เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 445 ไม่รู้เลย
บทที่ 445 ไม่รู้เลย
ฉู่ลั่วหลับตาลงอีกครั้ง “ฉันไม่เห็นเธอค่ะ”
หัวใจของจินจิ่งบีบแน่นแล้วรีบเอ่ยถาม “เกิดเรื่องขึ้นกับเธอเหรอครับ? ตอนนี้เธอยังอยู่หรือเปล่า? ผมเผาสิ่งของไปให้ตั้งมากมาย พวกเธอได้รับไหมครับ?”
“เป็นเพราะเธอโกรธ แล้วก็เพราะ…”
ฉู่ลั่วหัวไปมองทางวิญญาณของจินเสี่ยวหลวนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับแล้วเอ่ยปากบอกเรียบ ๆ “ลูกสาวคุณบอกว่า ภรรยาของคุณเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อคุณค่ะ เกรงว่าถ้ามาเจอคุณ เธอจะต้องกลายเป็นผีร้าย ลูกสาวจึงไม่ให้เธอมาด้วย”
“ตอนนี้พวกเธอไม่ร้องขออะไรเลย แค่ได้ไปเกิดใหม่อย่างราบรื่นก็พอ”
“ไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรกับคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ”
จินจิ่ง “…”
เขามองไปตามสายตาของฉู่ลั่ว แต่ก็เห็นเพียงแค่ที่นั่งข้างคนขับอันว่างเปล่า
มันเห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเขามองไม่เห็นอะไรเลย แต่ราวกับว่าเขารู้สึกได้ถึงสายตาบริสุทธิ์คู่นั้นที่มองมาอย่างรังเกียจเดียดฉันท์
ถ้าไม่ใช่เพราะเขา…
พวกเธอแม่ลูกก็คงไม่…
รถคนนั้นขับมาจนถึงสนามบิน แล้วพวกเขาก็นั่งเครื่องบินกันไปที่เมืองซี
หลังจากลงจากเครื่องแล้ว จินจิ่งก็พาฉู่ลั่วตรงไปที่ที่ชู้รักของเขาอยู่
รถเคลื่อนไปได้สักพักหนึ่ง สีหน้าของจินจิ่งก็เปลี่ยนไปเป็นความลำบากใจ
เขาจัดหาที่อยู่ให้ชู้รัก เป็นที่พักหรูหราแห่งหนึ่ง ห่างจากบ้านของพวกเขาเพียงสิบนาทีเท่านั้น
เมื่อรถเคลื่อนเข้าไปในนั้น จินจิ่งก็หลบสายตา เขาอยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
พวกเขาขึ้นลิฟต์กันไป จินจิ่นทอดถอนใจอยู่ตลอด แล้วก็กระซิบถามฉู่ลั่ว “ลูกสาวผมอยู่ไหมครับ?”
“ค่ะ”
หัวใจของจินจิ่งกระตุกเล็กน้อย “บอกเธอว่าอย่าเข้าไปได้ไหมครับ?”
ฉู่ลั่วมองไปทางวิญญาณจินเสี่ยวหลวนที่ยืนอยู่ตรงมุมกำแพง
แม้ว่าจะเป็นวิญญาณ แต่ความแค้นของจินเสี่ยวหลวนไม่ได้รุนแรง ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรากฏตัว หล่อนเองก็ไม่ได้แสดงออกใด ๆ เลย มีแต่มองทุกสิ่งอย่างเย็นชาอยู่ตลอด
เหมือนกับตอนนี้ เธอเองก็แค่ส่ายหน้า
ฉู่ลั่วบอกกับจินจิ่ง “เธอไม่เห็นด้วยค่ะ”
จินจิ่ง “…”
ประตูลิฟต์เปิดออก มันเป็นห้องที่มีลิฟต์ของตัวเอง
จินจิ่งเดินไปที่หน้าประตู ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกดกริ่ง แต่ไม่มีใครมาเปิด
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงกดรหัสเปิดประตูเข้าไป
การตกแต่งของที่พักอาศัยดูหรูหรามีสไตล์มาก ภายในห้องตั้งแต่โซฟาไปจนถึงเสื้อคลุมล้วนเป็นแบรนด์เนมทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดก็คือภาพงานแต่งงานขนาดใหญ่ภาพหนึ่ง
