เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 345 ฮั่วเซียวหมิงฟื้นแล้ว
บทที่ 345 ฮั่วเซียวหมิงฟื้นแล้ว
ชิงหยางปรบมือร้อง “ไอหยา หลงกลเจ้าหน้าที่กันจริง ๆ ทำไมเราถึงไม่นึกถึงเหตุผลง่าย ๆ แบบนี้นะ แค่ทำให้อาวุธพวกนั้นสามารถทำลายสิ่งชั่วร้ายได้ก็พอแล้ว!”
การพัฒนาของอาวุธร้อนในโลกนี้มันก้าวหน้าแซงผู้บำเพ็ญอย่างพวกเขาในตอนนี้ไปแล้ว!
คนที่เหลือก็ลุกขึ้น แล้วเริ่มหารือกันว่าควรจะทำยังไงกันดีในปฏิบัติการนี้?
และเพราะว่าซู่เซียงหยางเป็นตัวแทนฝ่ายทหาร จึงถูกลากเข้ามาในการหารือของคนในลัทธิเต๋าด้วย
ชิงหยางมองคนที่มารวมตัวหารือกัน แล้วค่อย ๆ ถอนหายใจโล่งอก เขาหันไปมองฉู่ลั่วพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ขอบคุณนะ สหายน้อยฉู่”
ฉู่ลั่วมองเขาอย่างสับสน
ชิงหยางยิ้มขมขื่น “มันก็หลายปีมาแล้ว แม้ว่าทางลัทธิเต๋าจะมีความสัมพันธ์กับทางรัฐบาล แต่ว่าก็มีเส้นแบ่งแยกกันและกันอย่างชัดเจน ทางรัฐบาลคิดว่าพวกเราเป็นพวกงมงาย ทางลัทธิเต๋าก็คิดว่าคนทั่วไปไร้ประโยชน์ต่อการบำเพ็ญของเรา”
“ทั้งสองฝ่ายต่างขีดเส้นให้กันและกัน”
“แต่ตอนนี้…”
ชิงหยางมองทั้งสองฝ่ายที่หารือกันอย่างกระตือรือร้นอยู่ทางนั้น “ดูเหมือนว่าฉันเห็นเค้าลางการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่ายแล้ว”
…
ณ เมืองตี้จิง
ร่างกายของฮั่วเซียวหมิงลืมตาขึ้นมา หยางไต้ที่เฝ้าอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็ลูบอกตัวเอง “ตกใจหมดเลย พ่อบ้านบอกว่าเห็นเช้าแล้วลูกยังไม่ตื่น เรียกยังไงก็ไม่ตื่น แม่ก็คิดว่าลูก…”
“นี่ลูกเป็นอะไรไป?”
สีหน้าของฮั่วเซียวหมิงค่อย ๆ เคร่งขรึม เขาคว้ามือถือที่อยู่ข้างตัวแล้วต่อสายหาฉู่ลั่ว แต่อีกฝ่ายไม่รับสาย
หยางไต้มองเขา “แม่โทรไปหาลั่วลั่วมาแล้วแต่ไม่มีคนรับสาย โทรไปที่บ้านเล็กมาก็บอกว่าลั่วลั่วมีธุระออกไปข้างนอก ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”
ฮั่วเซียวหมิงเปิดผ้าห่มออก พลางโทรศัพท์ไปด้วย “ผมจะไป…”
พูดไม่ทันขาดคำก็ชะงักงัน
ภูเขานั่นอยู่ที่ไหน เขาไม่รู้เลยสักนิด
หยางไต้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความร้อนใจของฮั่วเซียวหมิงก็อดถามไม่ได้ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ฮั่วเซียวหมิงบีบมือถือแน่น พลางกัดฟัน “ฉู่ลั่ว ทางที่ดีคุณอย่าทำให้ผมต้องว้าวุ่นเลยนะ”
หยางไต้ “…”
เจ้าเด็กคนนี้ ตอบคำถามเธอหน่อยได้ไหมเนี่ย!
