เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 485 องค์กร
บทที่ 485 องค์กร
จี้ไจ่ทำหน้าจริงจัง สีหน้าก็เคร่งขรึมมาก “ได้ยินอาจารย์ของผมพูดว่า เจ้านิกายคนใหม่ของฝ่ายลัทธิเต๋า และผู้นำองค์กรนี้เป็นคนออกหน้าจับกุมชื่อหยาง”
“ลงมือครั้งแรกก็เป็นนักพรตชื่อหยางที่มีทั้งชื่อเสียง ฐานะ และความสามารถแข็งแกร่ง”
“เป็นการแสดงอำนาจให้พวกเราในลัทธิเต๋าทุกคนได้เห็น”
“หึ!”
จี้ไจ่หัวเราะเย็นชา
ผ่านไปพักหนึ่ง เขาถึงข่มความไม่พอใจเจ้านิกายคนใหม่ไว้ได้
“ที่ผมบอกเรื่องพวกนี้เพราะอยากให้คุณเข้าใจ กฎขององค์กรเข้มงวดมาก ถ้าคุณสร้างปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ผมไม่สามารถรับประกันว่าจะปกป้องคุณได้หรือเปล่า”
รถขับมาถึงเขตชานเมืองของตี้จิง
หลังจากผ่านป่าทึบเกือบร้อยเมตร ก็มาถึงประตูใหญ่ที่มีทางให้รถเข้าออกสองทาง
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสวมเครื่องแบบทหาร ในมือถือปืน พร้อมดวงตาเย็นชา
เมื่อรถมาจอดที่หน้าประตู เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงทำการตรวจสอบข้อมูล
“ผมจี้ไจ่ มารายงานตัวที่องค์กรครับ”
จี้ไจ่ส่งเอกสารที่มีข้อมูลของตนเองให้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปทางฉู่ลั่ว
เขาพูดแนะนำ “นี่คือคนที่ผมพามาเข้าร่วมองค์กร เธอชื่อฉู่ลั่ว เธอดังมากในอินเทอร์เน็ต และมีความสามารถมาก…”
ไม่รอให้จี้ไจ่พูดจบ ฉู่ลั่วก็ดึงสร้อยเงินที่อยู่บนคอออกมา เผยให้เห็นกระบี่ชิงเจวี๋ยที่ห้อยอยู่ และข้างกระบี่นั้นก็มีป้ายประจำตำแหน่งห้อยเอาไว้ด้วย “ให้เข้าไป”
ทันทีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นป้าย เขาก็เอาขาชิด และทำความเคารพฉู่ลั่วอย่างนอบน้อม ก่อนจะปล่อยให้เข้าไป
จี้ไจ่ “…”
ฉู่ลั่ว “ยังไม่ไปเหรอ?”
จี้ไจ่รีบออกรถทันที เขาอ้าปากอยากพูด แต่กลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในสมองมีความคิดมากมายตีกันยุ่งไปหมด
เมื่อรถจอดสนิท ทั้งสองคนก็ลงจากรถ
จี้ไจ่รีบเดินไปอยู่ข้างฉู่ลั่ว “คุณ… คุณ…”
ไม่รอให้เขาเอ่ยถาม ซู่เซี่ยงหยางที่อยู่อีกด้านรีบเดินเข้ามาพูดอย่างร้อนใจ “คุณมาได้สักที! พวกเราทางนี้ยุ่งจะตายอยู่แล้ว!”
จี้ไจ่ถอนหายใจ
ครั้งก่อนที่เขามา ซู่เซี่ยงหยางก็บอกว่ายุ่งมาก และหวังว่าเขาจะมารายงานตัวให้เร็วที่สุด
แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญ เขาไม่ได้สนใจองค์กรนี้
หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้ทางสำนักโทรมาหาด้วยตัวเอง เขาคงไม่มีทางมา
“ผมเคยบอกแล้ว…”
จี้ไจ่ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ ยังไม่ทันพูดจบ ก็เห็นซู่เซี่ยงหยางเดินผ่านเขาตรงไปด้านหน้าของฉู่ลั่ว ผู้บัญชาการหนุ่มพูดด้วยท่าทางร้อนใจและจนปัญญา “คุณรู้ไหมว่าเป็นเพราะคุณ ผมต้องทำงานล่วงเวลามากี่วันแล้ว!”
ฉู่ลั่วตอบอย่างเย็นชา “ไม่รู้ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางขยี้ผมยุ่งเหยิง ไม่ได้สนใจหนวดเคราที่ไม่ได้โกนของตัวเองเลย “เอาของมาแล้วใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นจะรอช้าทำไมล่ะ รีบเข้าไปกันเถอะครับ!”
เขาพูดและจะลากแขนฉู่ลั่วเข้าไป แต่ยื่นมือออกไปได้ครึ่งเดียว ก็ถูกมือที่ยื่นออกมากลางอากาศขวางไว้
ซู่เซี่ยงหยางถึงได้เห็นจี้ไจ่ เขาเองครุ่นคิดด้วยความสงสัยครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตบศีรษะเบา ๆ “อ๋อ… คิดออกแล้ว จี้ไจ่! ศิษย์เอกของปรมาจารย์เทียนหลัว ผู้สืบทอดของตระกูลจี้”
เขารีบจับมือทักทาย “คุณมารายงานตัวได้สักที ยินดีต้อนรับครับ ยินดีต้อนรับ!”
จี้ไจ่ “…”
เมื่อกี้ลืมชื่อผมไปใช่หรือเปล่า?
ลืมไปใช่ไหม?
ไม่รอให้จี้ได้เข้าใจ ซู่เซี่ยงหยางก็รีบร้อนดึงฉู่ลั่วเข้าไปในองค์กรแล้ว
เธอยังไม่ทันได้ชื่นชมอาคารที่มีรูปร่างเด่นแปลกตา กับเครื่องรางต่าง ๆ ที่แขวนอยู่บนผนัง ก็ถูกดึงเข้าไปในห้องทำงานห้องหนึ่ง
ซู่เซี่ยงหยางยื่นมือไปหาฉู่ลั่วทันที “พู่กันหยกล่ะครับ?”
ฉู่ลั่วหยิบพู่กันหยกออกมาจากกระเป๋าสะพาย ส่งให้เขา “ฉันใช้ยันต์สะกดมันไว้ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางรับมาลองดูมันใต้แสงไฟและแสงอาทิตย์
จากนั้นจึงหยิบไม้บรรทัดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกมาเพื่อวัดขนาดและวัสดุ
“ส่วนจำนวนปี อาจจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแล้วล่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางส่งพู่กันหยกให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านข้างเอาไปวางไว้ในกล่องโบราณใบหนึ่ง
จี้ไจ่มองกล่องใบนั้นแวบเดียว ก็ต้องตกใจกับอักขระที่ซับซ้อนบนกล่อง
อักขระอันนั้น เหมือนเขาจะเคยเห็นในตำราโบราณ
เห็นได้ชัดว่านี่คืออักขระระดับสูง เอาไว้ใช้สะกดสิ่งชั่วร้ายที่มีพลังมาก
ได้ยินมาว่าอักขระชนิดนี้ไม่มีนักพรตวาดออกมาได้นานมากแล้ว
แต่ที่องค์กรแห่งนี้ไม่เพียงวาดออกมาได้ ยังเอามาใช้กับกล่องนี่อีก
จี้ไจ่เก็บสายตาดูถูกดูแคลนองค์กรแห่งนี้ทันที เขาขมวดคิ้วฟังสิ่งที่ฉู่ลั่วกับซู่เซี่ยงหยางคุยกัน