เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 494 ผิดคน
บทที่ 494 ผิดคน
“รหัสมอร์สเหรอครับ!” หันหลังให้ความเหงาเบิกตากว้าง “สัญญาณ SOS นี่คือการขอความช่วยเหลือ!?”
เขาตกใจเสร็จก็รีบคว้าโทรศัพท์ โทรแจ้งตำรวจทันที
ในระหว่างที่รอ เจ้าของแอ็กเคานต์หันหลังให้ความเหงาก็พูดแนะนำให้ฉู่ลั่วกับคนอื่น “ข้างบนเป็นคู่สามีภรรยาครับ อายุมากกว่าผมด้วย”
“พวกเขามีลูกชายหนึ่งคน ทุกครั้งที่เจอพวกเราก็มักจะพูดชื่นชมว่าลูกของเขาดีอย่างนั้นอย่างนี้ หน้าตาดี การศึกษาสูง เงินเดือนสูง…”
สีหน้าของหันหลังให้ความเหงาเต็มไปด้วยความรังเกียจ “เมื่อก่อนยังกลับมาบ่อยนะครับ แต่สองปีมานี้ไม่รู้ทำไมถึงไม่กลับมาเลย”
“เมื่อหลายเดือนก่อน สามีภรรยาคู่นี้อุ้มเด็กคนหนึ่งมา บอกว่าเป็นลูกที่ลูกชายส่งมาให้พวกเขา เป็นหลานของพวกเขา”
“ตอนนี้เลยไม่อวดลูกชายแล้วครับ วัน ๆ เอาแต่อุ้มหลานมาอวดข้างนอก บอกว่าหลานหน้าตาเหมือนลูกชายพวกเขา พอโตขึ้นต้องประสบความสำเร็จเหมือนลูกชายของพวกเขาแน่นอน”
[เฮ้อ! เหมือนพ่อแม่ฉันเลย ชอบเอาลูกชายลูกสาวไปอวดข้างนอก พวกเขาไม่รู้เลยว่าพวกเรากดดันขนาดไหน!]
[ฉันไม่คิดแบบนั้นเลยนะ! ฉันคิดว่าพ่อแม่อวดน่ะดีมากเลย คนอายุอย่างพวกเขา เอาความดีในโลกทั้งหมดวางไว้ที่พวกเราซึ่งเป็นลูกชายลูกสาว พอเขาไปอวดก็เหมือนในใจได้รับการปลอบโยน]
[แต่อวดว่าหลานชายหน้าเหมือนลูกชาย นี่มันก็แปลกไปหน่อยนะ ไม่แน่ว่า… คิก คิก คิก!]
[หรือว่าหลานไม่ใช่ลูกของลูกชาย? ถ้าไม่ใช่ ทำไมผู้เฒ่าทั้งสองคนต้องอวดด้วยล่ะ!]
ขณะที่หันหลังให้ความเหงากำลังคุยโวอยู่ และชาวเน็ตกำลังแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด ตำรวจก็มาแล้ว
พวกเขาติดต่อมาหาหันหลังให้ความเหงาก่อน และพาหันหลังให้ความเหงาขึ้นไปชั้นบน
“คุณเคาะประตูก่อน แล้วบอกว่าคุณถูกเสียงของพวกเขารบกวน”
หันหลังให้ความเหงาตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากรอให้ตำรวจไปซ่อนตัวหลังประตูแล้ว เขาก็เริ่มเคาะประตู
ไม่นานนัก ก็มีคนมาเปิดประตู
“มีธุระอะไรเหรอ?” คนที่มาเปิดประตูเป็นผู้ชาย ครั้นเห็นหันหลังให้ความเหงา สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นย่ำแย่ทันที “ฉันเคยบอกแล้ว บ้านของเราไม่มีใครเดินไปมา และไม่มีใครส่งเสียงดังด้วย”
หันหลังให้ความเหงาชี้ไปที่ขอบตาดำคล้ำของตน “ถ้าไม่ใช่พวกคุณทำเสียงดัง หรือจะเป็นผีล่ะ? ผมแทบจะประสาทเสียเพราะพวกคุณแล้ว”
“ไม่ได้! วันนี้ผมต้องเข้าไปดูให้ได้เลย ว่าเป็นเสียงมาจากบ้านของพวกคุณหรือเปล่า!”
