เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 412 เด็กผู้ชายเตะลูกบอล
บทที่ 412 เด็กผู้ชายเตะลูกบอล
หางเจียซิ่นสะพายกระเป๋าเป้ไว้บนหลัง ในมือก็กอดผ้าห่มสามผืนไว้ เขาเดินไปก็พูดแนะนำกับกล้องไปด้วย
“อากาศบนเขาดีมากเลยครับ”
“มองเห็นดวงดาวด้วย กล้องถ่ายให้ทุกคนดูหน่อยครับ สวยมากเป็นพิเศษเลยล่ะ”
“อยู่แต่ในเมืองมาตลอด บางครั้งได้ออกมาเจอธรรมชาติบ้าง ก็รู้สึกได้ถึงธรรมชาติเลยนะครับ”
ตากล้องกลับมาถ่ายหางเจียซิ่นอีกครั้ง
หางเจียซิ่นกำลังจะแนะนำต่อ แต่กลับเห็นตากล้องของเขาถอยหลังออกไปจนเกือบจะล้มแล้ว
“ระวังด้วยครับ” หางเจียซิ่นประคองตากล้อง แต่ร่างกายของตากล้องกลับสั่นเทา
เขามองดู ก็เห็นสีหน้าของตากล้องขาวซีดจนน่าตกใจ
“เป็นอะไรไปครับ?”
ตากล้องริมฝีปากสั่นระริก เขามองไปที่กล้องของตนเอง “มี…มีบางอย่าง”
หางเจียซิ่นหันกลับไปมอง แต่ก็ไม่มีอะไรอยู่เลย
“อะไรเหรอครับ?”
ตากล้องถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว เขารีบมองที่หน้าจอของกล้องถ่ายทำ ก่อนจะมองดูสถานการณ์จริงอีกครั้ง
“…”
ริมฝีปากของเขาขยับ แต่กลับพูดอะไรไม่ออกแล้ว
หางเจียซิ่นหัวเราะเยาะ “คุณแสดงได้สมจริงเกินไปแล้วครับ! คุณจบเอกการแสดงมาเหรอ?”
ตากล้องได้แต่ชี้นิ้วสั่นเทาไปด้านหลังของเขา
หางเจียซิ่นหันหลังกลับไปมอง แต่ก็ยังไม่เห็นอะไรอยู่ดี
ตากล้องชี้ไปที่หน้าจอแสดงผลของกล้องอีกครั้ง
หางเจียซิ่นเดินไปอยู่ข้างตากล้อง และมองดูหน้าจอ
ก็เห็นว่าในกล้อง ห่างจากพวกเขาออกไปไม่กี่สิบเมตร มีเด็กผู้ชายสวมเสื้อผ้าสีฟ้าคนหนึ่ง กำลังเตะลูกบอลอยู่
หางเจียซิ่น “…”
เขาเงยหน้ามองไปยังสถานที่จริง แต่กลับไม่พบอะไรเลย
เขามองกล้องอีกครั้ง
เด็กผู้ชายที่อยู่ในกล้องเหมือนหายตัวได้ พริบตาเดียวก็ขยับใกล้เข้ามาตรงหน้าอีกหลายเมตร
หางเจียซิ่นใจสั่น แต่ยังคงหัวเราะ และตีตากล้องแรง ๆ ไปหนึ่งที “พวกคุณเก่งเกินไปแล้ว! เอฟเฟกต์พิเศษนี่ ทำได้เหมือนจริงเลยนะครับ ผมเกือบเชื่อแล้ว”
“ทำไมเหรอครับ หรือว่ากล้องตัวนี้ถ่ายติดผีได้?”
“นี่เป็นกล้องจากโลกคนตายเหรอครับ?”
ตากล้องไม่รู้ว่าเขาได้สติกลับมาเพราะถูกหางเจียซิ่นชกเบา ๆ ไปหนึ่งที หรือเพราะคิดอย่างอื่นขึ้นมาได้ น้ำเสียงของเขาค่อนข้างตื่นเต้น
“ตอนที่ผู้กำกับแบ่งกล้องให้พวกเราแต่ละคน ก็บอกว่าปรมาจารย์ฉู่ลั่วได้ให้ยันต์เอาไว้ และกำชับให้พวกเราเอายันต์มาติดที่กล้องครับ”
ขณะที่กำลังพูด เด็กผู้ชายที่อยู่ในกล้องก็เข้ามาใกล้พวกเขามากกว่าเดิมแล้ว
ทั้งที่ในสถานการณ์จริง พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลย แต่ในหูกลับได้ยินเหมือนเสียงลูกบอลดังตึกตัก ทั้งยังมีเสียงหัวเราะดีใจแปลก ๆ ของเด็กดังคลอมาด้วย
[ฉันตกใจแทบแย่! เมื่อกี้ตอนถ่ายไป ฉันก็มองเห็นแล้ว ฉันยังคิดอยู่เลยว่าตัวเองตาฝาด]
[เด็กคนนั้นจู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา ฉันตกใจหมดเลย]
[เอฟเฟกต์พิเศษนี้ เป็นเอฟเฟกต์พิเศษจากบริษัทเดียวกับฉู่ลั่วหรือเปล่า?]
[ยังมียันต์อีก ทำไมถึงตลกขนาดนี้นะ!]
[หางเจียซิ่นมองไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ เหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก! เป็นไปได้ไหมว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกับรายการ มาแกล้งคนดูอย่างพวกเรา!]
[…]
ทันใดนั้นเอง ความคิดเห็นบนหน้าจอก็เงียบลง
กึก…
ทันใดนั้นก็มีลูกบอลเก่า ๆ ลูกหนึ่งกลิ้งมาที่เท้าของหางเจียซิ่นกับตากล้อง
ในตอนแรกสมองของหางเจียซิ่นเต็มไปด้วยคำพูดเยาะเย้ยตากล้อง แต่ตอนนี้เขากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ลูกบอลลูกนี้ปรากฏออกมาได้แปลกประหลาดเกินไปแล้ว
เขากลืนน้ำลาย และหันกลับไปมองที่หน้าจอแสดงผลของกล้อง
กล้องหันลงไป….
ใบหน้าขาวและเขียวคล้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ มีรูม่านตาประหลาด และริมฝีปากที่กำลังฉีกยิ้ม
“พี่ชาย มาเล่นบอลกับผมไหมครับ?”
น้ำเสียงนี้เหมือนดังออกมาจากกล้อง แต่ก็เหมือนดังออกมาจากสถานที่จริง
กรี๊ดดดดดดด
ในหน้าจอมีคนกรีดร้องเสียงแหลมดังออกมา
ไม่เพียงแต่ฉู่ลั่วที่อยู่ในห้อง แต่คนที่อยู่ด้านนอกของโรงเรียนต่างก็ได้ยินเสียงนี้
จี้ไจ่รีบวิ่งไปที่ประตูโรงเรียนทันที เขายื่นมือไปผลักประตู แต่พบว่าประตูผลักไม่ออก
“ท่านปรมาจารย์ เกิดอะไรขึ้น?”
จี้ไจ่เงยหน้ามองพลังหยินที่พลุ่งพล่านเหนือท้องฟ้าของโรงเรียน “พลังหยิน โรงเรียนแห่งนี้มีสิ่งชั่วร้าย!”