เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 461 หมู่บ้านเรื่องประหลาด
บทที่ 461 หมู่บ้านเรื่องประหลาด
ในห้องตกอยู่ในความเงียบ
เย่อวิ๋นชูกอดแขนฉู่ลั่วเอาไว้ “พวกเรามีปรมาจารย์ทั้งสองท่านอยู่ พวกเราไม่มีทางล้มเหลว!”
“แต่พวกเขาไม่มีพลังวิญญาณนะ”
ฉู่หร่านเป็นคนพูดออกมา ว่าแล้วก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่
จนเธอต้องรีบเข้าไปหลบด้านหลังฝางไคจี้
ฝางไคจี้พูดเสียงเรียบ “หร่านหร่านก็แค่พูดเรื่องจริง พวกเขาไม่มีพลังวิญญาณ นี่ก็เป็นอีกด้านที่พวกเราต้องพิจารณาด้วย”
“ตอนนี้พวกเขาไม่มีพลังวิญญาณแล้ว พวกเราจะทำเหมือนพวกเขาเป็นปรมาจารย์ที่ทำได้ทุกอย่างไม่ได้”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจ
“ทีมงานคิดมาหมดทุกอย่างแล้ว แต่ไม่ได้คิดถึงสถานการณ์ที่ปรมาจารย์ทั้งสองจะสูญเสียพลังวิญญาณ”
“ถ้าพลังวิญญาณของปรมาจารย์ทั้งสองยังอยู่ อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็ไม่ต้องกลัวอะไร”
ฉู่หร่านพูดเสียงเบา “ฉันก็ไม่คิดว่าลั่วลั่วที่เก่งขนาดนี้ จะสูญเสียพลังวิญญาณไปได้ เฮ้อ! ฉันคิดมาตลอดว่าลั่วลั่วเก่งมาก พวกเราไม่ต้องกลัวอะไรแล้วแท้ ๆ ”
เธอพูดจบก็รีบโบกมือ แก้ตัวว่า “ลั่วลั่ว ความหมายในคำพูดนี้ของฉัน ไม่ได้โทษเธอนะ! ฉันก็แค่คิดไม่ถึง… ทุกคนบอกว่าลั่วลั่วเก่งมาก ฉันเลยคิดว่าลั่วลั่วทำได้ทุกอย่าง”
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอย่างประหลาด
ฉู่หร่านรีบพูดแก้ตัวทันที “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่นเลยนะ ฉันไม่ได้หมายความว่าลั่วลั่วไม่เก่ง ฉันไม่ได้กำลังว่าลั่วลั่วจริง ๆ นะ”
เธอร้อนรนมาก “โธ่เอ๊ย พวกคุณอย่าเข้าใจคำพูดของฉันผิดไปนะคะ! ฉันไม่ได้ว่าอะไร ลั่วลั่ว เธออย่าเข้าใจฉันผิดนะ”
ฉู่ลั่วหัวเราะในลำคอ “เธอวางใจเถอะ ฉันไม่มีทางเข้าใจเธอผิดอยู่แล้ว”
ฉู่หร่าน “…”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฉู่ลั่วแค่พูดออกมาประโยคเดียว แต่เธอกลับรู้สึกอึดอัดใจเหมือนมีบางอย่างติดอยู่ในอก
“หร่านหร่านเธอสบายใจเถอะ! พวกเราไม่เข้าใจเธอผิดอยู่แล้ว” เย่อวิ๋นชูยิ้มใจดีและอ่อนหวาน “พวกเรารู้ว่าเธอพูดไม่ค่อยเก่ง เธอคงไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนี้”
ฉู่หร่านยืนกราน “…แน่นอนค่ะ”
เย่อวิ๋นชูภายนอกยิ้มแต่ภายในไม่ได้ยิ้ม เธอถามฉู่ลั่วว่า “แล้วตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดีคะ? ต้องทำลายความเชื่องมงายตามที่นายท่านกงป๋อคนนั้นบอกจริงเหรอคะ?”
