เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 384 ตะปูไม้ท้อ
บทที่ 384 ตะปูไม้ท้อ
“เพราะข้าใช่หรือไม่? เพราะข้าร้องขอสิ่งนี้ใช่หรือไม่?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ทราบค่ะ ต้องไปดูก่อนถึงจะรู้”
“ท่านปรมาจารย์ เชิญทางนี้ เชิญทางนี้”
ผีตนอื่นต่างก็ตามไปอย่างกระตือรือร้น พวกหัวหว่านก็ตามไปเช่นกัน
สุสานดอกบัวเป็นสุสานที่ตรงตามฮวงจุ้ย ตรงกลางสุดเป็นพื้นที่รูปทรงกลมขนาดใหญ่ มีถนนล้อมรอบทุกทิศทาง
“เมื่อก่อนตอนฉันยังมีชีวิตอยู่ ก็ชอบผืนดินตรงนี้มาก เลยมาคุยกับคนตระกูลจั่วว่าขอแบ่งพื้นที่ตรงนี้ให้พวกเราสักหน่อยได้ไหม แต่คนตระกูลจั่วนั้นหัวรั้นมาก ให้เงินเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ทั้งยังบอกว่าเป็นที่ฮวงจุ้ยดีที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หากขายจะถือว่าอกตัญญู”
“ที่จริงตอนนั้นมีคนมากมายอยากจะซื้อ แต่คนตระกูลจั่วก็ไม่ยอม”
“เฮ้อ! โชคดีที่ไม่ได้ซื้อ!”
“โชคดีที่ไม่ได้ซื้อ! ที่ตรงนั้นเอาไว้ฝังจักรพรรดิ คนแบบพวกเราจะไปฝังตรงนั้นได้ยังไง ดูสิ! ตอนนี้เป็นเรื่องขึ้นมาแล้วไง”
…
ผีหลายร้อยตนต่างก็พูดคุยจอแจไม่หยุด
หัวหว่านได้ยินเสียงของผีตนข้างหลัง ก็ทั้งโกรธทั้งรู้สึกขำ
ที่แท้ไม่ได้มีแต่คนที่ชอบซุบซิบนินทา คนตายก็ชอบนินทาเหมือนกัน
เดินมาถึงตำแหน่งใจกลางดอกบัว
จั่วเซี่ยงหมิงก็ชี้ไปที่ป้ายหลุมศพของตนเอง “นี่คือหลุมศพของข้า ข้าเป็นคนแรกของตระกูลที่ถูกฝังไว้ที่นี่”
ทุกปีคนตระกูลจั่วจะจ้างคนมาทำความสะอาดสุสานเสมอ มีเพียงสิบกว่าปีมานี้ ที่ตระกูลจั่วละเลยไป
แต่คนดูแลสุสานก็ยังทำความสะอาดสุสานให้เป็นอย่างดี
ฉู่ลั่วเดินไปตรงหน้าป้ายหลุมศพของจั่วเซี่ยงหมิง
เธอเดินรอบป้ายหลุมศพของจั่วเซี่ยงหมิงหนึ่งรอบ “ตะปูไม้ท้อ การปักตะปูไม้ท้อไว้บนหลุมศพเพื่อควบคุมคนตายเอาไว้ให้ไม่ได้อยู่อย่างสงบ อย่างเบาคือส่งผลต่อโชคชะตาของคนรุ่นหลัง อย่างหนักก็ขาดลูกสิ้นหลานกันไป”
ฉู่ลั่ววางมือของเธอลงบนป้ายหลุมศพ “ฉันอาจจะต้องทำลายป้ายทิ้งนะคะ”
จั่วเซี่ยงหมิงไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย “ท่านปรมาจารย์ทำลายได้เลย!!”
จะขาดลูกสิ้นหลานอยู่แล้ว เขาจะยังห่วงอะไรอีก!?