แต่เห็นว่าฮั่วเซียวหมิงโทรไปหาที่บ้านเล็กอีกครั้งแล้ว เธอจึงทำได้เพียงหุบปากเงียบ
เรื่องมันเกี่ยวข้องกับลั่วลั่ว ก็ไม่แปลกใจที่ลูกชายจะร้อนใจขนาดนี้
กระทั่งฮั่วเซียวหมิงติดต่อหัวหว่านได้ ถึงรู้ตำแหน่งที่แน่นอน เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขึ้นรถออกไปเลย
หยางไต้กะพริบตาปริบ ๆ
ฮั่วจิ้นเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยา “ปล่อยให้เขาไปเถอะ! หายากมากที่จะเห็นลูกชายสีหน้าร้อนรนขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
หยางไต้พิงไหล่เขา “ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับลั่วลั่วนะคะ?”
สามีหรี่ตา “ต้องให้พวกเราช่วยออกหน้าไหม?”
เกี่ยวข้องกับฉู่ลั่วจะทำเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไม่ได้
“ถ้าเขาต้องการ เขาจะบอกเอง” เจ้าเด็กดื้อไม่พูด ก็แสดงว่าไม่ให้ผู้ปกครองออกหน้าเอง “เด็กคนนี้ ทุกทีเอาแต่ทำหน้าบูดบึ้ง รู้จักแต่ความใจร้อน ไม่รู้ว่าได้สารภาพกับฉู่ลั่วไปหรือยัง?”
“เรื่องของพวกเขา ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ อย่าไปแทรกแซงเลย”
หยางไต้มองค้อน “ฉันเป็นผู้หญิงก็ย่อมเข้าใจผู้หญิงด้วยกัน ถ้าผู้ชายไม่สารภาพ ต่อให้แสดงออกทางการกระทำแค่ไหน ผู้หญิงก็จะสงสัยค่ะ”
“ส่วนผู้ชายไม่เหมือนกัน แม้ว่าผู้หญิงจะไม่ได้แสดงออกอะไรเลย ผู้ชายก็จะคิดไปเองได้ว่าผู้หญิงรักตัวเอง”
ฮั่วจิ้น “…”
ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนถูกภรรยาตัวเองเขม่นเข้าให้
…
ฮั่วเซียวหมิงบึ่งรถไปอย่างเร็วตลอดทางจนถึงสนามบิน ทั้งนั่งเครื่อง ลงเครื่อง แล้วนั่งรถอีกที
กว่าจะไปถึงภูเขาเฟิงหนิง พระจันทร์ก็ลอยเด่นแล้ว
เขาเห็นข้างทางมีรถจอดอยู่สิบกว่าคัน
แล้วหัวหว่านก็ถือไฟฉายวิ่งออกมา “คุณฮั่วมาแล้ว!”
ฮั่วเซียวหมิงก้าวไปข้างหน้า ตรงขึ้นภูเขา เดินไปก็ถามไปด้วย “ฉู่ลั่วล่ะ?”
“ไม่ทราบค่ะ คุณหนูบอกแค่ให้ฉันรอที่นี่”
ฮั่วเซียวหมิงเงียบงัน “…”
เดินไปจนถึงสถานที่ที่พวกเขาพักผ่อน ทางนี้มีทหารที่คอยดูแลอยู่ด้วย
“เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณฮั่ว พวกเราไม่สามารถปล่อยให้คุณไปได้ ทางที่ดีคุณรออยู่ที่นี่เถอะครับ”
มาจนถึงที่นี่แล้ว เขาจะรออยู่ได้ยังไงกัน
“ทำไมพวกเขายังไม่กลับมาอีก?”
เมื่อเช้าตอนที่เข้าไป ได้ยินชัดเจนว่าพวกนั้นบอกให้ไปก่อน
แต่ตอนนี้…
ทหารไม่ตอบอะไร และไม่ยอมให้ฮั่วเซียวหมิงเข้าไปด้วย
ฮั่วเซียวหมิง “…”
หัวหว่านมองชายหนุ่มที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านข้างแล้วพูดอย่างระมัดระวัง “คุณฮั่วคะ คุณหนูเก่งขนาดนั้น ไม่มีทางเป็นอะไรไปได้หรอกค่ะ พวกเรารออยู่ที่นี่กันเถอะค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงมองเธอ แล้วมองออกไปไกล ๆ จากนั้นก็กำหมัดแน่น
ฉู่ลั่ว คุณอย่าเพิ่งลงมือทำอะไรเสี่ยง ๆ เลยนะ!