เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 343 อักขระเซียน
บทที่ 343 อักขระเซียน
นิ้วมือของจักรพรรดิภูตผีมีพลังหยินล้นออกมา สระโลหิตที่เดิมทีสงบนิ่งอยู่ก็ผันผวน กระดูกขาวที่อยู่ข้างในส่งเสียงโหยหวนราวกับว่าจะเสียดแทงแก้วหูของคน
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ จักรพรรดิภูตผีก็ยิ่งกำเริบเสิบสาน
เขาหมุนตัวเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทีภูมิใจมาก
ยามเดินผ่านโถงด้านหน้า ทะลุป่าศิลา จนมาถึงหน้าถ้ำหินแห่งหนึ่ง
ฉู่ลั่วมองถ้ำหินนั้น ด้านในมีสมบัติวางอยู่ชิ้นหนึ่ง คัมภีร์ผนึกเซียน
ผนึกเซียน?
“นี่เป็นสถานที่ที่เป็นคลังสมบัติของข้าเลย”
ทันทีที่เข้าไปในถ้ำหิน ฉู่ลั่วก็เห็นว่าด้านบนผนังถ้ำหินนั้นแขวนหุ่นไล่กาไว้นับสิบตัว บนนั้นเขียนชื่อและดวงชะตาเอาไว้ด้วย
หุ่นไล่กาทุก ๆ สองตัวจะมีการพันด้ายสีทองไว้ด้วยกัน
กระทั่งเดินเข้าไปใกล้ ฉู่ลั่วถึงได้พบว่านั่นไม่ใช่ด้ายสีทอง แต่เป็นด้ายที่ทำมาจากกระดาษยันต์ต่างหาก
“ฮั่วเซียวหมิง ฮั่วเซียวหมิง…” จักรพรรดิภูตผีชี้เข้าไปในบรรดาหุ่นไล่กานั้น “เจอแล้ว”
นิ้วมือของเขาตวัดเอาหุ่นไล่กาคู่หนึ่งในจำนวนนั้นออกมา “มิน่าล่ะข้าถึงได้รู้สึกคุ้นหน้าเขานัก ที่แท้ชะตาก็ส่งมาถึงข้านานแล้ว”
จักรพรรดิภูตผีจับหุ่นไล่กาแล้วส่ายหน้ากับฉู่ลั่ว “เพิ่งจะส่งมาไม่ถึงสองปี ก็ไม่แปลกใจหรอก ไม่อย่างนั้นคนที่มีโชคยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ความชั่วร้ายจะกล้าผูกมัดกลับมาได้อย่างไร”
เขาสะบัดหุ่นไล่กาสองตัวในมือของเขา
ฉู่ลั่วมองปราดเดียวก็เห็นว่าบนตัวของหุ่นไล่กาอีกตัว เขียนว่า ‘เถาเป่ย’ และมีดวงชะตาเขียนไว้ด้วย
“นี่มัน…”
“ขโมยโชคชะตา” จักรพรรดิภูตผีอธิบาย “บนโลกนี้มีคนที่มีโชคยิ่งใหญ่มากมาย บนตัวของพวกเขาจะมีบุญบารมี พลังวิญญาณ แสงสีทอง… สิ่งเหล่านี้ ที่จริงแล้วมีคนมากมายเลยที่ต้องการ”
ฉู่ลั่วเอาหุ่นไล่กาของตัวมาตรวจสอบอย่างละเอียด
กระดาษยันต์เหล่านี้มันค่อย ๆ ขโมยเอาดวงของฮั่วเซียวหมิงไปให้เถาเป่ยจริง ๆ
“นี่มันวิชานอกรีต?”
จักรพรรดิภูตผีหัวเราะเสียงต่ำ “ก็วิชานอกรีตไง แล้วอย่างไรล่ะ?”
ระหว่างนิ้วของเขามีพลังหยินล้นออกมา พลังหยินพลิ้วไหวอยู่ที่ปลายนิ้วของเขาแล้วเพิ่มจำนวนนับหมื่นนับพัน
เห็นได้เลยว่าเขามีความเชี่ยวชาญในการควบคุมพลังหยินมากแค่ไหน
ฉู่ลั่วใช้พลังวิญญาณตัดด้ายกระดาษยันต์นั้น แต่กลับพบว่าไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย
เธอควงกระบี่ทองสำริดโจมตีไปที่เส้นด้ายอาคมซึ่งเชื่อมหุ่นไล่กาทั้งสองตัวเอาไว้
เส้นด้ายอาคมส่องประกายแสงสีทอง แต่ก็ยังไม่ขยับเขยื้อน
จักรพรรดิภูตผียิ้มบาง ๆ ให้เธอ รอจนฉู่ลั่วตัดด้ายนั่นสามครั้งแล้วถึงยักไหล่แล้วบอก “นี่ไม่ใช่ด้ายทั่วไป แล้วก็ไม่ใช่อักขระทั่วไปด้วย”
นิ้วของเขาเขียนตัวอักษรในอากาศอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะใช้เพียงพลังหยินในการเขียนขึ้นมา แต่ฉู่ลั่วก็ยังคงมองออกถึงระดับความรุนแรงของอักขระนั้น
“นี่มันคืออักขระเซียน คนธรรมดาทั่วไปจะไปทำอะไรมันได้ยังไงล่ะ”
อักขระเซียน?
