เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 325 จงใจหาเรื่อง
บทที่ 325 จงใจหาเรื่อง
รุ่ยอวิ๋นโจวเป็นลมไปครั้งนี้ เขาหมดสติไปถึงเจ็ดวันเต็ม
ตลอดเจ็ดวันนี้ร่างมายาไม่มีลมหายใจและไร้ชีพจร แต่ทว่ากลับนอนอย่างสงบ
ราวกับศพที่มีสติสัมปชัญญะอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากฉู่ลั่วตรวจสอบรุ่ยอวิ๋นโจวเสร็จแล้วก็คำนวณเวลา จึงรู้สึกว่าควรไลฟ์สดอีกครั้งได้แล้ว
เธอเปิดแพลตฟอร์มสำหรับไลฟ์และปรับอุปกรณ์ให้เรียบร้อย จากนั้นคลิกปุ่ม
เพียงพริบตา การไลฟ์สดก็เริ่มต้นขึ้น
ทันใดนั้น ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามาชมไลฟ์สด
[คุณปู่! เจ้าของช่องที่คุณติดตามในที่สุดก็ไลฟ์สดแล้ว!]
[ฉันยังคิดว่าเจ้าของช่องลืมไปแล้วว่าตนเองเป็นเจ้าของช่อง ไม่ไลฟ์สดมานานขนาดนี้]
[ฉันรอเจ้าของช่องไลฟ์อยู่ทุกวัน รอจนผมขาวหมดแล้ว!]
[เจ้าของช่องกำหนดเวลาไลฟ์สดสักหน่อยจะได้ไหม! ไลฟ์ตามอำเภอใจแบบนี้ทำให้พวกเราเตรียมตัวเตรียมใจไม่ทัน!]
[ใช่ ๆๆ เหมือนกับตอนนี้ ฉันกำลังท่องเที่ยว แต่ก็ต้องถ่อกลับมาโรงแรมเพื่อที่จะได้ดูไลฟ์ของเจ้าของช่อง ด้านนอกเสียงดังรบกวนการรับชมของฉัน]
[ฮ่า ๆๆ เจ้าของช่องในที่สุดก็ไลฟ์สดแล้ว]
[เจ้าของช่อง ในที่สุดก็มาแล้ว!]
ฉู่ลั่วชำเลืองมองความคิดเห็นเหล่านั้นและเริ่มจับฉลาก
ครั้งนี้คือหมายเลขสอง มีเพียงสองคนเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมไลฟ์
“คนที่อยากฟังเรื่องราวจับสลากได้เลยค่ะ”
หัวหว่านหยิบแก้วชามาใบหนึ่งและวางลงด้านหน้าของฉู่ลั่ว จากนั้นเธอเองก็หยิบโทรศัพท์ออกมาพลางสวมหูฟังและรับชมไลฟ์สด
ฉู่ลั่วดื่มชาที่หัวหว่านชงให้อึกหนึ่ง รู้สึกเพียงว่ารสชายังคงติดอยู่ปลายลิ้นอย่างไม่รู้จบ
สมแล้วที่หัวหว่านเป็นนักบริการเหรียญทอง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลบ้าน การทำอาหาร หรือการชงชา ทุกอย่างล้วนทำออกมาได้ดีมาก
เธอเพียงแค่คนเดียวก็สามารถทำได้ทุกอย่าง
ขณะที่ฉู่ลั่วกำลังลิ้มรสชา ผู้โชคดีทั้งสองคนก็ได้รับเลือกแล้ว
ฉู่ลั่วติดต่อผู้โชคดีคนแรกแอ็กเคานต์ ‘กาลเวลาทำร้ายคน’ หลังจากติดต่อทางข้อความส่วนตัวแล้ว ก็เริ่มแชร์ไลฟ์
ในไม่ช้า ผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณห้าสิบปีก็ปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอ
เธอแต่งตัวดูดีและสวมเสื้อผ้าตามแฟชั่น บนร่างกายเต็มไปด้วยของแบรนด์เนมและเครื่องประดับ เมื่อมองดูแล้วก็รู้ได้ว่าสภาพทางการเงินของครอบครัวไม่เลว
“สวัสดีคุณเจ้าของช่อง ฉันได้ยินคนอื่นบอกว่าคุณทำนายแม่นมาก ดังนั้นมาลองดูกัน”
เจ้าของแอ็กเคานต์กาลเวลาทำร้ายคนจ้องมองรูปร่างหน้าตาของฉู่ลั่ว นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสงสัย แม้ไม่ได้สบประมาทอย่างชัดเจน แต่วิธีพูดก็หยิ่งยโสไม่น้อย “เจ้าของช่อง คุณลองทำนายฉันดูหน่อยสิคะ”
