรจาเสร็จสิ้น พวกเราจะรับคุณกลับมา
แน่นอน”
ฉู่ลั่วไม่พูดไม่จา
หยวนเป่ยเป่ยที่นั่งอยู่อีกด้านพยายามโน้มน้าวด้วย “ขอเพียง
คุณสัญญาว่าจะไม่โค่นล้มสวรรค์ พวกเราจะเจรจากับทางฝั่งเทพเอง
ค่ะ”
ฉู่ยังคงหลับตาอยู่เหมือนเดิม
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งรถเหาะเข้ามาในโรงเรียน
เมื่อรถเหาะเพิ่งจอดนิ่ง แสงสีทองสายหนึ่งก็ทอลงมาจากท้องฟ้า
สาดลงมาข้าง ๆ รถเหาะพอดี
นี่คือรูปแบบค่ายกลส่งผ่าน
เซียวเมิ่งจ้องมองค่ายกลส่งผ่านนั้นครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดประตูรถ
เธอหันไปมองฉู่ลั่ว
หยวนเป่ยเป่ยก็กลั้นหายใจชั่วขณะนั้น เธอยื่นมือออกไปคว้า
แขนของฉู่ลั่วเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ฉู่ลั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วเบือนหน้าไปมองด้านนอก
เธอหันกลับมา กวาดตามองเซียวเมิ่งกับหยวนเป่ยเป่ย
ทั้งสองคนกัดฟันแน่น
เซียวเมิ่งเปิดประตูรถ มองดูค่ายกลส่งผ่าน แล้วเงยหน้ามองแสง
สีทองบนท้องฟ้าที่ยังไม่จางหายไป
“อย่างน้อยก็ต้องบอกพวกเราให้รู้สิว่าจะพาเธอไปที่ไหน!”
แสงสีทองบนฟ้าไม่มีปฏิกิริยาอะไร
หยวนเป่ยเป่ยพาฉู่ลั่วลงมา สายตาของเธอตกอยู่ที่ค่ายกล
ส่งผ่านของแสงสีทองนั้น มือที่จับแขนของฉู่ลั่วยังไม่ยอมปล่อย
ฉู่ลั่วดึงแขนของตัวเองออกมา กวาดสายตามองเซียวเมิ่งและ
หยวนเป่ยเป่ยอีกครั้ง
หยวนเป่ยเป่ยไม่ขยับ
เซียวเมิ่งก็ไม่ขยับเช่นกัน
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เรืองรองด้วยแสงสีทอง
“พวกเขาก็มีแต่วิธีแบบนี้ที่ใช้บีบบังคับมนุษย์ มันเป็นแบบนี้มา
ตลอด”
“ถึงกฎเกณฑ์จะเปลี่ยนไป แต่มันจะเปลี่ยนไปได้มากแค่ไหนกัน”
“ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงยังไง ก็ไม่อาจเปลี่ยนทัศนคติที่พวกเขาใช้
มองลงมาที่สรรพชีวิตได้หรอก”
เธอหันไปมองเซียวเมิ่งกับหยวนเป่ยเป่ย
“พวกคุณไม่รู้หรอกหรือว่ามนุษย์ได้รับอะไรตอบแทนจากการ
ประนีประนอมครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วทำไมยังต้องประนีประนอมกันอีก
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว!”
ดวงตาของเซียวเมิ่งหม่นแสงลงทันที “ขอโทษค่ะ แต่มนุษย์ไม่
สามารถรับผลที่ตามมาจากการต่อต้านสวรรค์ได้”