เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 356 สามีแสนดี
บทที่ 356 สามีแสนดี
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันกำจัด ‘มัน’ ไปแล้วค่ะ ตอนนี้รองเท้าคู่นี้เป็นเพียงรองเท้าธรรมดา คุณไม่ต้องกลัว”
เจ้าของแอ็กเคานต์ลูกชิ้นไม่กินผักชีเสียงสั่นระริก “ฉันก็ยังกลัวอยู่ดีค่ะ”
ขณะกำลังพูดอยู่นั้นเอง ประตูห้องรับแขกก็เปิดออก หญิงวัยสามสิบหันไปมอง “ที่รัก! ฉันจะเล่าให้ฟังค่ะ รู้ไหมเกิดอะไรขึ้น รองเท้าคู่นั้นที่คุณให้ฉัน มันมีผีสิงค่ะ มันมีของสกปรกอยู่!”
ผู้โชคดีซุกตัวลงในอ้อมกอดของสามี พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
ขอแค่มีสามีอยู่ด้วย เธอก็ไม่กลัวแล้ว
สามีของลูกชิ้นไม่กินผักชีกอดเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง และรีบพูดปลอบโยน “ไม่ต้องกลัว สามีคุณอยู่นี่”
“รองเท้าคู่นี้คือ…”
ลูกชิ้นไม่กินผักชีรีบเล่าเรื่องราวที่เธอลุ้นรางวัลไลฟ์สตรีม และท่านปรมาจารย์ก็จับได้ชื่อเธอให้ฟัง
“ที่รัก คุณไม่รู้หรอกว่ามันน่ากลัวขนาดไหน รองเท้าคู่นั้นเดินตามฉันมาด้วยนะ! ถ้าไม่ได้ท่านปรมาจารย์ ฉันอาจจะตายอยู่ตรงนี้แล้ว!”
“ฉันบอกแต่แรกแล้วว่าฉันไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า พวกคุณก็ไม่เชื่อ!”
สายตาของสามีลูกชิ้นไม่กินผักชีค่อย ๆ มองไปยังรองเท้าคู่นั้น
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องขอบคุณท่านปรมาจารย์”
ผู้โชคดียกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พูดกับกล้องว่า “ท่านปรมาจารย์คะ นี่คือสามีของฉัน”
“ที่รัก รองเท้าคู่นี้ฉันไม่กล้าจัดการ คุณช่วยจัดการให้หน่อยนะคะ!”
สามีพยักหน้า เขาให้ภรรยานั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางอ่อนโยน จากนั้นก็เดินเข้าไปหยิบรองเท้าส้นสูงขึ้นมา พูดกับลูกชิ้นไม่กินผักชีว่า “ที่รัก ผมเอารองเท้าคู่นี้ไปทิ้งก่อนนะ”
“อืม อืม! เอาไปทิ้งไกล ๆ เลยนะ!”
สามีของลูกชิ้นไม่กินผักชีถือรองเท้าเดินออกไปแล้ว
[ว้าว! ผู้ชายแมนมากเลย! เขาไม่กลัวเลยสักนิด]
[ผู้ชายแบบนี้สิถึงจะพึ่งพาได้! ไม่เหมือนแฟนของฉัน เมื่อกี้ตอนดูไลฟ์สตรีม ก็มาหลบอยู่ข้างหลังฉัน]
[คุณผู้โชคดี โชคดีมาก ๆ เลย!]
ลูกชิ้นไม่กินผักชีที่ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่เห็นความคิดเห็นเหล่านี้ ก็ยิ้มได้แล้ว “ใช่ค่ะ! พวกเรารักกันมาก ตามใจกันตลอด เขาดีกับฉันมากด้วย”
ฉู่ลั่วกลับพูดขึ้นว่า “คุณโทรไปหาคนในครอบครัวให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณหน่อยค่ะ”
“หา! พ่อแม่ฉันเหรอคะ?” ลูกชิ้นไม่กินผักชีสงสัยเป็นอย่างมาก
ฉู่ลั่วเอ่ย “ค่ะ ญาติในครอบครัว หรือเพื่อนก็ได้ค่ะ”
แม้ว่าลูกชิ้นไม่กินผักชีจะไม่รู้ว่าเจ้าของช่องให้ทำแบบนี้ไปทำไม แต่เธอยังคงทำตามคำขอร้อง แล้วโทรไปหาเพื่อนกับพ่อแม่
สามสิบนาทีต่อมา สามีของหล่อนก็กลับมา
ลูกชิ้นไม่กินผักชีได้กลิ่นลอยอยู่ในอากาศ “ที่รัก บนตัวคุณมีกลิ่นควันอยู่ด้วยล่ะ!”
สามีของเธอดื่มน้ำหนึ่งอึก ก่อนจะพูดว่า “รองเท้าคู่นั้นมีผีสิง ผมกลัวว่าหลังจากทิ้งแล้วจะมีคนเก็บไป เลยหาที่เผามันทิ้งน่ะ”
ดื่มน้ำเสร็จ เขาก็เดินเข้ามาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าภรรยา มือทั้งสองข้างกุมมือเธอไว้ “ที่รัก คุณไม่ต้องกลัวนะ มีผมอยู่ด้วย ผมจะปกป้องคุณเอง”
ผู้โชคดียื่นมือไปลูบศีรษะของสามี “ฉันรู้ค่ะ! ฉันรู้ว่าคุณจะต้องปกป้องฉันอย่างแน่นอน”
“ที่รัก ผมคิดว่าพวกเราควรทำบุญให้เยอะขึ้น จะได้โชคดีไม่เจอของน่ากลัวแบบนั้นอีก” สามีพูดอย่างอ่อนโยน “คนที่อยากซื้อห้องครั้งก่อน พวกเราตกลงขายให้เขาเถอะ!”
ลูกชิ้นไม่กินผักชีขมวดคิ้ว “ห้องนั้นเล็กมากก็จริง แต่ทำเลดีขนาดนั้น เราจะขายออกไปถูก ๆ ฉัน…”
“แต่แม่ลูกคู่นั้นน่าสงสารมากไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่ใช่เพื่อการศึกษาของลูกชาย พวกเขาคงไม่อยากเอาเงินเก็บทั้งหมดมาซื้อห้องหรอก”
“ก็ถือว่าทำบุญแล้วกันนะ ยังไงห้องนั้น พวกเราก็ไม่ได้อยู่”
เจ้าของแอ็กเคานต์ลูกชิ้นไม่กินผักชีลังเล
หากพูดก่อนที่จะเกิดเหตุกาณ์ในวันนี้ เธอคงไม่คิดเรื่องขายห้องในราคาต่ำแน่นอน
ห้องนั้นตอนนี้ราคามากกว่าเจ็ดล้านหยวน แต่จะขายออกไปเพียงหนึ่งล้านหยวนเท่านั้น
ตอนแรกเธอยืนกรานว่าจะไม่ขาย
แต่ตอนนี้…
“ที่รัก คุณเห็นด้วยไหม?”
สายตาสามีของจับจ้องมาที่เธอ ทำให้ใจของหญิงวัยสามสิบเกิดความสับสนและหวาดกลัวขึ้นมา “ที่รัก เรื่องขายห้องเป็นเรื่องใหญ่ พวกเราคิดกันดูอีกทีดีไหมคะ”
“คิดดูอีกที? ยังมีอะไรต้องคิดอีก”
ทันใดนั้นสามีก็อารมณ์เสีย เขาพูดด้วยความโมโหว่า “เพราะคุณเป็นคนใจร้ายขนาดนี้ไง! ถึงได้เรียกเอาของไม่ดีเข้ามาในบ้าน แม่ลูกคู่นั้นน่าสงสารมากนะ! คุณไม่เห็นหรือไง?”
“ถ้าเป็นคนที่จิตใจดี คงยอมขายห้องนั้นให้เธอไปแล้ว”
“ทำไมพ่อแม่ของคุณจะไม่ยอม?”
“พวกเขามีคุณเป็นลูกสาวคนเดียว สุดท้ายของพวกนี้ก็ต้องตกเป็นของคุณทั้งหมด! ตอนนี้แค่เอามาก่อนเท่านั้นเอง”
“หรือคุณไม่ได้คิดถึงเรื่องกรรมตามสนองเลย?”
ลูกชิ้นไม่กินผักมองเขาที่จู่ ๆ ก็โกรธขึ้นมาด้วยความตกใจ