เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 495 หลักฐานล่ะ?
บทที่ 495 หลักฐานล่ะ?
เจ้าของแอ็กเคานต์หันหลังให้ความเหงาได้ยินก็รู้สึกแปลก “ถ้าไม่ใช่บ้านของพวกเขา แล้วเป็นบ้านใครล่ะ? ด้านล่างและข้างบ้านของผมไม่มีคนอยู่เลยนะ! อีกอย่างเสียงที่ได้ยินก็มาจากข้างบนนี่แหละครับ”
ตำรวจที่กำลังจะไปเดินมาตรงโทรศัพท์ของหันหลังให้ความเหงา ก็มีเสียงของฉู่ลั่วดังออกมา “จับเขาค่ะ”
ตำรวจชะงัก มองไปที่โทรศัพท์มือถือของหันหลังให้ความเหงา “จับใครนะครับ?”
เจ้าหน้าที่รู้จักฉู่ลั่วแน่นอนอยู่แล้ว
หันหลังให้ความเหงามองไปรอบตัว แต่กลับไม่เห็นใครเลย “คุณเจ้าของช่อง คุณทำให้ผมตกใจนะ ข้างหลังผมไม่มีใครเลย แล้วคุณจะให้จับใคร?”
ฉู่ลั่ว “คุณ”
ตำรวจ “?”
หันหลังให้ความเหงา “ห้ะ! ผม? จับผมทำไมล่ะครับ?”
ฉู่ลั่วจ้องผู้โชคดีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หันหลังให้ความเหงามองกลับมาเหมือนว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งยังไม่หลบสายตาอีกด้วย
แต่ภายใต้สายตาเคร่งขรึมของฉู่ลั่ว ดวงตาของเขาก็ค่อย ๆ หลบเลี่ยง เขาหันซ้ายหันขวาอย่างร้อนตัว
ตำรวจเห็นท่าทางเช่นนั้นก็เข้าใจได้ทันที รีบคุมตัวหันหลังให้ความเหงาไว้
หันหลังให้ความเหงาเบิกตากว้าง เขาพยายามขัดขืน “นี่พวกคุณบังคับใช้กฎหมายโดยไม่ชอบหรือเปล่า? เน็ตไอดอลอย่างเธอพูดอะไรก็ต้องเป็นแบบนั้นเหรอ? พวกคุณทำงานกันแบบนี้เหรอ?”
ตำรวจยังไม่ได้พูดอะไร น้ำเสียงเย็นชาของฉู่ลั่วก็ดังขึ้นมา “คุณต้องการหลักฐานเหรอ?”
“ไร้สาระ หรือเพราะแค่คำพูดประโยคเดียวของเธอก็จับฉันได้แล้วงั้นเรอะ!?”
[เจ้าของช่องจะทำอะไรน่ะ?]
[ทำไมจู่ ๆ ถึงจะจับคุณปู่ล่ะ?]
[เจ้าของช่องหยิ่งนักเหรอ เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? แค่ประโยคเดียวเธอคิดจะจับใครก็จับเหรอ?]
[ถ้าการไลฟ์สตรีมครั้งนี้ไม่เอาหลักฐานออกมา ฉันคงทำได้แค่หัวเราะแหะ ๆ เท่านั้นแหละ]
[แต่ฉันเชื่อเจ้าของช่อง]
[ฉันก็เชื่อเจ้าของช่อง]
[ฉันพอมีความรู้ด้านโหงวเฮ้ง เมื่อกี้ตอนนี่ดู ก็รู้สึกว่าใบหน้าของคุณปู่นี่ดูอันตรายใช่เล่น]
หันหลังให้ความเหงาหัวเราะเย็นชาพร้อมกับมองฉู่ลั่ว “เธอลงพูดมาสิ เธอจะเอาหลักฐานอะไรมาจับฉัน?”
ฉู่ลั่วตอบ “หลักฐานอยู่ในบ้านคุณไง”
“ในบ้าน? ในบ้านของฉันมีหลักฐานบ้าอะไร” คู่กรณีอดจะด่าหยาบคายออกมาไม่ได้ เขาพาตำรวจเข้าไป “ดูสิ! ดูสิว่าหลักฐานอยู่ตรงไหน?”
