เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 487 ไม่รู้จักเจ้านิกายเหรอ
บทที่ 487 ไม่รู้จักเจ้านิกายเหรอ
ซู่เซี่ยงหยางเปิดวิดีโอต่อไป
ในวิดีโอ มีบล็อกเกอร์ที่เป็นนักวิจัยคนหนึ่ง อันเชิญเซียนพู่กันมาถามว่าจะสร้างเครื่องข้ามกาลเวลาได้ยังไง?
ชาวเน็ตที่เจตนาดี ถามว่าจะแก้ไขสงครามคืนความสงบสุขได้เมื่อไหร่?
มีผู้กำกับถามว่า ต้องถ่ายภาพยนตร์ยังไงให้ได้บล็อกบัสเตอร์?
มีนักแสดงถามว่า ทำยังไงถึงจะโด่งดังไปตลอด?
บางคนอันเชิญเซียนพู่กันสำเร็จ และส่งพวกมันกลับไปสำเร็จด้วย
บางคนอันเชิญเซียนพู่กันสำเร็จ แต่ไม่ได้ส่งกลับไป เป็นทางองค์กรที่ส่งคนไปจัดการเรื่องนี้
และมีบางคนที่อันเชิญเซียนพู่กันไม่สำเร็จ
ซู่เซี่ยงหยางเปิดวิดีโอไปเรื่อย ๆ
จี้ไจ่นิ่งค้างไปแล้ว เขาชี้ไปยังคนผมทองตาฟ้าที่อยู่ในวิดีโอ แล้วพูดอ้ำอึ้ง “น… นั่นชาวต่างชาติเหรอครับ?”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า “ใช่ครับ! คนต่างชาติ! ตอนนี้เป็นยุคของกระแสนิยม การอันเชิญเซียนพู่กันโด่งดังในประเทศขนาดนี้ จะดังไปถึงต่างประเทศก็ไม่แปลกใช่ไหมล่ะครับ?”
ในตอนแรกบล็อกเกอร์ต่างชาติแค่อันเชิญเซียนพู่กันแบบขำ ๆ ต่อมาก็เริ่มกระจายออกไปเป็นวงกว้าง เหล่าบล็อกเกอร์ต่างชาติที่มีชื่อเสียงจึงพากันเริ่มอันเชิญเซียนพู่กัน
บางคนอันเชิญเซียนพู่กันไม่สำเร็จ ก็คิดหาวิธีการใหม่ด้วยตัวเอง
ในอินเทอร์เน็ตมีวิธีการอันเชิญเซียนพู่กันปรากฏออกมามากมาย
ทั้งยังมีเวอร์ชันสำหรับคนต่างชาติโดยเฉพาะ
กฎข้อแรกคือ ต้องได้ภาษาจีนก่อน
เพราะอย่างไร เซียนพู่กันมีเฉพาะในประเทศจีน ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเซียนพู่กันจะพูดภาษาต่างประเทศได้?
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจ “นี่นับเป็นการส่งออกทางวัฒนธรรมแล้ว!”
โลกโซเชียลทั้งในและนอกประเทศ มีบทความแนะนำเซียนพู่กันปรากฏขึ้นมาจำนวนมาก
ตอนนี้หากจะถามว่าในโลกออนไลน์ของในและต่างประเทศใครดังที่สุด?
หากเซียนพู่กันเป็นที่สอง ก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง!
จี้ไจ่คาดไม่ถึง รู้สึกว่าตนได้รับข่าวช็อกโลกเป็นอย่างมาก
เขาบำเพ็ญมาหลายปี ไม่เคยได้ยินว่าสิ่งชั่วร้ายสามารถกลายเป็นที่นิยมได้
สายตาเบนไปหาผู้บัญชาการ “พวกคุณไม่จัดการเหรอครับ?”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “ตอนแรกก็คิดจะจัดการนะครับ แต่ต่อมา พวกเราจัดการไม่ไหว และไม่ต้องจัดการด้วย”
“ไม่ต้องจัดการ ทำไมล่ะครับ?”
ซู่เซี่ยงหยางเริ่มเปิดวิดีโออื่น
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวิดีโอการอันเชิญเซียนพู่กันในอินเทอร์เน็ต
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา หรืออุปกรณ์ ต่างก็เตรียมมาอย่างพรั่งพร้อม แต่ไม่ว่าอย่างไร การอันเชิญเซียนพู่กันก็ล้มเหลว
“ตอนนี้เซียนพู่กันไม่เพียงแต่ได้รับความนิยม แต่ยังกลายเป็นสิ่งที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วย”
“หลังจากคนขององค์กรทำการตรวจสอบก็พบว่า สาเหตุที่อันเชิญเซียนพู่กันไม่สำเร็จ เหตุผลที่เป็นไปได้มากที่สุดคือตอนนี้… เซียนพู่กันลดลงแล้ว”
“เซียนพู่กันอาจจะมีอยู่หลานตน แต่หลายวันมานี้คนอันเชิญเซียนพู่กันก็เยอะมาก พวกคุณรู้ไหม?”
