เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 383 ราคาต้องจ่าย
บทที่ 383 ราคาต้องจ่าย
จั่วเซี่ยงหมิงส่ายหน้า “ไม่มีหรอก แต่ตระกูลของพวกเราก็มีกิจการร่ำรวย และมั่งคั่งมาหลายต่อหลายรุ่น”
“ใจกลางดอกบัวของสุสานดอกบัวไม่ใช่ว่าจะฝังใครก็ได้นะคะ” ฉู่ลั่วมองคนตระกูลจั่ว “ต้องเป็นที่โชคชะตาแข็งแกร่งมากถึงจะรับพลังของใจกลางดอกบัวไว้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะต้องเจอความทุกข์ทรมานย้อนกลับเข้าตัวค่ะ”
“นับแต่โบราณ ปกติแล้วจะมีแต่จักรพรรดิหรือไม่ก็ยอดฝีมือของลัทธิเต๋าเท่านั้นที่ถูกนำมาฝังไว้ใจกลางดอกบัว สำหรับคนธรรมดาแล้ว จุดฝังศพที่ดีสุดไม่ใช่ใจกลางดอกบัว แต่เป็นตำแหน่งที่ใกล้กับใจกลางค่ะ”
“เพราะตำแหน่งของตระกูลจั่วอยู่กลางดอกบัว จึงถูกพลังกดทับเอาไว้ ทำให้ตระกูลไม่มีทายาทที่เป็นข้าราชการระดับสูง นายพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัณฑิตที่มีความรู้”
“พวกคุณสามารถสั่งสมเงินทองได้เท่านั้น แต่จะโชคร้ายไม่หยุด แต่ละรุ่นมีแต่จะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ”
คนตระกูลจั่วได้ยินแบบนี้ พวกเขาก็มองหน้ากัน
โดยเฉพาะวิญญาณจั่วเซี่ยงหมิงที่ถึงกับสั่นสะเทือนราวกับจะเป็นลมล้มลงกับพื้น แต่ก็ถูกลูกหลานรุ่นหลังที่อยู่ข้างกายประคองไว้
จั่วเซี่ยงหมิงคร่ำครวญ “ซินแสคนนั้นบอกเอาไว้ชัดเจนว่า สถานที่ตรงนี้เป็นประโยชน์แก่ตระกูลจั่ว โดยเฉพาะตำแหน่งใจกลางดอกบัว แต่จะมีจักรพรรดิ เจ้าขุนมูลนายมาเกิดได้ยังไง?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่ใช่ว่าหลังจากฝังไว้ที่ใจกลางดอกบัวแล้วจะกลายเป็นจักรพรรดิหรือเจ้าขุนมูลนายค่ะ แต่ต้องเป็นจักรพรรดิหรือเจ้าขุนมูลนายก่อนถึงจะฝังไว้ตรงใจกลางดอกบัวได้ ทำให้พลังที่ใจกลางของดอกบัวสงบลง เพราะโชคของพวกเขากับตำแหน่งจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน ส่วนคนธรรมดานำมาฝังที่ใจกลางของดอกบัว ก็มีแต่จะสร้างความโชคร้ายให้ลูกหลาน”
จั่วเซี่ยงหมิงทรุดลงกับอ้อมแขนของลูกหลาน ไม้เท้าในมือร่วงหล่นลงบนพื้น ไร้ซึ่งท่าทางอ่อนโยนและสง่างามเหมือนเมื่อครู่ ได้แต่ส่งเสียงร้องคร่ำครวญไม่หยุด
สีหน้าของคนอื่น ๆ ในตระกูลจั่วก็ย่ำแย่มากเช่นกัน
จั่วจวิ้นซีขมวดคิ้วถามว่า “เพราะฝังเอาไว้ใจกลางดอกบัว ตอนนี้ตระกูลจั่วของพวกเราเลยมาถึงจุดที่วงศ์ตระกูลจะจบสิ้นแล้วใช่ไหมครับ?”
“ที่นี่เป็นสถานที่ที่ล้ำค่า แม้จะกดโชคดีเอาไว้ แต่ไม่ได้ทำให้ขาดลูกสิ้นหลานหรอกนะคะ”
ทุกคนในตระกูลจั่วได้ยิน ก็รีบกล่าวขึ้นทันที “ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมพวกเราถึงตายก่อนวัยอันควรล่ะ!”
“ใช่แล้ว! ฉันตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์”
“ส่วนฉันก็ป่วยตาย”
“ฉันถูกคนสติไม่ดีแทงตายแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรบนถนน”
“ฉันไปเที่ยวที่ชายหาด แล้วถูกคลื่นซัดออกไป”
“ถ้านี่ไม่ใช่คำสาปให้ต้องขาดลูกสิ้นหลานแล้วจะเป็นอะไร? ตอนนี้ตระกูลจั่วของข้าเหลือเลือดเนื้อเชื้อไขแค่คนเดียวแล้ว”
เมล็ดพันธุ์แค่หนึ่งเดียว
และเมล็ดพันธุ์นั้นยังมีสภาพไม่ดีนัก
“แค่ฝังไว้ใจกลางดอกบัวไม่ได้ทำให้ขาดลูกสิ้นหลานหรอกนะคะ ยกเว้นแต่ว่า จะมีใครเข้าไปยุ่งกับใจกลางของดอกบัว”
จั่วเซี่ยงหมิงลุกขึ้นยืนทันที เขาพูดเสียงสั่นว่า “ไม่นะ หลุมศพของตระกูลจั่วไม่เคยมีใครเข้ามายุ่ง! ปรมาจารย์ผู้นั้น…”
เขาลังเล ก่อนจะเริ่มนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ทันใดนั้นเองดวงตาก็เบิกกว้าง รูม่านตาขนาดเท่าเมล็ดข้าวจ้องมองไปที่ฉู่ลั่ว ริมฝีปากสั่นระริก
“ท่านบรรพบุรุษ ท่านพูดอะไรหน่อยสิ!”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
จั่วเซี่ยงหมิงหันหลังกลับไปมองลูกหลานรุ่นหลังของตน สายตาเริ่มมองจากลูกชายของตนก่อนจะลากสายตาไปยังคนรุ่นหลังคนอื่น ๆ
วิญญาณของคนรุ่นหลังอายุน้อยลงเรื่อย ๆ อายุน้อยที่สุดคือจั่วจวิ้นซีที่อายุยังไม่ถึงสามสิบปี
“ข้า… ตอนนั้นข้าบอกกับท่านปรมาจารย์ว่า ข้าอยากให้ตนเองมีชีวิตอยู่ได้อีกหลาย ๆ ปี” ในตอนนั้นตระกูลจั่วเจริญรุ่งเรือง เขาในฐานะประมุขตระกูลจั่ว ยังไม่อยากตาย
“นักพรตท่านนั้นบอกว่าข้ามีชีวิตอยู่นานกว่านี้ได้ แต่มันก็มีราคาที่ต้องจ่าย”
“ข้าจึงตอบตกลง”
จั่วเซี่ยงหมิงมองตัวเอง เขามีชีวิตอยู่จนถึงอายุหนึ่งร้อยหนึ่งปีถึงได้เสียชีวิต
เป็นการถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เขาเสียชีวิตขณะนอนหลับสบาย
แต่ลูกหลานคนอื่นกลับตายอย่างโหดร้าย… ยกเว้นเขาคนเดียว