พลังวิญญาณใต้ฝ่ามือของฉู่ลั่วเต็มเปี่ยม ป้ายหลุมศพมีเสียงแตกดังขึ้นมา
หัวหว่านเดินไปข้างหน้า ช่วยฉู่ลั่วย้ายแผ่นหินออก ก่อนจะขุดลงไปในดินสักพัก ก็เห็นตะปูไม้ท้อขนาดเท่าแขนของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ตอกเอาไว้ในดิน
และบนตะปูไม้ท้อนั้นยังมีอักขระซับซ้อนวาดเอาไว้
“นี่เป็นอักขระที่วาดด้วยเลือดมนุษย์ และใช้เลือดของเจ้าของหลุมศพ”
จั่วเซี่ยงหมิงชี้ไปที่ตะปูไม้ท้ออันนั้น เขากระวนกระวายใจมาก “ไอ้สัตว์เดรัจฉานนั่นบอกว่า ต้องใช้เลือดของฉันเท่านั้น ใช้เลือดของฉันแล้วจะทำให้ฉันมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกหลายปี!”
ฉู่ลั่วออกแรงดึงตะปูไม้ท้อออก เธอรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่นิ้ว ก่อนจะกรีดผ่านอักขระ อักขระสีแดงสดสลายหายไปในทันที เหลือแต่ตะปูไม้ท้อที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม
“ท่านปรมาจารย์ ตอนนี้ก็ไม่มีผลกระทบกับลูกสาวและหลานชายของผมแล้วใช่ไหมครับ!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “อักขระหายไป พูดได้ว่ามันไม่มีอิทธิพลต่อตระกูลจั่วของพวกคุณแล้วค่ะ”
จั่วจวิ้นซีกับภรรยายังคงมีสีหน้ากังวลใจ “ลองตรวจดูให้หน่อยได้ไหม?”
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นมาทำนายพลางขมวดคิ้ว ท่าทางเหมือนไม่อยากจะเชื่อ จนต้องคำนวณอีกครั้ง “ลูกสาวกับหลานชายของคุณยังมีชีวิตอยู่ค่ะ”
ทั้งสองคนโล่งใจแล้ว ก่อนจะได้ยินฉู่ลั่วพูดอีกว่า “หลานชายของพวกคุณกับฉันมีวาสนาต่อกันอยู่บ้าง เมื่อถึงเวลา พวกเราจะได้พบกันค่ะ”
จั่วจวิ้นซีได้ยินก็ดึงให้ภรรยาคุกเข่าลงพร้อมกัน เขาพูดอย่างจริงใจว่า “ท่านปรมาจารย์ครับ หากวันหนึ่งท่านได้เจอกับหลานชายของผมจริง ๆ ท่านได้โปรดเมตตาและช่วยเหลือหลานชายของผมด้วยนะครับ!”
ฉู่ลั่วยื่นมือไปประคองจั่วจวิ้นซีให้ลุกขึ้น พลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ตอนนี้ลูกสาวของพวกคุณมีชีวิตที่ลำบากมาก ถ้าพวกคุณมีอะไรอยากพูดกับเธอ ฉันสามารถใช้ยันต์ส่งพวกคุณไปเข้าฝันเธอได้นะคะ”
“จริงเหรอครับ? ขอบคุณท่านปรมาจารย์”
ฉู่ลั่ววาดยันต์แผ่นหนึ่ง แปะลงบนป้ายหลุมศพของจั่วจวิ้นซีกับภรรยา และบอกกับพวกเขาสองสามีภรรยาว่า “เมื่อไหร่ที่พวกคุณอยากเข้าฝัน ก็เรียกชื่อลูกสาวของพวกคุณ พอยันต์ลุกไหม้ ก็จะสามารถเข้าฝันเธอได้แล้วค่ะ”
“แต่เวลาไม่ได้นานมากนะคะ”
จั่วจวิ้นซีกับภรรยาเตรียมจะคุกเข่าให้ฉู่ลั่วอีกครั้ง แต่ถูกฉู่ลั่วประคองแขนห้ามเอาไว้เสียก่อน “ฉันกับพวกคุณมีวาสนาต่อกัน ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ”