เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 344 การร่วมมือของสองฝั่ง
บทที่ 344 การร่วมมือของสองฝั่ง
ฮั่วเซียวหมิงสีหน้าเรียบเฉย ออกแรงดึงหญิงสาว พลางเอ่ยเสียงขรึม “ไปกันเถอะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่สามารถตัดด้ายนั้นได้”
ฮั่วเซียวหมิงยังยืนกรานคำเดิม “ตอนนี้เราถอยกันก่อน”
ฉู่ลั่ว “…”
สายตาของฮั่วเซียวหมิงตึงเครียด แล้วฉู่ลั่วก็ถูกลากออกจากถ้ำ โดยมีเสียงของซางหัวที่ดังออกมาจากข้างใน
“ข้าจะรอเจ้ากลับมา”
“ขอเพียงเจ้ายอมบำเพ็ญคู่กับข้า ข้าก็จะช่วยเจ้าตัดด้ายอักขระเซียนนี้ซะ”
เสียงนั้นเอ่ยอย่างสบาย ๆ ดังเข้ามาให้ทั้งสองคนได้ยิน
ฝีเท้าของฮั่วเซียวหมิงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และดึงฉู่ลั่วเดินออกไปข้างนอก
วิญญาณชั่วร้ายราวกับว่าได้รับคำสั่งมา เพราะแม้ว่าจะเห็นพวกเขา แต่ก็ไม่มีการเข้ามาขัดขวางใด ๆ
พวกเขาออกไปถึงสะพานหินอย่างราบรื่น
ขณะที่พวกเขากำลังข้ามสะพานหินอยู่นั้น จู่ ๆ ซางหัวก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของพวกเขา
“ได้พบกันครั้งแรก ข้ามีของขวัญชิ้นหนึ่งที่ลืมมอบให้เธอ”
ฉู่ลั่วยังไม่ทันตั้งสติได้ ปลายนิ้วของซางหัวก็สัมผัสโดนฉู่ลั่วแล้ว จากนั้นพลังงานหยินก็เจาะเข้าไปในกระดูกของเธอ
“โอ๊ย!”
“ตอนแรกเริ่มมันจะเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ถ้าเธอคุ้นชินก็จะไม่รู้สึกเจ็บแล้ว”
ท้องฟ้าเป็นสีขาวท้องปลา และมีแสงสีทองส่องลงมา
ร่างของซางหัวที่อยู่กลางอากาศค่อย ๆ ถูกแสงสีทองทะลุจนกลายเป็นเงาดำหายไปในทันที
แล้ววิญญาณชั่วร้ายก็ค่อย ๆ หายไป
“สหายน้อยฉู่ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
“สหายน้อยฉู่ เกิดเรื่องอะไรขึ้น!”
“นี่คือเพื่อนของคุณเหรอ?”
ฉู่ลั่วกุมข้อมือตัวเองไว้แล้วค่อย ๆ คลายออก มีลวดลายสีดำปรากฏขึ้นที่หลังมือของเธอ
ฮั่วเซียวหมิงก้มหน้ามอง แล้วเอ่ยถาม “นี่คืออะไร?”
เธอสะบัดยันต์ใบหนึ่งออก “วิญญาณของคุณออกจากร่างนานเกินไปแล้ว ทำให้กายหยาบเกิดความเสียหายมาก คุณกลับไปก่อนเถอะ”
แต่วิญญาณฮั่วเซียวหมิงกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ “พูดมาให้ชัดเจนก่อน”
แต่กระดาษยันต์ของฉู่ลั่วแปะเข้าที่หน้าผากของเขาแล้ว วิญญาณของเขาจึงหายไปทันที
ชิงหยางมองฉู่ลั่วส่งวิญญาณกลับไปแล้วซักถาม “สหายน้อย คุณกับจักรพรรดิภูตผีผู้นั้นสู้กันเหรอ?”
“เปล่า แต่เขาไม่ใช่จักรพรรดิภูตผีอะไรหรอก”
ชิงหยางลุกขึ้นยืน ม้านั่งเล็ก ๆ ล้มลงไปกับพื้นจากการเคลื่อนไหวอย่างแรงของเขา “ขโมยโชคชะตา? เป็นไปได้ยังไง?”
ฉู่ลั่วมองชิงหยาง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่รีบร้อน “อะไรที่เป็นไปไม่ได้คะ?”
เปียนเหลียงยิ้มเย็นชา “แน่นอนว่าเป็นไปได้ หลายปีมานี้เรื่องที่ผู้บำเพ็ญทำไว้มันใช่น้อย ๆ ที่ไหนกัน?”
คนลัทธิเต๋าที่อยู่ในบริเวณค่อย ๆ เปลี่ยนสีหน้าไป
แน่นอนว่าพวกเขาเองเคยได้ยินเรื่องที่ผู้บำเพ็ญทำร้ายผู้คนมาไม่มากก็น้อย
ชิงหยางลุกขึ้นยืน “แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ นี่มันเรื่องการขโมยโชคชะตา!”
เปียนเหลียงยังคงมีท่าทีที่เย็นชาอยู่แบบนั้น “ขโมยโชคชะตาแล้วยังไงล่ะ? หรือว่าในลัทธิเต๋าไม่มีใครทำเรื่องปิดบังลิขิตสวรรค์เหรอ?”
คำพูดนี้ทำเอาคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นสีหน้าเปลี่ยนกันไปหมด
ควางเจียลุกขึ้นดึงเปียนเหลียงไว้ “ตอนนี้เราไม่ได้หารือกันเรื่องนี้นะ ตอนนี้เรากำลังหารือเรื่องจักรพรรดิภูตผีนั่นต่างหาก”
“เขากล้าขโมยโชคชะตาจริง ๆ ฟังจากที่สหายน้อยฉู่บอกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ด้วย”
“สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือข้างในนั้นยังมีหุ่นไล่กาที่จับคู่กันไว้อีกจำนวนมาก”
คนอื่น ๆ ที่เหลือต่างมองหน้ากันไปมา มีคนหนึ่งลุกขึ้นพูด “ให้ไปช่วยคน เรายังพอจะสามารถทำได้นะ แต่จะให้เราไปจัดการกับจักรพรรดิภูตผี ทั้งยังจะให้ทำลายอักขระเซียนอีก ฉันไม่มีความสามารถจะทำเรื่องนี้หรอก”
“คนที่สามารถทำลายอักขระเซียนได้ ตอนนี้ก็ไม่ยอมออกจากเขากัน ลำพังพวกเรา แม้ว่าจะโชคดีฆ่าจักรพรรดิภูตผีได้ แต่อักขระเซียนพวกนั้นจะทำยังไงได้ล่ะ? ใครจะทำลายได้?”
ทุกคนเงียบงัน
ตอนนี้ลัทธิเต๋าเสื่อมโทรม คนไม่กี่คนที่มีความสามารถก็ละทางโลกไม่ยอมออกมากันหมด ต่อให้ใครไปเชิญออกมาก็ไม่ได้ผล
ชิงหยางเองก็เงียบไปเช่นกัน
เขาก็รู้ว่าทุกคนไม่ได้เกี่ยงหน้าที่แต่พูดความจริงกันอยู่
ซู่เซี่ยงหยางที่ฟังอยู่ด้านข้างมาตลอดจู่ ๆ ก็เอ่ยปาก “ทางพวกเราสามารถช่วยได้ไหม?”
เปียนเหลียงทอดถอนใจ “เรื่องของลัทธิเต๋า คนธรรมดาอย่างพวกคุณจะช่วยได้ยังไงกัน?”
ชิงหยางก็ทอดถอนใจเช่นกัน
แต่ฉู่ลั่วกลับลุกขึ้น “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”
ควางเจียมอง “สหายน้อยฉู่ คุณมีวิธีเหรอ?”
ฉู่ลั่วใช้มือข้างหนึ่งลูบที่ลวดลายตรงข้อมือเบา ๆ แล้วเดินไปข้าง ๆ ซู่เซี่ยงหยางพลางพูด “ตอนนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปขนาดนี้แล้ว อาวุธต่าง ๆ ก็แปลกใหม่ขึ้นทุกวัน มันไม่ใช่ยุคอาวุธเย็นแบบเมื่อก่อนแล้ว”
“แต่อาวุธพวกนั้นล้วนจัดการสิ่งชั่วร้ายไม่ได้”
ฉู่ลั่วคลี่ยิ้ม
ควางเจียตาเป็นประกายขึ้นมา “แต่เราสามารถทำให้อาวุธพวกนั้นทำลายสิ่งชั่วร้ายนั้นได้!”
พอเขาพูดประโยคนี้ออกมา คนลัทธิเต๋าที่อยู่ในที่แห่งนั้นก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย