เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 415 พลังหยินวนเวียนรอบตัว
บทที่ 415 พลังหยินวนเวียนรอบตัว
ยามค่ำคืนผ่านไปท่ามกลางความกลัว คำบ่น และการจับตามองของผู้ชม
เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องมาบนโลก ฉู่ลั่วที่หลับตามาตลอดก็ลืมตาขึ้น
เธอยืนขึ้นมา
ทันทีที่เธอขยับ คนอื่น ๆ ในห้องก็ตื่นกันแล้ว
“ฟ้าสว่างแล้ว!” หางเจียซิ่นดีใจที่สุด เขารีบลุกขึ้นมา “พวกเรารีบออกไปกันเถอะ!”
ทุกคนพากันลุกขึ้นหมดแล้ว แม้จะไม่ได้รีบร้อนเท่าหางเจียซิ่น แต่พวกเขาก็อยากออกไปให้เร็วที่สุด
ทุกคนเก็บของกันง่าย ๆ ก่อนจะออกมาจากโรงเรียน
โรงเรียนในตอนเช้าตรู่ ไม่ได้มืดมนเหมือนเมื่อคืนแล้ว
บนหญ้ารกร้างมีน้ำค้างแวววาว แตะเบา ๆ น้ำค้างนั้นก็กลิ้งลงมา
เห็นได้ชัดว่าเป็นทิวทัศน์ของชนบทที่ดูสวยงาม แต่ไม่มีใครหยุดชื่นชม ทุกคนรีบเปิดประตูโรงเรียน และออกไปจากโรงเรียนทั้งที่บนตัวปกคลุมไปด้วยน้ำค้าง
ทันทีที่เดินออกมาจากโรงเรียน ทุกคนก็ถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก
เฉียวโจวกับคนอื่น ๆ รีบเดินเข้าไป “ไม่เป็นอะไรนะ! เมื่อวานพวกเราได้ยินเสียง เตรียมจะเข้าไป แต่ว่าประตูเปิดไม่ออก”
ประตูโรงเรียนผุพังไปนานแล้ว ปกติแค่ผลักเบา ๆ ก็เปิดได้ แต่เมื่อคืน ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เปิดไม่ได้
จี้ไจ่กวาดตามองพวกเขา ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปบนตัวของหางเจียซิ่นกับตากล้อง “สาเหตุมาจากพลังหยินเข้มข้นเกินไป”
เขามองไปที่ฉู่ลั่ว สีหน้ามีความสงสัย “เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?”
“พลังหยินวนเวียนรอบตัว” ฉู่ลั่วพูดโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลย
หางเจียซิ่น “…”
ตากล้อง “…”
หางเจียซิ่นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาเตรียมจะติดต่อไปหาผู้จัดการ เพื่อจะขอถอนตัวออกจากรายการ
เขาอายุยังน้อย ประสบการณ์ไม่มาก ไม่มีคุณสมบัติพอจะร่วมรายการนี้!
ยังไม่ทันได้ส่งข้อความ เขาก็ได้ยินคำพูดของจี้ไจ่กับฉู่ลั่วเสียก่อน
เขาชี้ไปที่ตัวเอง “ผม… ผมเป็นอะไรนะ?”
“รูม่านตาเล็ก มีเส้นเลือดโผล่มา หว่างคิ้วดำคล้ำ เห็นได้ชัดว่าถูกพลังหยินวนเวียนรอบตัว” จี้ไจ่ขมวดคิ้ว “คุณดูเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงปล่อยให้พลังหยินวนเวียนรอบตัวเขาได้ล่ะ?”
เขาไม่พอใจฉู่ลั่ว
ทำไมถึงปล่อยให้พลังหยินวนเวียนรอบตัวคนธรรมดา?
