เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 341 โชคดีและโชคร้าย
บทที่ 341 โชคดีและโชคร้าย
ชิงหยาง เล่าภูมิหลังของฉู่ลั่วให้ฟัง
ควางเจียมองไปที่อีกฝั่งของสะพานหิน “ไม่มีสำนักไม่มีนิกาย เธอเรียนรู้ด้วยตัวเอง! ในยุคสมัยที่พลังวิญญาณเสื่อมถอยเช่นนี้ ยังมีอัจฉริยะแบบเธออยู่ด้วย!”
“นี่มันคือโชคดีของลัทธิเต๋า หรือว่าเป็นโชคร้ายของลัทธิเต๋ากันแน่!”
คนมีพรสวรรค์เช่นนี้ หาอยู่ในยุคที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณ ย่อมต้องบำเพ็ญจนบรรลุได้อย่างแน่นอน
แต่ในยุคสมัยที่คุณธรรมเสื่อมทรามนี้ แม้มีพรสวรรค์… ก็ทำให้บำเพ็ญไปได้ไม่ถึงไหน
น่าเสียดายนัก!
…
ฉู่ลั่วลอยเข้าไปในอาณาจักรผี เธอแปะยันต์ล่องหนแผ่นหนึ่งไว้บนร่างกาย ก่อนจะตรงเข้าไปจับตัวยมทูตตนหนึ่งที่เดินอยู่คนเดียว พร้อมกับใช้กระบี่ทองสำริดกดลงไปบนคอของอีกฝ่าย
พลังวิญญาณของกระบี่ทองสำริดทรงพลังมาก แค่วางมันลงบนคอของยมทูต ก็ทำให้มันหน้าตาบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดจนส่งเสียงร้องโหยหวน
“จักรพรรดิภูตผีอยู่ที่ไหน?”
ยมทูตกัดฟัน มันถลึงตาสีแดงก่ำ “เจ้าช่างใจกล้านัก ถึงกับกล้า…”
“จักรพรรดิภูตผีอยู่ไหน?”
ฉู่ลั่วกดกระบี่ในมือ คมของกระบี่ทองสำริดเฉือนเข้าไปในคอของยมทูต มีเสียงซ่าราวกับร่างกายของมันถูกราดด้วยน้ำมันร้อนจัดดังขึ้นมา
“อ้ากก! ข้าบอกแล้ว ข้าบอกแล้ว!”
ยมทูตชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “จักรพรรดิภูตผีไม่ถูกเจ้าทำร้ายได้ง่าย ๆ เหมือนพวกเราหรอก เจ้าไป ก็เท่ากับส่งตัวเองไปตาย”
ฉู่ลั่วยกมือขึ้น ใช้ยันต์แผ่นหนึ่งติดเข้าที่หน้าผากของยมทูต
มันสลายกลายเป็นควันสีเขียว ก่อนจะหายไปจากโลก
ยมทูตพวกนี้เต็มไปด้วยหนี้กรรมติดตัว
ฉู่ลั่วถือกระบี่ทองสำริดเดินตรงไปยังที่พำนักของจักรพรรดิภูตผีตามที่ยมทูตชี้บอก
ยิ่งเธอเดินตรงเข้าไป ก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงพลังหยินชัดเจนขึ้น
นอกจากพลังหยินแล้ว ยังมีแรงกดดันอันแข็งแกร่งของวิชาต้องห้ามอีกด้วย
คาถาต้องห้ามประเภทนี้ เธอรู้จักเป็นอย่างดี นี่เป็นวิชาต้องห้ามที่พวกบำเพ็ญพลังวิญญาณนอกรีตใช้
วิชาต้องห้ามเสริมด้วยค่ายกล
สถานที่แห่งนี้ประมาทไม่ได้เลยจริง ๆ
ฉู่ลั่วเพิ่งเหยียบลงไปบนก้อนหินสีดำ ยันต์ล่องหนที่แปะไว้บนร่างกายก็เผาไหม้ทันที
“ใคร!”
น้ำเสียงทุ่มลึกดังมาจากจุดที่พลังหยินเข้มข้น “ผู้ใดบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของข้า”
พลังหยินเข้มข้นที่ปิดบังดวงตา หายไปในพริบตา
สิ่งที่มองเห็นคือบ้านโบราณหลังหนึ่ง ประตูบ้านครึ่งหนึ่งถูกแขวนไว้บนอากาศ และด้านหน้าก็มีป้ายหินลอยอยู่กลางอากาศ
บนป้ายหินเขียนด้วยเลือด
วังยมราช
ฉู่ลั่วหัวเราะเยาะ
บานประตูขนาดใหญ่สองที่อยู่ตรงหน้าเปิดออก ตามมาด้วยเสียงดังสะเทือนไปทั่วแผ่นฟ้า “ผู้ใด กล้าบุกรุกเข้ามายังสถานที่ต้องห้ามของข้า”
ฉู่ลั่วเหาะตรงไปยังประตูทางเข้า
ทันใดนั้นเองสายฟ้าสีเลือดก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า!
