เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 432 ผู้มีอิทธิพลที่เมตตา
บทที่ 432 ผู้มีอิทธิพลที่เมตตา
หลังจากหัวหว่านกลับมาก็รายงานเรื่องที่เธอให้พวกฉู่หร่านรอก่อน ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อย และพูดคุยกับคนใหญ่คนโตเหล่านั้นต่อไป
“สถานที่มหัศจรรย์ที่เจอในครั้งนี้ เป็นค่ายกลแปดทิศที่ธรรมชาติสร้างขึ้น บวกกับความพิเศษของดวงตาปลาหยินหยางที่เชื่อมต่อถึงกัน ส่งผลให้พลังหยางและพลังหยินมาบรรจบรวมกัน”
“เมื่อเวลาผ่านไป ก็กลายเป็นสถานที่ที่มีปรากฏการณ์มหัศจรรย์”
“ทัศนียภาพน่าทึ่งแบบนี้ หากภูมิประเทศถูกทำลายไปเพียงเล็กน้อย หรือค่ายกลถูกทำลายไปเพียงนิด ก็จะหายไปแล้ว”
เซี่ยวฟ่างหมิงพยักหน้า “สถานที่มหัศจรรย์นั้น ตอนนี้พวกเรากำลังทำการตรวจสอบและศึกษา ก็น่าจะปกป้องเอาไว้ได้”
“แต่ตอนนี้ในประเทศมีการพัฒนาที่ดินอย่างจริงจัง มีสถานที่มหัศจรรย์มากมายถูกทำลายไป พวกเราเลยอยากรู้ว่าในประเทศยังมีสถานที่มหัศจรรย์แบบนี้อยู่ที่อื่นอีกหรือเปล่า หากว่ามีพวกเราจะเข้าไปดูแลไว้โดยเร็วที่สุด”
คนใหญ่คนโตในแวดวงประวัติศาสตร์พยักหน้า “นี่สำคัญต่อพวกเราที่ศึกษาประวัติศาสตร์เช่นกัน”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “สถานที่มหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นแบบนี้ ต้องใช้เวลาและสถานที่ที่เหมาะสมค่ะ”
“พวกเราก็รู้ข้อนี้ดี แต่ที่มาที่นี่ก็เพราะอยากจะลองดูสักตั้ง ถ้ายังมีสถานที่มหัศจรรย์อยู่จริง พวกเราก็จะสามารถปกป้องสถานที่มหัศจรรย์เหล่านี้ได้ก่อนที่จะถูกทำลาย”
แน่นอนว่าพวกเขาก็มีความเห็นแก่ตัวของตนเอง
ในฐานะคนที่ศึกษาทางด้านธรณีมาทั้งชีวิต ย่อมต้องอยากเห็นสถานที่มหัศจรรย์ให้มากขึ้น
แทนที่จะปล่อยให้สถานที่มหัศจรรย์เล่านี้ถูกทำลายไป
เซี่ยวฟ่างหมิงพูดจบ ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “มนุษย์เราเพื่อการอยู่รอด เพื่อแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร พวกเขาได้ทำลายของขวัญจากธรรมชาติไปมากมายเหลือเกิน”
“ตอนนี้พวกเรามีความสามารถพอที่จะปกป้องสถานที่มหัศจรรย์เหล่านี้ ก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนของเราให้เต็มที่”
“…” ฉู่ลั่วก้มหน้าลงเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดว่า “ฉันดูฮวงจุ้ยตามหลักของลัทธิเต๋าได้ แต่จะให้ตัดสินว่าที่ไหนมีปรากฏการณ์มหัศจรรย์อยู่บ้าง ฉันไม่สามารถรับประกันได้ค่ะ”
เซี่ยวฟ่างหมิงดวงตาเป็นประกาย “ขอแค่มีความเป็นไปได้เพียงนิด พวกเราก็ยินดีที่จะลองครับ”
ทุกคนพากันพยักหน้าอย่างแรง
ฉู่ลั่วหันไปหาซู่เซี่ยงหยาง
เขาพยักหน้า
ฉู่ลั่วก็กดคางลงเป็นนัยรับรู้เช่นกัน
เซี่ยวฟ่างหมิงหยิบอัลบั้มแผนที่ออกมา “นี่คือแผนที่ทั่วประเทศที่พวกเรารวบรวมมาได้ มีแผนที่โดยละเอียดของหมู่บ้านกับเมืองเล็ก ๆ และมีแผนที่ของเมืองใหญ่ด้วย”
“ปรมาจารย์ฉู่ค่อย ๆ ดูไปก็ได้ หากมีอะไรปรากฏออกมา ก็ค่อยแจ้งพวกเรา”
เซี่ยวฟ่างหมิงหยิบอัลบั้มแผนที่หนา ๆ ออกมาหลายเล่ม เอาวางไว้บนโต๊ะ
เขามีสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้อมูลค่อนข้างจะเยอะ ค่อย ๆ ดูไปนะ”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอประเมินดูแผนที่เหล่านั้นเล็กน้อย
นี่ไม่เรียกว่าข้อมูลค่อนข้างเยอะแล้วละ!
