เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 464 รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้มีงานแต่ง
บทที่ 464 รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้มีงานแต่ง
ฟึบ!
เมื่อพู่กันหยกตวัดเส้นออกมาหนึ่งเส้น หน้าจอของทุกคนก็กลายเป็นสีดำไปแล้ว!
ทุกคนต่างพูดไม่ออก
บางคนระบายความตกใจ บางคนก็ระบายความโกรธ และบ้างก็แสดงความดีใจทางออนไลน์
ความเห็นหลากหลายถูกแสดงออกมาทันที
[ทำไมจอดำล่ะ!? ถูกตัดอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า?]
[อ้ากกก ทำไมถึงตัดอินเทอร์เน็ตเล่า!]
[เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?]
ตอนที่หน้าจอกลายเป็นสีดำ ชาวเน็ตที่ไม่รู้ความจริงต่างก็พากันตั้งคำถามนับไม่ถ้วน บางคนที่อ่อนไหวก็คิดไปต่าง ๆ นานา ว่าทำไมหน้าจอถึงดำ
สองชั่วโมงต่อมา หน้าจอก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
ในภาพนั้น พู่กันหยกที่ยังมีสภาพสมบูรณ์เคลื่อนไหวมา สุดท้ายก็ร่วงลงบนกระดาษ กลิ้งไปบนโต๊ะ
ก่อนตกลงบนพื้น
เย่อวิ๋นชูถอนหายใจออกมาเบา ๆ ถามว่า “พี่ลั่วคะ พวกเราจะส่งเซียนพู่กันกลับไปไหมคะ?”
เธอมองไปด้านหลังฝางไคจี้ ผีผู้หญิงตนนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พร้อมความเยือกเย็นภายในห้อง
ฉู่ลั่วก้มลงไปเก็บพู่กันหยกบนพื้น มองดูรอยแตกหลายจุดบนปลายด้าม “ไปแล้วล่ะ”
ทุกคนพากันโล่งใจ
จี้ไจ่พาฉู่หร่านกับคนอื่น ๆ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก เขามองพิจารณาฉู่ลั่ว แต่ลังเลที่จะพูด
ฉู่ลั่วถาม “มีอะไรเหรอ?”
จี้ไจ่เผยอริมฝีปาก แต่ก็เลือกจะปิดปาก
เขาอ้าปากอีกครั้ง แล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรเหมือนเดิม
แต่หางเจียซิ่นเป็นคนพูดแทนแล้ว เขาถามด้วยความตื่นเต้นปนสงสัย “พี่ลั่ว คุณคิดได้ยังไงครับว่าต้องถามคำถามพวกนี้กับเซียนพู่กัน?”
คนทั่วไปถามเซียนพู่กันก็มักจะถามคำถามเล็ก ๆ
อย่างเช่นจะสอบผ่านหรือไม่?
คนที่ฉันชอบจะชอบฉันไหม?
อนาคตของตนเองจะเป็นอย่างไร?
มากที่สุดคือถามเลขสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัล?