ผู้หญิงที่อยู่ในภาพนั้นดูอายุไม่มากเท่าไหร่ ดูท่าทางไม่ถึงสามสิบ เธอกำลังพิงอยู่ที่หัวไหล่ของผู้ชายอยู่อย่างออดอ้อนและอ่อนโยน
และผู้ชายคนนั้นก็คือจินจิ่ง
ทันทีที่เขาเห็นภาพนั้นก็อยากรีบพุ่งเข้าไปจะเอาภาพนั้นออก! แต่เพราะว่ามันแขวนเอาไว้สูงมาก พอเขาเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ภาพนั้นจึงตกลงที่พื้นทันทีจนเสียงดังฟังชัด
ส่วนภาพที่วางอยู่บนตู้เตี้ยนั้น ล้วนเป็นภาพใกล้ชิดของจินจิ่งกับชู้รัก
พวกเขาดูมีความสุขกันมาก
จินจิ่งรีบเก็บภาพทั้งหมดนั้น เก็บไปก็พูดไปด้วย “เสี่ยวหลวน มันไม่ใช่อย่างที่ลูกเห็นนะ ไม่ใช่นะ พ่อ… พ่อ…”
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่สนใจจินจิ่งที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอกวาดสายตามองโดยรอบ และเดินไปที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง
จินจิ่งมองแล้วบอก “นี่เป็นห้องหนังสือครับ”
เขาเปิดประตูให้ ข้างในนั้นเป็นเพียงห้องหนังสือธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
ชายวัยกลางคนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เห็นฉู่ลั่วเดินไปหยุดยืนตรงหน้าหีบโบราณใบหนึ่งที่หน้าชั้นหนังสือ หีบนั้นใส่กุญแจไว้เป็นกุญแจทองแดงที่ดูเก่าแก่มาก
จินจิ่งเอ่ย “ข้างในไม่มีอะไรเลยครับ มีแค่พวก…”
ปัง!
ฉู่ลั่วใช้พลังวิญญาณระเบิดกุญแจ
เธอเปิดหีบไม้นั้นออก
เมื่อจินจิ่งเห็นสิ่งของที่อยู่ข้างในนั้นก็เบิกตาโต ลมหายใจหยุดชะงักไปในทันที
ข้างในหีบโบราณนั้นมีหุ่นไม้สองตัววางอยู่ ตัวหนึ่งมีชื่อและวันเกิดของภรรยาจินจิ่งเขียนไว้ แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดก็คือที่หุ่นไม้นั้นเต็มไปด้วยเลือด โดยเฉพาะในส่วนหัว
ส่วนหุ่นไม้อีกตัวเขียนชื่อและวันเกิดของจินเสี่ยวหลวน ที่หุ่นไม้ตัวนั้นมีรอยมีดกรีดอยู่เต็มไปหมด และตรงคอก็มีด้ายสีแดงพันเอาไว้อีกด้วย
หุ่นไม้ตัวเล็กนี้ทำให้จินจิ่งนึกถึงศพของลูกสาวตัวเอง
ตอนที่เขาเห็นศพ เธอก็มีสภาพแบบนี้เลย
ทั้งเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลมีดกรีด และตรงคอก็มีรอยว่าถูกรัดคอมาก่อนด้วย
ผู้เป็นพ่อได้ฟังตำรวจอธิบายถึงทุกสิ่งที่ลูกสาวถูกกระทำก่อนตายมาแล้ว
เธอถูกรังแก ถูกมีดกรีด แล้วสุดท้ายก็ถูกรัดคอจนตาย
เขาหยิบหุ่นไม้ตัวเล็กขึ้นมา เอานิ้วสัมผัสไปที่รอยมีดเหล่านั้นอย่างพูดอะไรไม่ออกเลย
“ผมไม่รู้ …ไม่รู้เลย”
และที่ด้านหลังของหุ่นไม้สองตัวก็มียันต์สองผืนติดอยู่ด้วย
ยันต์นั้นเขียนด้วยชาด เป็นยันต์สะกดวิญญาณที่รุนแรงมาก ๆ
ยันต์ประเภทนี้โดยทั่วไปแล้วจะเอามาใช้กับพวกผีร้ายที่ทำชั่วมานับไม่ถ้วนแล้ว
“นี่คืออะไร?”
“ยันต์สะกดผี เป็นยันต์ที่เอามาใช้สะกดวิญญาณภรรยากับลูกสาวของคุณ ทำให้พวกเธอไปเกิดไม่ได้ ทำได้แค่ต้องอยู่เป็นผีวิญญาณเร่ร่อนในโลกมนุษย์เท่านั้น”
จินจิ่ง “…”