ท่าทางของเธอดึงดูดความไม่พอใจของผู้ชมภายในไลฟ์ แต่ทว่าสีหน้าของฉู่ลั่วยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“คุณมาจากครอบครัวนักธุรกิจ เป็นพี่สาวคนโต มีน้องชายคนหนึ่งและน้องสาวคนหนึ่ง”
“หลังจากแต่งงานแล้วก็มีลูกชายคนหนึ่ง สามีเองก็ทำธุรกิจเช่นกัน”
“ครอบครัวมั่งคั่งร่ำรวย ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยขัดสนเรื่องเงิน”
เจ้าของแอ็กเคานต์กาลเวลาทำร้ายคนได้ยินเช่นนี้ สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยเช่นกัน “ดูการแต่งตัวของฉัน ดูภาพพื้นหลังของฉัน แค่มีตาก็รู้แล้วว่าครอบครัวของฉันทำธุรกิจ”
“นี่นับว่าเป็นความสามารถตรงไหนกัน?”
[ป้าแกมาหาเรื่องกันใช่ไหม! ถ้าไม่นับว่านี่เป็นความสามารถ เก่งนักก็ไม่ต้องมารับคำทำนายสิ! ทำไมไม่พูดบ้างล่ะว่าเจ้าของช่องยังทำนายว่าเธอมีน้องชายคนหนึ่งและน้องสาวคนหนึ่งด้วย?]
[ไอหยา นี่มันคนรวยเอาแต่ใจนี่นา!]
[ฮะ ๆ! เจ้าของช่อง ทำนายให้มันส์ ๆ หน่อยสิ]
[ฉันทำนายว่า อีกเดี๋ยวต้องได้ยินเรื่องน่าตกใจแน่]
เมื่อเห็นความคิดเห็นเหล่านี้ กาลเวลาทำร้ายคนพลันยิ้มเย้ยหยัน “รู้ว่าฉันเป็นคนมีเงินมันแปลกนักเหรอ? สามีของฉันเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงภายในพื้นที่ จะรู้เรื่องครอบครัวของฉันนั้นยากมากเลยเหรอ?”
“เจ้าของช่องต้องพูดอะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้ ถึงจะนับว่ามีความสามารถจริง ๆ”
สำหรับการจงใจหาเรื่องเช่นนี้ ฉู่ลั่วเองก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เธอกล่าวว่า “คุณกำลังกังวลเรื่องการแต่งงานของลูกชาย”
หลังฉู่ลั่วพูดเช่นนี้ กาลเวลาทำร้ายคนพลันนั่งหลังตรงและจ้องมองหน้าจอในทันใด
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “ลูกชายของคุณแต่งงานมาหลายปีแล้ว แต่กลับไม่มีทายาทเลย”
กาลเวลาทำร้ายคนพยักหน้าอย่างหนัก “ใช่ ๆๆ ฉันต้องการให้เจ้าของช่องทำนายดูว่าลูกสะใภ้ของฉันให้กำเนิดทายาทได้หรือเปล่า ไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้ว ทางนั้นบอกว่าสุขภาพของลูกชายและสะใภ้ของฉันต่างก็ไม่มีปัญหา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีลูกกันสักที”
“ฉันได้ยินว่า หากดวงชะตาของสามีภรรยาที่ไม่ส่งเสริมกันก็จะไม่สามารถให้กำเนิดลูกได้”
เธอหยิบอัลบั้มภาพถ่ายที่อยู่ด้านข้างขึ้นมา เป็นภาพครอบครัวที่มีสี่คน
“คนนี้คือลูกชายของฉัน”
“คนนี้คือสะใภ้ของฉัน!”
“เจ้าของช่อง คุณทำนายได้หรือเปล่า ระหว่างพวกเขาจะมีลูกด้วยกันได้ไหม?”
ฉู่ลั่วมองดูคนทั้งสองคนที่อยู่ภายในภาพ แล้วกล่าวว่า “ไม่ได้ค่ะ”