ถ้าค่อย ๆ ดูไปเรื่อย ๆ ก็ไม่รู้จะต้องดูไปถึงเมื่อไหร่จะครบ
เธอมองดูใบหน้ามีเมตตาของเซี่ยวฟ่างหมิงอีกครั้งโดยไม่พูดอะไร
รอยยิ้มของคนใหญ่คนโตเพิ่มความเมตตาเข้าไปในการแสดงออก แต่ไม่สามารถซ่อนความมืดมิดในใจได้!
“ใช่ ใช่ ใช่ พวกเราได้รวบรวมข้อมูลทางชีววิทยาไว้ด้วย ได้ยินว่าในลัทธิเต๋าเคยเห็นสัตว์มากมายมาทุกชนิด และรู้ว่าอยู่ที่ไหน? พวกเราตามหาสัตว์เหล่านี้ก็ไม่ได้จะทำอะไรหรอก ก็แค่อยากจะเพิ่มความรู้ลงในตำราชีววิทยาของจีนเท่านั้น”
พูดไป ก็เอาข้อมูลอีกหลายเล่มมาวางบนโต๊ะ
ฉู่ลั่ว “…”
เธอกะพริบตา ใบหน้าสงบนิ่งของเธอพังทลายลงแล้ว
นักประวัติศาสตร์ก็ออกมาเช่นกัน “คืออย่างนี้นะครับ ประเทศของเรามีประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่บันทึกมากมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรหายไปแล้ว พอดีได้ยินคุณอวี๋กับคุณซูบอกว่า ปรมาจารย์ฉู่ได้พบกับคนมีความสามารถเป็นครั้งคราว หากเชิญพวกเขามาตอบข้อสงสัยเหล่านี้ได้สักเล็กน้อยก็คงจะดี”
พูดไป ก็ให้นักเรียนที่อยู่ข้างหลังยกเอกสารข้อมูลออกมาปึกใหญ่
“เอกสารพวกนี้แบ่งช่วงเวลาและราชวงศ์เอาไว้แล้ว ยังมีปัญหาบางอย่างที่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก แต่ถ้านึกออกแล้ว จะส่งมาให้ปรมาจารย์ฉู่อีกครั้ง”
ฉู่ลั่ว “…”
พวกเขาเอาแต่เรียกปรมาจารย์ฉู่ ปรมาจารย์ฉู่ แต่ว่า…
เมื่อมองรอยยิ้มเมตตาเหล่านี้อยู่ตรงหน้า และการแสดงออกที่เป็นมิตรของคนใหญ่คนโต ฉู่ลั่วก็รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาแล้ว
เธอเผยอริมฝีปากราวกับจะพูดอะไรสักอย่าง แต่หลังกวาดสายตามองเอกสารที่วางอยู่เกือบเต็มโต๊ะ สลับกับคนใหญ่คนโตกลุ่มนี้ ก็เปลี่ยนเป็นเม้มปากแทน
เสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วใช่ไหม?
เหล่าคนใหญ่คนโตเห็นฉู่ลั่วไม่พูด ก็ยิ่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมากขึ้นไปอีก