เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 414 คืนหลอก วิญญาณหลอน
บทที่ 414 คืนหลอก วิญญาณหลอน
ตอนนี้…
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะสยองนั่น ทั้งยังมีเสียงเหมือนเด็กน้อยกำลังเล่นกันอย่างร่าเริง
แต่ตอนที่ดังเข้ามาในหูของพวกเธอ กลับทำให้พวกเธอขนลุกด้วยความกลัว
พวกเขารีบมายังห้องเรียนข้าง ๆ เก็บของอย่างรวดเร็วและเดินกลับไป
เสียงเล่นกันฟังดูเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดเป็นเสียงของเด็ก
ทัดใดนั้นที่ระเบียงทางเดินก็มีเสียงฝีเท้าของเด็กดังขึ้นมา ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ …ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ตากล้องที่เดินอยู่ข้างหลังสุดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ต้องกลัวค่ะ พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้พวกเรา ถ้ากลัว ก็อย่าหันกลับไปนะคะ”
ตากล้องตอบรับ
เขาเดินไปได้หนึ่งก้าว ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ว่าเสื้อของตนถูกดึงเบา ๆ “คุณลุง คุณลุงขวางทางอยู่ หลบหน่อยได้ไหมครับ?”
ตากล้อง “…”
เขาเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
คนที่เดินอยู่ด้านหน้าก็ได้ยินเสียงของเด็กคนนี้เช่นกัน ทุกคนต่างตกใจจนหน้าถอดสี
ฉู่ลั่วท่องคาถา สะบัดมือหนึ่งที เสียงจอแจของเด็กที่อยู่รอบ ๆ หายไปทันที แม้แต่เสียงสั่นไหวของหญ้าก็ยังหยุดลง และกลับมาสงบเหมือนเดิม
“ไปค่ะ!”
ทุกคนกลับมาในห้องเรียน
ประตูปิดแล้ว ทุกคนถ้าไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ ก็นอนคว่ำหน้าอยู่บนเสื่อ บนแผ่นหลังของทุกคนเหมือนจะมีเหงื่อเย็นไหลออกมากันหมด
หางเจียซิ่นหอบหายใจอย่างหนัก “รายการทำเพื่อความสนุกไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงหาสถานที่ที่มีผีจริง ๆ มาล่ะครับ?”
“ผู้จัดการผมบอกว่า มันเป็นแค่เรื่องตลก! เป็นรายการที่พาไปจับเท็จ รายการจับเท็จรายการหนึ่ง ต้องทำให้สมจริงขนาดนี้เลยเหรอ?”
เขาแทบจะร้องไห้ไปพูดไป
กู้เฉาอวี่กับเย่อวิ๋นชูไม่พูดอะไร พวกเธอสองคนกุมมือกันแน่น ราวกับจะแบ่งความกล้าหาญให้กัน
ฉู่ลั่วเอ่ย “ที่นี่พลังหยินเข้มข้นมาก ฉันเคยเตือนแล้ว ตอนที่ฉันไม่อยู่ อย่าออกไปข้างนอกตามใจ”
หางเจียซิ่นทำหน้าขมขื่น
ตากล้องที่ไปกับเขาก็มีสีหน้าขมขื่นเช่นกัน
เขาไม่เพียงแต่ถูกหลอกต่อหน้าต่อตา แต่ยังถูกผีดึงชายเสื้ออีก ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นลม ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
หางเจียซิ่นไม่รู้จะทำยังไง “ผมก็คิดไม่ถึงเหมือนกันครับ! ผมแค่รู้สึกว่าตอนกลางคืนอาจจะหนาว พี่หร่านเอาผ้าห่มมาให้พวกเรา ผมถึงได้ออกไปเอา ผมไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นเลยนะครับ”
เย่อวิ๋นชูถอนหายใจ
ไม่รนหาที่ตายก็ไม่ตายจริง ๆ
ทั้งที่ท่านปรมาจารย์บอกชัดเจนแล้ว ให้พวกเขาอย่าออกไปจากห้องเรียน พวกเขากลับไม่ฟัง
“นอนก่อนเถอะค่ะ!”