ถ้าเป็นอักขระเซียน แล้วจักรพรรดิภูตผีผู้นี้เขียนขึ้นมาได้ยังไง?
จักรพรรดิภูตผีสะบัดมือเอาหุ่นไล่กาสองตัวนั้นกลับมา แล้วค่อย ๆ แขวนกลับไป ขณะที่แขวนไปก็พูดไปด้วย “ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ว่าเขาคือคนโดนขโมยโชคชะตา แต่ตอนนี้รู้แล้ว ข้าไม่สามารถทำอะไรเขาได้”
“ต้องรอให้โชคชะตาของเขาถูกยืมไปจนหมดก่อน แล้วถึงจะลงมือได้”
“วิญญาณที่มีโชคชะตายิ่งใหญ่ คงจะมีพลังวิญญาณแรงกล้ามาก ”
มือของฉู่ลั่วที่กำกระบี่ทองสำริดอยู่ออกแรงขึ้นเล็กน้อย “พวกคุณทำแบบนี้ มันเป็นการปิดบังวิถีสวรรค์นะ”
“ปิดบังแล้วอย่างไร?”
จักรพรรดิภูตผีแขวนหุ่นไล่กาสองตัวแล้วกำลังเตรียมจะหันหลังไป แต่จู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา “หืม อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย ”
เขาตวัดเกี่ยวหุ่นไล่กาสองตัวมาอีก เพียงแต่หุ่นไล่กาหนึ่งในนั้นรอบตัวดำไปหมดแล้ว ราวกับว่าถูกไฟเผาไหม้
สายตาของฉู่ลั่วมองไปที่ตัวของหุ่นไล่กาสีดำนั้น
นั่นคือโม่เฉิง… มีโชคชะตาของโม่เฉิงอยู่!
ส่วนคนที่เชื่อมติดกับโม่เฉิงก็คือคนที่ชื่อซางหัว ดูจากชะตาแล้วก็เห็นได้ชัดว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับโม่เฉิง
“นี่! โม่เฉิงกลายเป็นมารแล้วจริง ๆ ทั้งยังถูกฆ่าแล้วด้วย!” จักรพรรดิภูตผีหัวเราะเหอะ ๆ พลางทอดถอนใจ แล้วยื่นมือมาบีบหุ่นไล่กาของโม่เฉิงจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปทันที
แล้วเขาก็ถือหุ่นไล่กาอีกตัว ลูบที่แผ่นดวงชะตาของหุ่นไล่กาตัวนั้น จากนั้นก็ลงมือ ทันใดนั้นหุ่นไล่กาตัวนั้นก็กลายเป็นควันเขียวเข้าไปในร่างของจักรพรรดิภูตผี
ฉู่ลั่ว “…”
เธอดึงฮั่วเซียวหมิงถอยหลังมา พร้อมกับมองจักรพรรดิภูตผีด้วยสายตาระแวดระวัง
“ทำไมถึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น?” จักรพรรดิภูตผีเอ่ยถามเธอพร้อมรอยยิ้ม
ฉู่ลั่วเอ่ย “คุณคือซางหัว”
“ซางหัว! ซางหัว!” ซางหัวตะโกนออกมา แล้วเงยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมองฉู่ลั่ว “ถ้าเจ้าไม่เรียกออกมา ข้าก็เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองยังมีชื่อนี้อยู่ พอชื่อนี้มันออกมาจากปากของเจ้าแล้วเพราะดีนะ”
ฉู่ลั่วสรุป “คุณขโมยโชคชะตาของโม่เฉิงมา”
ซางหัวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ใช่ไง! ข้าไม่เพียงแต่ขโมยโชคชะตาของเขามานะ ทั้งการแต่งงานของเขา หรือแม้แต่โชคชะตาของเขาก็ถูกข้ายืมมาหมดแล้ว”
ฉู่ลั่วดึงให้ฮั่วเซียวหมิงถอยหลังออกมาอย่างช้า ๆ
แต่ซางหัวกลับไม่ได้ขัดขวางอะไรพวกเขา ทำเพียงแค่ยิ้มพลางเอ่ยถามว่า “เจ้าไม่สนใจเขาแล้วหรือ?”
ฉู่ลั่วเงียบงัน
ซางหัวถาม “ถ้าโชคชะตาของเขาถูกริดรอนไปใช้ต่ออีกสักหน่อย เขาจะลงเอยอย่างไรรู้หรือไม่?”
“เขาจะพบเจอหายนะอย่างต่อเนื่อง และมีโชคร้ายเข้ามาเยือนอย่างไม่หยุดหย่อน”
“แม้กระทั่งตายไปแล้ว วิญญาณก็จะถูกผู้บำเพ็ญหรือไม่ก็ลูกน้องของข้าเอาตัวมาใช้บำเพ็ญ”
ฉู่ลั่วเม้มปาก แต่ฝีเท้ากลับไม่ขยับไปไหนอีก