เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 463 ในที่สุดก็ถึงคราวของพวกเรา
บทที่ 463 ในที่สุดก็ถึงคราวของพวกเรา
ทันใดนั้นเองความเยือกเย็นก็ไล่ขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้า ขนบนร่างกายลุกชันขึ้นมาหมด
เซียนพู่กัน …กำลังยืนอยู่ข้างหลังเขา
กำลังยื่นมือมาจับพู่กันจากด้านข้างเขา
ความคิดนี้ครอบงำสติของฝางไคจี้ไปแล้ว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง กัดฟันอย่างแรง รู้สึกกลัวแทบตายแล้ว
พู่กันหยกยังคงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หมึกกระเซ็นไปทั่ว!
รัศมีการลงหมึกของมันเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ!
จนกระทั่งตอนที่ฝางไคจี้คิดว่าเซียนพู่กันกำลังจะคลั่ง ฉู่ลั่วก็ออกแรงกำมันไว้แน่น เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เซียนพู่กัน เซียนพู่กัน พวกเราไม่มีคำถามแล้ว เชิญกลับไป”
พู่กันหยกที่ตอนแรกเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วค่อย ๆ หยุดลง
…แต่มันยังคงตั้งตรงอยู่
ฉู่ลั่วกำพู่กันแน่นขึ้นไปอีก “เซียนพู่กัน เซียนพู่กัน พวกเราไม่มีคำถามแล้ว เชิญกลับไป!”
ยังคงไม่มีคำตอบอะไร
หางตาของฉู่ลั่วสบตากับจี้ไจ่ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง
สถานการณ์เลวร้ายที่สุดปรากฏออกมาแล้ว
ปกติแล้วเซียนพู่กันสามารถอัญเชิญมาได้ ก็ต้องอัญเชิญกลับได้แน่นอนอยู่แล้ว
แต่ว่า…
เซียนพู่กันเป็นวิญญาณเร่ร่อนในโลกมนุษย์ ท่องไปในโลก จึงสามารถถูกเปื้อนด้วยความขุ่นเคืองได้ง่าย
ความขุ่นเคืองยิ่งหนักหน่วงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียสติรับรู้ไปมากเท่านั้น
และความขุ่นเคืองของเซียนปากกาผู้นี้ดูเหมือนจะหนักกว่าที่คิดไว้
สีหน้าของจี้ไจ่ย่ำแย่
คาดเดาได้ตั้งแรกแล้วว่า ภาพลวงตานี้ไม่ยอมให้พวกเขาทำลายได้ง่ายขนาดนี้
ความหนาวเย็นในห้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฝางไคจี้รู้สึกได้ว่าความหนาวเย็นนั้นกลายเป็นสสาร และความเยือกเย็นของสสารเหล่านั้น ก็กลายเป็นจิตสังหาร
เขาปล่อยให้พู่กันหยกวาดไปเรื่อย แม้จะเป็นวงกลมเลอะ ๆ อะไรก็อ่านได้ไม่ชัด
แต่ตามการเคลื่อนที่ของปากกา เขารู้ว่าอักษรตัวนั้นคืออะไร
มันคืออักษรคำว่า ‘ตาย’
อยากให้เขาตาย หรืออยากให้ทุกคนในนี้ตาย?
ตอนนี้จะทำยังไง?
ฝางไคจี้มองฉู่ลั่ว
ภายในห้องเงียบมาก มีเพียงเสียงตวัดบนกระดาษของพู่กันหยกเท่านั้น
ฝางไคจี้เกือบจะทิ้งพู่กันหยกในมือแล้ววิ่งหนีออกไปเพราะความกลัว
แต่เมื่อเห็นว่ามือของฉู่ลั่วที่อยู่ด้านบนสุดออกแรงกำไว้แน่นอีกครั้ง ก็ทำให้จิตใจที่กำลังหวาดกลัวของหลายคนสงบลงเล็กน้อย
คนเหล่านั้นต่างก็มองไปที่ฉู่ลั่ว เธอกระซิบเสียงเบา “ไม่ต้องกลัว สถานการณ์นี้ฉันกับจี้ไจ่คาดเดาไว้แล้ว พวกเรามีวิธีแก้ค่ะ อย่าปล่อยมือ”
เขาไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงของฉู่ลั่วหนักแน่นเกินไป หรือเป็นเพราะแววตาแน่วแน่ของเธอ
ความกลัวในใจของทั้งสามจึงลดน้อยลงแล้ว
“มันเป็นวิญญาณเร่ร่อน แต่กลายเป็นเซียนพู่กันพยากรณ์ นั่นแสดงว่ามันต้องทำตามกฎเกณฑ์บางอย่าง”
“ไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนตนไหนจะกลายมาเป็นเซียนพู่กันได้”
วิญญาณเร่ร่อนที่ล่องลอยไปในโลกมนุษย์ หากไม่หายไปเอง ก็กลายเป็นผีร้าย และถูกนักพรตกำจัด
หากโชคดีสักหน่อย ก็จะได้เจอนักพรตที่มีความสามารถ ปลดปล่อยพวกเขา ให้วิญญาณของพวกเขาได้กลับไปยังนรกภูมิ
แต่เซียนพู่กันนั้นต่างออกไป
วิญญาณเร่ร่อนกลับถูกเรียกว่าเซียน กลายเป็นเทพพยากรณ์!
แสดงว่าต้องมีกฎเกณฑ์ให้ปฏิบัติตาม…
สีหน้าของฉู่ลั่วไม่เปลี่ยน จิตใจยังมั่นคง “กฎของเซียนพู่กัน ก็คือเมื่อพวกเราถาม มันจะต้องตอบแน่นอน”
เมื่อตอบคำถามเสร็จ เซียนพู่กันก็จะปล่อยจิตสังหารออกมา
ไม่นานอาจจะฆ่าพวกเขาก็ได้!
“แต่เซียนพู่กันเป็นเทพพยากรณ์ รู้หมดทุกอย่างนะครับ?” เหยียนอันอี้กระซิบ
หางตาของเขาพิจารณาผีผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังฝางไคจี้ เงาร่างของหล่อนค่อย ๆ ปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง
เมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งพวกเขาถามคำถามมากเท่าไหร่ ร่างจริงของผีผู้หญิงก็ค่อย ๆ ปรากฏออกมา
ราวกับว่าถ้าพวกเขายังถามอีกคำถามเดียว หรือทำพลาดไปเพียงนิด ผีผู้หญิงก็จะปรากฏตัวออกมา และฆ่าพวกเขา
“ถามหนึ่งคำถามที่มันตอบไม่ได้เหรอคะ?” เย่อวิ๋นชูรู้สึกว่าสมองของตนเองไม่เคยคิดเร็วได้ขนาดนี้มาก่อน
“แต่มันรู้หมดทุกอย่าง จะมีคำถามอะไร ที่มันจะตอบออกมาไม่ได้ล่ะ?”
เหยียนอันอี้หันไปมองท่าทางของฉู่ลั่ว ก็เห็นว่าใบหน้าเรียบนิ่งของฉู่ลั่วมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏออกมา
เหยียนอันอี้ “…”
ขณะที่หัวใจเต้นรัว รู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งขึ้นแล้ว
เหมือนเขาคิดอะไรบางอย่างได้ ดวงตาจึงเบิกกว้าง
คำถามที่มนุษย์บนโลกนี้ยังหาคำตอบไม่ได้มีมากมาย
ไม่เพียงแต่เหยียนอันอี้ที่คิดออก แม้แต่ฝางไคจี้ที่กำลังตกตะลึงก็คิดถึงข้อนี้ออกเช่นกัน
เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ จิตใจผ่อนคลายขึ้น
ไม่รู้ว่าฉู่ลั่วจะถามคำถามอะไรออกมา?
ปัญหาทางคณิตศาสตร์ระดับโลกเหรอ?
ฉู่ลั่วถาม “เซียนพู่กัน เซียนพู่กัน ขอถามว่าคนที่ถูกรังสีนิวเคลียร์ ต้องรักษาอย่างไรถึงฟื้นตัวกลับมาเป็นคนปกติได้อย่างสมบูรณ์?”
พู่กันหยกที่ขยับมาตลอดชะงักค้างไปหนึ่งวินาที
สองวินาที…
สามวินาที…
ในที่สุดมันก็ไม่ขยับอีก
เย่อวิ๋นชูไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอจึงหันหน้าไปมองผีผู้หญิงไร้ตัวตนที่ยืนอยู่ด้านหลังฝางไคจี้
เอ่อ…
เธอเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความสับสนหลายส่วนของเซียนพู่กันที่น่าสะพรึงกลัว
คำถามนี้ เกินความคาดหมายของทุกคนจริง ๆ
ฉู่ลั่วถาม “เซียนพู่กัน เซียนพู่กัน ขอถามว่าพิมพ์เขียวใหม่ล่าสุดของเครื่องสร้างวงจรผลิตชิปเป็นยังไง?”
ทุกคน “…”
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีม “…”
บางคนที่บังเอิญเข้ามาดูไลฟ์สตรีมส่งเสียงกรีดร้องบาดหูออกมา
“ในที่สุดก็มาถึงคราววงการแพทย์ของเราแล้ว!”
“เร็วเข้า ๆ บันทึกเอาไว้ บันทึกเอาไว้”
“ท่านปรมาจารย์ก็คือท่านปรมาจารย์”
…
สถาบันวิจัย
นักวิจัยที่เดิมทีคิดจะหาวิธีหักล้างรายการต่างพากันตกตะลึงไปหมด
“ปลอม! ปลอมแน่นอน จะวาดออกมาได้ยังไง!?”
“แน่นอนว่าของปลอม ถ้าสามารถถามจากพู่กันด้ามเดียวได้ ถ้าอย่างนั้นจะมีนักวิจัยอย่างพวกเราไว้ทำไม?”
“ปลอมแน่นอนอยู่แล้ว”
นักวิจัยคนหนึ่งกวาดตามองพวกเขา “บอกว่าของปลอมไม่ใช่เหรอ? แล้วหยิบปากกากับกระดาษมาทำไม?”
คนที่เหลือต่างก็จ้องไปทางนั้น “ในฐานะนักวิจัยก็ต้องมีจิตวิญญาณในการค้นคว้าวิจัย จริงหรือเท็จหลังจากตรวจสอบก็จะรู้เอง”
จากนั้นทุกคนก็พากันมามุงอยู่ที่หน้าจอมือถือ เตรียมพร้อมอย่างดี ไม่ให้พลาดแม้แต่ขีดเดียวที่เซียนพู่กันเขียนออกมา