เพิ่งเจอเรื่องตกใจมาเมื่อครู่นี้ พวกเขาไม่มีใครหลับลง
ทุกคนล้อมรอบตัวฉู่ลั่วไว้ พวกเขารู้สึกว่าถ้าได้อยู่ใกล้ฉู่ลั่วสักนิด ก็จะไม่น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว
ฉู่ลั่วขนั่งขัดสมาธิ หลับตาบำเพ็ญพลังวิญญาณ
คนที่อยู่นอกโรงเรียนเห็นภาพนี้ ก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สีหน้าของจี้ไจ่ดีขึ้นเล็กน้อย “คืนนี้ไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรแน่นอน มีฉู่ลั่วอยู่ ไม่มีปัญหาหรอก”
“แล้วพวกเขาจะออกมาได้ไหมคะ?” ฉู่หร่านถามด้วยใบหน้ากังวล
จี้ไจ่เอ่ย “ตอนกลางคืนพลังหยินเข้มข้น ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะฉะนั้นพวกเราจะยังเปิดประตูไม่ได้ รอให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้ พวกเราน่าจะเข้าไปได้”
เฉียวโจวก็โล่งใจแล้ว “ทุกคนก็ไปพักผ่อนเถอะครับ”
[เมื่อกี้ฉันตกใจมากเลย ถึงจะมองไม่เห็นอะไร แต่เสียงนั่น…]
[มีแต่ฉันเหรอที่คิดว่าฉู่ลั่วเสแสร้ง? จะนั่งขัดสมาธินอน น่าขำจริง ๆ ฉันจะคอยดูว่าเธอจะแสร้งทำไปได้ถึงเมื่อไหร่?]
[นั่งขัดสมาธิตั้งหลายชั่วโมง ขาต้องชาแน่นอน คืนนี้ฉันจะจับตาดูเอาไว้ ว่าฉู่ลั่วจะหลับหรือไม่หลับ?]
[พวกเธอรีบดูเร็ว แววตาของฉู่ลั่วแปลกไป!]
ในวิดีโอ ฉู่ลั่วที่หลับตาอยู่ตลอดลืมตาขึ้นมาทันที เธอหันไปมองหน้าต่างเล็กน้อย
กล้องจับไปที่ฉู่ลั่ว พวกเขาไม่รู้เลยว่าฉู่ลั่วมองเห็นอะไรกันแน่ รู้เพียงว่าสีหน้าสงบของฉู่ลั่วเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าจริงจังเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาที เธอก็ดึงสายตากลับมา และหลับตาบำเพ็ญพลังวิญญาณต่อไป
[พวกเธอลองเดาสิว่าฉู่ลั่วเห็นอะไร?]
[ฉันไม่อยากเดาได้ไหม?]
[แง! คืนนี้ฉันอยู่บ้านคนเดียวด้วย ฉันไม่กล้านอนแล้ว]
[ตามกฎของลัทธิเต๋า ภูตผีปีศาจไม่อาจแตะต้องผ้าห่มได้ ผ้าห่มคือพื้นที่ปลอดภัยของพวกเรา]
[ทำยังไงดีล่ะ? ตอนนี้ถ้าไม่ปิดวิดีโอฉันก็กลัว แต่ถ้าปิดฉันก็ยิ่งกลัวขึ้นไปอีก]
[อยากรู้จังว่าฉู่ลั่วมองเห็นอะไร?]
[ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน]
[ในฐานะตากล้องทำไมนอนเร็วนักล่ะ? แขกรับเชิญยังไม่นอนเลย แต่ตากล้องนอนแล้ว ไม่เป็นมืออาชีพเลยนะ]