ฉู่ลั่วยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน
มีเสียงดังเปรี๊ยะ สายฟ้าสายที่สองและสามฟาดกระหน่ำลงมาเรื่อย ๆ แต่ทั้งหมดก็ถูกฉู่ลั่วป้องกันไว้ได้ด้วยกระบี่ทองสำริด
“น่าสนใจ น่าสนใจ! ยังมีคนป้องกันวรยุทธ์ของข้าได้ด้วย”
ครั้นสายฟ้ากลางอากาศเลือนหาย ฉู่ลั่วตรงเข้าไปในบ้านทันที
ทันทีที่เข้ามา ความเยือกเย็นถึงกระดูกก็แผ่กระจายขึ้นมาจากปลายเท้า
ดูจากภายนอกบ้านไม่ได้ดูหลังใหญ่ แต่ภายในกลับทั้งสูงและใหญ่ มีเสายาวหลายร้อยเมตรรองรับน้ำหนักของหลังคา
ทั้งยังมีวิญญาณร้ายหน้าตาประหลาดน่าสะพรึงกลัวลอยเคว้งอยู่ บนเพดานมีภาพจิตรกรรมปีศาจกับอสูรกายหลากหลายชนิด
จะบอกว่าเป็นภาพจิตรกรรม แต่กลับดูเหมือนมีชีวิตจริง ๆ
และที่ด้านบนสุด มีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง
ร่างนั้นถูกปิดบังใบหน้าอยู่ท่ามกลางไอผี เห็นเพียงดวงตาสีเหลืองคู่หนึ่ง ราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ มองตรงมาทางนี้
และคนที่อยู่ตรงหน้าบันได ก็คือ… ฮั่วเซียวหมิง
ฉู่ลั่วเหาะเข้าไปทันที ก่อนจะร่อนลงมาตรงหน้าคนรู้จัก
ร่างวิญญาณของฮั่วเซียวหมิงมีพลังหยินปะปน สีหน้าซีดขาว ลูกตาสองข้างแดงราวกับเลือด
รูม่านตาหดเล็กลงเหลือเท่าเมล็ดข้าวมองฉู่ลั่วด้วยความหวาดกลัว
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นมาสร้างผนึก พลางท่องคาถา “สลาย!”
พลังหยินบนตัวเขาหายไปทันที สีแดงเลือดในดวงตาก็หายไปเช่นกัน
“ฉู่ลั่ว?”
ฮั่วเซียวหมิงขมวดคิ้ว กำลังจะพูด แต่ถูกเธอดึงไปอยู่ข้างหลังอย่างแรง
เมื่อได้ยินเสียงดังก้อง จักรพรรดิภูตผีก็หายตัวมาตรงหน้าพวกเขาแล้ว กรงเล็บแหลมคมถูกฉู่ลั่วใช้กระบี่ทองสำริดป้องกันไว้
“เขาเป็นคนของข้า!” จักรพรรดิหมิงมองร่างกายของฮั่วเซียวหมิงท่าทางตะกละตะกลาม ก่อนจะหันมามองร่างกายของฉู่ลั่ว
ครั้นดวงตาแดงก่ำจับจ้องมาที่เธอ ก็ค่อย ๆ ชะงักไป
วินาทีเดียว พลังหยินบนตัวก็กระจายหายไป ใบหน้าหล่อเหลาไม่มีใครเทียบปรากฏออกมา
“…” สายตาของเขามองที่ดวงตาและเลื่อนมาจนถึงริมฝีปากของฉู่ลั่ว ความเย็นชาในสายตาหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มอ่อนโยน “ไม่ได้เจอผู้บำเพ็ญที่พลังวิญญาณบริสุทธิ์ขนาดนี้มานานแล้ว”
เขาจะคว้ามือของฉู่ลั่ว แต่ถูกหญิงสาวยกกระบี่มาบังไว้
เมื่อเผชิญกับสีหน้าเย็นชาของหญิงสาว จักรพรรดิภูตผียังคงยิ้มอ่อนโยน “การบำเพ็ญพลังวิญญาณของข้าหยุดนิ่งไม่สามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ คิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะส่งผู้บำเพ็ญที่พลังวิญญาณบริสุทธิ์ขนาดนี้มาให้”
“สวรรค์ทรงโปรดจริง ๆ!”
ฉู่ลั่วถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางมองเขาด้วยแววตาเย็นชา เธอชี้ปลายกระบี่ใส่คู่กรณี “นายต้องการใช้ฉันเป็นเครื่องมือบำเพ็ญพลังวิญญาณงั้นเหรอ?”
จักรพรรดิภูตผีได้ยินก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “เครื่องมือ? ฮ่า ๆๆ! ไม่ใช่แน่นอน ข้าต้องการให้เจ้ามาบำเพ็ญคู่!”
ฉู่ลั่ว “…”