เขาพูดจบ ก็จะผลักประตูบุกเข้าไป
ใครจะรู้ว่าคนที่อายุมากกว่าเขา จะรั้งเขาเอาไว้ทันที “นี่คือบ้านของฉัน นายมีสิทธิ์อะไรบุกเข้ามา? ออกไป เชื่อไหมว่าฉันจะแจ้งตำรวจมาจับนาย!”
เขาเพิ่งพูดจบ ประตูก็ถูกดึงให้เปิดออกอย่างแรง ตำรวจกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปข้างใน
“นี่ พวกคุณทำอะไร? พวกคุณบุกรุกบ้านประชาชนนะ ผมสามารถฟ้องร้องพวกคุณได้…”
ภายในห้องนอน มีคนแก่อุ่มเด็กทารกคนหนึ่งเดินออกมา เธอมองภาพเหตุการณ์ด้วยความตกใจ
เด็กน้อยร้องไห้เพราะเสียงดัง เมื่อถูกปลุกให้ตื่น ก็เริ่มร้องไห้ออกมา
“พวกคุณทำอะไร?”
“เด็กดี ไม่ร้องนะ!”
หันหลังให้ความเหงาก็เดินตามหลังตำรวจเข้ามา
เพียงแวบเดียวเขาก็มองเห็นรูปภาพขาวดำแขวนอยู่บนผนัง “นั่นมันลูกชายของพวกเขา ลูกชายของพวกเขาตายแล้วเหรอ?”
ในตอนนี้เองตำรวจก็ตรวจค้นภายในห้อง
“กลิ่นอะไรน่ะ?”
“เลือดเหรอ?”
ตำรวจตามกลิ่นเลือดไปถึงด้านหน้าห้องรับแขก
คนชราทั้งสองเห็นก็ร้องตะโกนออกมาทันที “เปิดประตูไม่ได้นะ นี่คือบ้านของพวกเรา พวกคุณจะบุกเข้ามาตามใจไม่ได้!”
ตำรวจหลายนายมองหน้ากัน พวกเขาพยักหน้าส่งสัญญาณ ก่อนจะเตะประตูให้เปิดออก
ทันทีที่ประตูเปิด กลิ่นเหม็นอันไม่พึงประสงค์ผสมกับกลิ่นเลือดปะทะเข้าจมูก
“นี่… นี่คือ…”
ในห้องนอนของห้องรับแขก ผู้หญิงที่ร่างกายไร้สีเลือด ถูกมัดไว้บนเตียงด้วยดวงตาเหม่อลอย
กลิ่นเลือดมาจากตัวเธอ
ตำรวจรีบพุ่งตัวเข้าไปเอาผ้าที่ปิดปากเธอออก
หญิงสาวอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง เธอพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ลูกของฉัน นั่นคือลูกของฉัน…”
“พวกเขาจะหนีครับ!” หันหลังให้ความเหงาตะโกนเสียงสูง ตำรวจรีบพุ่งเข้ามาขวางคนชราทั้งสองไว้ พร้อมกับคว้าเด็กทารกจากมือของพวกเขา
คนชราทั้งสองถูกจับกุมแล้ว!
หลังจากความอึกทึกครึกโครมผ่านไป ตำรวจก็เข้ามาพูดกับหันหลังให้ความเหงา “คนที่ได้รับบาดเจ็บส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้วครับ ขอบคุณคุณปู่ที่ช่วยตำรวจอย่างพวกเราจัดการคดีนี้”
เจ้าของแอ็กเคานต์หันหลังให้ความเหงาภูมิใจ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เพื่อนร่วมชาติก็เหมือนครอบครัวเดียวกันนี่ …ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนั้นเหรอครับ?”
ตำรวจถอนหายใจ “ลูกชายของบ้านนี้เสียชีวิตไปเมื่อหลายเดือนก่อน พวกเขาคิดถึงเขามากจนหลอน เลยไปหลอกผู้หญิงท้องคนหนึ่งมาที่บ้านของตัวเอง ขังเธอเอาไว้ จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็คลอดลูกครับ”
นึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ ตำรวจก็ทนไม่ไหว
หลังจากตำรวจพูดจบก็เตรียมจะจากไป แต่เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็หันกลับมา “คุณปู่ครับ ผมคิดว่า …เสียงที่บ้านของคุณ ไม่น่าจะมาจากบ้านของพวกเขานะครับ”
“และสัญญาณขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้มาจากผู้หญิงคนนั้นด้วย”
มือเท้าของผู้หญิงถูกมัดเอาไว้ และเธอไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว จะมีสติเคาะสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ยังไง