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ต่างคนต่างครุ่นคิด และเข้าใจความหมายของซู่เซี่ยงหยางในทันที
ฉู่ลั่วประกาศวิธีเอาชนะเซียนพู่กันต่อสาธารณะ เป็นวิธีการที่คนธรรมดาก็ทำได้
คนที่อยากรู้อยากเห็นต่างพากันอันเชิญเซียนพู่กัน
คนที่อยากหาเงิน ก็อันเชิญเซียนพู่กัน
คนที่ประสบปัญหาถึงคอขวดทางด้านวิชาการ ก็อันเชิญเซียนพู่กัน
ผู้คนที่ไหลตามกระแส ก็อันเชิญเซียนพู่กัน
แม้ว่าจะไม่นับรวมกลุ่มคนในต่างประเทศ แต่นี่ก็ถือว่ามีจำนวนมาก
แล้วเซียนพู่กันมีอยู่กี่ตนกันล่ะ?
ไม่มีคนนับ…
แต่เซียนพู่กันแม้จะรอบรู้ แต่ก็ต้องเสียพลังวิญญาณไป
หากตอบคำถามไม่ถูก ภายใต้กฎเกณฑ์บังคับตอบคำถาม เซียนพู่กันก็จะถูกลงโทษ
แต่ถูกลงโทษอย่างไรนั้น… ไม่สำคัญแล้ว!
สิ่งสำคัญคือ ตอนนี้เซียนพู่กันไม่กล้าปรากฏตัวง่าย ๆ
หรือพูดอีกอย่าง เซียนพู่กันถูกชาวเน็ตจำนวนมากทำให้หายไปแล้ว!
จี้ไจ่คิดออกชัดเจนแล้ว ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าผาก “นี่… นี่มันช่าง…”
เขาบำเพ็ญมานานหลายปี ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน
ในตำราโบราณ ก็ไม่เคยมีบันทึกเรื่องแบบนี้เอาไว้
ซู่เซี่ยงหยางโบกมือ ก่อนจะปิดหน้าจอ “พวกนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญครับ เรื่องสำคัญคือเซียนพู่กัน…”
เขาตบกล่องผ้าไหมเบา ๆ “พวกเราลองเซียนพู่กันตนอื่นแล้ว มีเพียงเซียนพู่กันตนนี้ที่รู้เยอะที่สุด”
“ตอนนี้หลายแผนก ต่างก็คาดหวังว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากเซียนพู่กันได้”
ฉู่ลั่วมองกล่องผ้าไหม “มันไม่เหมือนกับเซียนพู่กันทั่วไป เซียนพู่กันทั่วไปสามารถสิงสู่ในของสื่อกลางชิ้นไหนก็ได้ แต่มันสิงในพู่กันหยกอันนี้ได้ด้ามเดียวเท่านั้น”
“และมันยังรู้เยอะกว่าเซียนพู่กันตนอื่นมากค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “ถ้าพวกเราจะยืมมันออกไปใช้ จะมีปัญหาไหมครับ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นผมจัดแจงเสร็จแล้ว จะร่างกฎการใช้ขึ้นมา หลังจากนั้นผมจะส่งไปให้คุณดู ถ้ามีปัญหาอะไรคุณช่วยบอกด้วย”
“อืม”
จี้ไจ่เพิ่งสังเกตว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง สายตาของเขามองซู่เซี่ยงหยางกับฉู่ลั่วสลับไปมา
“พวกคุณรู้จักกันเหรอ?”
ซู่เซี่ยงหยางอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ “แน่นอนครับ”
“เธอ… เธอเป็นคนขององค์กรเหรอ?”
ซู่เซี่ยงหยางมองฉู่ลั่ว พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “คุณไม่ได้บอกเขาเหรอ ว่าสถานะของคุณคืออะไร?”
เธอตอบอย่างเฉยเมย “เปล่าค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เขาลุกขึ้นยืนยกมือขึ้นมาลูบผม ก่อนจะแนะนำด้วยท่าทางจริงจัง “นี่คือฉู่ลั่ว ผู้นำองค์กร และเจ้านิกายคนใหม่ของลัทธิเต๋าของพวกคุณ”
หลังจากแนะนำเสร็จ เขาก็ถอนหายใจ “เจ้านิกายคนใหม่อยู่ในตำแหน่งมานานแล้ว คุณเป็นคนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ ไม่รู้จักเจ้านิกายเหรอ?”
จี้ไจ่นิ่งอึ้งไปแล้ว
เขามองฉู่ลั่วด้วยท่าทางตกใจ คำพูดที่ตนเองพูดไปก่อนหน้านี้แวบเข้ามาในสมอง
เขาเอาฉู่ลั่วมาขู่ให้ฉู่ลั่วกลัวเหรอ?
“ที่ตอนแรกไม่ได้บอกคุณ เพราะไม่แน่ใจว่าคุณจะเข้ามาทำงานที่องค์กรจริงไหม” ฉู่ลั่วอธิบายให้เจ้าของสีหน้าตกใจฟัง “ต่อมาก็ไม่มีโอกาสได้บอก”
จี้ไจ่ระแวงเจ้านิกายคนใหม่มาก…
เธอจึงไม่มีโอกาสได้บอกว่าตนเองเป็นเจ้านิกายคนใหม่เลย!?