ถามถึงเครื่องผลิตวงจรชิป ถามเรื่องการแพทย์ ไม่เคยมีใครถามมาก่อน
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ขึ้นมาหนึ่งแผ่นแปะลงบนพู่กันหยก และเก็บมันไว้ “คำถามพวกนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่ คนที่คิดจะอัญเชิญพู่กันหยก ปกติจะมีแต่คนน่าเบื่อและจิตใจอ่อนแอ พวกเขาคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น”
“แต่คนที่มีความสามารถ ห่วงใยประเทศและส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่สนใจจะอัญเชิญเซียนพู่กันหรอกค่ะ”
คนที่มีความสามารถแท้จริง เป็นคนที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ พวกเขาไม่มีทางเชื่อว่าโลกนี้จะมีเซียนพู่กันอยู่ แน่นอนว่าไม่มีทางอัญเชิญเซียนพู่กันด้วย
“คนที่จิตใจอ่อนแออัญเชิญเซียนพู่กันออกมา แต่ไม่ส่งกลับไป สุดท้ายก็ต้องสละชีวิตตัวเอง”
หางเจียซิ่น “…”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขารู้สึกเหมือนฉู่ลั่วดูถูกคนบางคนอยู่ตลอด
ผู้ชมที่กำลังจะอันเชิญเซียนพู่กันหลังจากได้ฟังคำพูดของฉู่ลั่ว ก็ด่าทอและวางพู่กันในมือลง
เย่อวิ๋นชูยังไม่หายตกใจกับเรื่องที่เพิ่งเกิด “โชคดีที่พี่ลั่วตอบสนองได้เร็ว เมื่อกี้ฉันนึกว่าพวกเราจะส่งเซียนพู่กันออกไปไม่ได้แล้วค่ะ”
ฉู่ลั่วตอบ “ถ้าไม่ยอมไป พวกเราก็ใช้ยันต์มาสู้ได้ เพียงแต่จะสิ้นเปลืองยันต์เท่านั้น”
“ลั่วลั่ว ในเมื่อเธอมีวิธี เธอก็ควรบอกพวกเราแต่แรกสิ! เมื่อกี้ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยนะ” ฉู่หร่านตบอกเบา ๆ ท่าทางเป็นพี่สาวเสียเต็มประดา “ลั่วลั่ว ต่อไปจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ”
ฉู่ลั่วพูดต่อ “วันนี้ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว กลับไปพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้… เป็นงานวิวาห์ผี”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่ลั่วไม่ได้ตอบรับคำพูดของเธอ แต่ยังเน้นย้ำกลับมาด้วย
ฉู่หร่านหันไปหาฉู่จิงด้วยท่าทางเสียใจ หวังว่าพี่ชายรองจะออกหน้าแทน
แต่ฉู่จิงกลับก้มหน้าลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ฉู่หร่านกัดริมฝีปาก ก่อนจะหันไปหาฝางไคจี้ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มให้เธอ
ฉู่หร่าน “…”
…
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไป
เย่อวิ๋นชูที่นอนห้องเดียวกับฉู่ลั่วเหนื่อยมากแล้ว เธอหาวออกมา
ฉู่จิงเดินไปถึงหน้าห้อง ก็หันกลับมามองน้องสาวตัวจริง “คำพูดของหร่านหร่านไม่มีอะไรหรอก เธออย่าคิดมากไปเลย”
ฉู่ลั่วตอบว่า “อืม” ออกมาคำเดียว ก่อนจะปิดประตูอย่างไร้เยื่อใย แล้วบอกให้เย่อวิ๋นชูไปนอนพักผ่อน
อีกด้านหนึ่ง ฉู่จิงกลับมาที่ห้องของตนเอง ก็เห็นฝางไคจี้กำลังพูดคุยกับฉู่หร่าน
ฉู่หร่านก้มหน้าลงด้วยความเสียใจ หางตาแดงก่ำ พลางพูดเสียงเบา “หนูก็แค่เป็นห่วงลั่วลั่ว ทำไมลั่วลั่วต้องโกรธขนาดนี้ด้วย?”
“คนอย่างพวกเขา ก็นิสัยแปลกแบบนี้อยู่แล้ว หร่านหร่านอย่าไปถือสาเลย” ฝางไคจี้พูดปลอบเสียงแผ่วเบา “วุ่นวายมาทั้งคืนคงจะง่วงมากแล้ว นอนก่อนเถอะ”
“ฉันกับพี่รองของเธอจะอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องเธอเอง”
“ไม่ต้องกลัว!”
ฉู่หร่านเช็ดหางตา เธอยิ้มพลางเอ่ยว่า “ขอบคุณค่ะพี่ไคจี้”
“ขอบคุณอะไร ไหน ๆ เธอก็เรียกฉันว่าพี่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ฉันสมควรทำ”
ฉู่จิงเดินเข้ามานั่งลงข้างพวกเขา ด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างทุกที
ทั้งที่เขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ฉู่หร่านกับฝางไคจี้กลับหยุดพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น