ถึงจะพูดว่าทำลายความเชื่องมงาย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร ใครจะไปรู้
ฉู่ลั่วเอ่ย “ตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดของพวกเรามาจากนายท่านกงป๋อและป้าฮวา”
เธอหันไปมองนอกหน้าต่าง “ไปฟังกันว่าคนข้างนอกพูดยังไงกันบ้าง”
“ก็จริง ฉันคิดว่านายท่านกงป๋อกับป้าฮวามีบางอย่างแปลก ๆ ” แต่แปลกตรงไหนนั้น ก็บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
ฉู่หร่านขมวดคิ้ว “คนข้างนอกเป็นคนดีหรือคนเลวพวกเราไม่รู้เลยนะ แล้วต้องออกไปด้วยเหรอ? ถ้าพวกเขาทำร้ายคนจะทำยังไง?”
จี้ไจ่ไม่ได้ยกเปลือกตาขึ้นด้วยซ้ำ “คนที่กลัวก็อยู่ที่นี่ไป”
ฉู่หร่าน “…”
ฝางไคจี้เสริม “เจียซิ่นบอกแล้วไม่ใช่เหรอ? นายท่านกงป๋อกับป้าฮวาคนนี้ ก็ดูไม่เหมือนคนดี อยู่ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน”
เหยียนอันอี้ถอนหายใจออกมา “แล้วไคจี้ นายคิดยังไงล่ะ?”
ฝางไคตี้ยิ้ม “ในหนังสยองขวัญก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ถ้าคนในกลุ่มแยกกันเมื่อไหร่ ก็จะเกิดเรื่อง พวกเราก็ไม่ต้องแยกกัน แค่ไปด้วยกันพอแล้ว”
“ถ้าแยกกันไปจัดการแล้วเกิดเรื่องขึ้นมา จะทำยังไง?”
ฉู่หร่านพยักหน้าอย่างแรง “ใช่แล้ว ใช่แล้ว! พวกเราอย่าแยกกันไปจัดการเลยนะ!”
เย่อวิ๋นชูกลอกตามองบน
จี้ไจ่พูดออกมาว่า “เราจะแบ่งทีมเหมือนตอนแรก แยกกันไปจัดการ”
“อืม”
จี้ไจ่กับฉู่ลั่วตัดสินใจกันแล้ว ฉู่หร่านอ้าปากอยากจะพูด แต่ก็ถูกฉู่จิงดึงแขนไว้ พาออกไปอยู่ด้านข้าง
เย่อวิ๋นชูเห็นฉู่จิงกับฉู่หร่านพูดคุยกันสองสามประโยค สีหน้าของฉู่หร่านแข็งค้างไปในตอนแรก แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
เธอแอบหัวเราะอย่างเย็นชาอยู่ในใจ
ทั้งสองทีมแยกกันไปรวบรวมข้อมูล
สองชั่วโมงต่อมา ทั้งสองทีมก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง สีหน้าของแต่ละคนไม่ได้ดีนัก
จี้ไจ่เป็นคนเอ่ยปาก “คนในพื้นที่ไม่ได้แปลกใจกับการมาของพวกเรา พวกเขาบอกว่าสองปีมานี้ มีคนนอกมาหานายท่านกงป๋อมากมาย”
“แต่สุดท้ายคนเหล่านี้ก็หายไปหมด”
ฉู่ลั่วก็พยักหน้า “พวกเราทางนี้ก็สำรวจและได้ผลลัพธ์มาไม่ต่างกัน แต่ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ที่นี่มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่แค่เซียนพู่กันและการแต่งงานกับผี ยังมีเสียงร้องไห้ตอนเที่ยงคืน มือผีในบ่อน้ำ…มีเหตุการณ์แปลกประหลาดนับร้อยเรื่องราวเกิดขึ้นไม่หยุด”
สีหน้าของทุกคนย่ำแย่มาก
เรื่องประหลาดไม่ซ้ำกันหลายร้อยเรื่อง
มิน่าสถานที่แห่งนี้ถึงได้มีพลังหยินเข้มข้นขนาดนี้!