“ไม่เกี่ยวกับท่านปรมาจารย์นี่คะ” เย่อวิ๋นชูเดิมที่ก็เป็นแฟนคลับของฉู่ลั่วอยู่แล้ว หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อคืนมา เธอก็ยกให้ฉู่ลั่วเป็นไอดอลอันดับหนึ่งในดวงใจ แม้แต่หนุ่มหล่อไอดอลคนโปรดของเธอก็ยังต้องไปต่อแถวข้างหลัง
เธอยกเรื่องที่หางเจียซิ่นแอบออกไปขึ้นมาพูด
“เห็นกันอยู่ชัด ๆ ท่านปรมาจารย์เตือนเขาแล้ว ว่าก่อนที่พวกเราจะกลับมาไม่ให้เขาออกไปไหนตามใจ เขาไม่ฟังคำแนะนำของท่านปรมาจารย์ วิ่งหายไปข้างนอก ทำไมถึงมาโทษท่านปรมาจารย์ล่ะ?”
หางเจียซิ่นก็จนปัญญา “พี่หร่านบอกว่ากลัวพวกเราจะหนาวเกินไป เลยเอาผ้าห่มมาให้พวกเรา”
เฉียวโจว “…”
เขาไม่ใช่ผู้กำกับใจดำอำมหิต ภายในห้องเรียนเตรียมของเอาไว้เพียงพอแล้ว ยังต้องให้ฉู่หร่านเอาของไปส่งให้พวกเขาอีกทำไม
เห็นได้ชัดว่าฉู่หร่านต้องการให้ตนเองได้ปรากฏตัวต่อหน้ากล้อง ถึงได้เอาของไปส่งให้
ศิลปินที่อยู่ที่นี่ รวมไปถึงทีมงานของรายการต่างก็เข้าใจแล้ว
ตากล้องร้อนใจมาก เขารีบถามว่า “ท่านปรมาจารย์ทั้งสอง ผมถูกพลังหยินวนเวียนรอบตัวแบบนี้ แล้วจะเป็นยังไงเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วตอบหน้านิ่ง “ก็จะเรียกผีเข้ามาหาได้ง่าย”
จี้ไจ่เสริม “ไม่ใช่แค่ง่ายธรรมดา แต่ง่ายสุด ๆ พวกคุณถูกทำเครื่องหมายสัญลักษณ์หยินไว้แล้ว จะถูกสิ่งชั่วร้ายล่อลวง และถูกสิ่งชั่วร้ายสิงสู่ได้สบายด้วย”
หางเจียซิ่น “…”
ตากล้อง “…”
ทั้งสองคนแอบก่นด่าอยู่ในใจหลายประโยค
ตากล้องมองไปที่หางเจียซิ่น
เมื่อวานตอนที่หางเจียซิ่นจะออกไปเอาของ ที่จริงตากล้องได้เตือนหางเจียซิ่นแล้ว แต่หางเจียซิ่นคิดว่าโลกนี้ไม่ได้มีผีสางอะไรแบบนั้น
อีกทั้งในใจของเขาก็อยากปรากฏตัวต่อหน้ากล้องพร้อมกับฉู่หร่าน ถึงได้ตอบตกลง
เมื่อเห็นสายตาดำมืดของตากล้อง หางเจียซิ่นกลับรู้สึกว่าตนเองนั้นบริสุทธิ์
สถานะในวงการบันเทิงของฉู่หร่าน บวกกับที่ฉู่จิงก็อยู่ในรายการนี้ด้วย เธอเรียกเขาไป เขาไม่ไปได้เหรอ? เขากล้าไม่ไปด้วยเหรอ?
หางเจียซิ่นมองฉู่หร่านอย่างไม่พอใจ
ฉู่หร่านเห็นสายตาของหางเจียซิ่น ขอบตาก็แดงขึ้นมาแล้ว เธอพูดอย่างเสียใจ “ฉันแค่รู้สึกว่าอุณหภูมิบนเขาต่ำลง กลัวว่าเจียซิ่นกับคนอื่น ๆ จะนอนไม่สบาย ก็เลยให้เจียซิ่นมารับของไปค่ะ”
“อีกอย่างปรมาจารย์จี้ไจ่ก็บอกว่าโรงเรียนไม่มีผี ถ้าฉันรู้ว่าในโรงเรียนมีผี ฉันก็คงไม่ให้เจียซิ่นออกมาหรอกค่ะ”
“ฉันจะจงใจทำให้เจียซิ่นเจอผีอย่างนั้นเหรอคะ?”
เธอพูดไปก็สะอื้นไปด้วย