ตำรวจมองดูทั่วทั้งบ้านของหันหลังให้ความเหงา ทำการสำรวจอย่างง่าย ๆ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใด
หันหลังให้ความเหงาสีหน้าเย็นชา พยายามระงับความโกรธมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ “เธอบอกว่าในบ้านมีหลักฐานไม่ใช่เหรอ? หลักฐานล่ะ!?”
ตำรวจเองก็มองหน้าจอ
ฉู่ลั่วสีหน้าเรียบเฉย สายตาสงบนั้นราวกับมองทะลุกล้องออกมา มองเห็นเข้าไปถึงในใจของคน
“เปิดเครื่องตัดสัญญาณรบกวนของคุณ”
หันหลังให้ความเหงาไม่เข้าใจ แต่ก็เปิดเครื่องตัดเสียงรบกวนของตนเอง
“เปิดแล้ว หลักฐานล่ะ?”
ฉู่ลั่วถาม “ได้ยินไหมคะ?”
หันหลังให้ความเหงา “อะไร?”
เขาเพิ่งพูดจบ สีหน้าก็เปลี่ยนไปแล้ว
ตึง!
ตึง ตึง!
ตึง ตึง ตึง!
เสียงนั้นมันมีความสม่ำเสมอ
อึดอัด
หดหู่
เสียงเคาะดังอยู่เหนือศีรษะของคน
ตำรวจมองไปรอบ ๆ “ดูเหมือนเสียงจะมาจากข้างบน”
หลังจากพูดแบบนี้ เขาก็พลันคิดขึ้นมาได้ คนข้างบนถูกจับไปแล้ว ไม่ควรมีคนทำเสียงอะไรได้
“เสียงนี้…”
[ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งที่มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ฉันกลับขนลุกขึ้นมาแล้ว!]
[คุณเจ้าของช่อง คุณอย่าลีลาเลย บอกฉันมาเถอะ ว่ามันคืออะไรกันแน่?]
[ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเสียงจากข้างห้อง?]
[ตำรวจก็บอกแล้วว่าเสียงดังมาจากข้างบน แต่ข้างบนไม่มีคน พอคิดได้แบบนี้…]
[อย่าพูดเลย อย่าพูดเลย]
[ตกใจ!]
[ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นชั้นบนของชั้นบน รายการสืบสวนหลายรายการก็ไขความลับแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?]
[แต่ว่า…]
[แต่ว่า…]
[แต่ว่า…]
มีคำว่าแต่ว่าปรากฏเต็มช่องความคิดเห็น
[รายการอื่นคิดแบบนี้ แต่นี่คือไลฟ์สตรีมของปรมาจารย์นะ เรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น]
[ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันไม่อยากคิดแล้ว!]
[ท่านปรมาจารย์ คุณรีบไขปริศนาสิ! ไม่อย่างนั้นสมองของผมคงทำตัวเองตกใจตายแล้ว]
แต่สีหน้าของหันหลังให้ความเหงากลับดูย่ำแย่อย่างที่สุด
ริมฝีปากของเขาสั่น แววตาล่องลอย ราวกับว่ากำลังคิดอะไร
เขาพยายามสงบสติ “เสียงนี้คืออะไรล่ะ?”
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม “คุ้นไหมล่ะ?”
“ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดอะไร?” หันหลังให้ความเหงาไม่กล้ามองฉู่ลั่ว “ฉันยังมีธุระ จะวางสายแล้ว”
ตอนที่เขากำลังจะยื่นมือมาปิด ฉู่ลั่วได้พูดขึ้นมา “บริเวณถุงใต้ตาทั้งสองข้างคือตำแหน่งลูกชายลูกสาว คุณมีร่องรอยทั้งสองข้าง แสดงว่าคุณมีลูกชายหนึ่ง ลูกสาวหนึ่ง”
การตัดการเชื่อมต่อของหันหลังให้ความเหงาหยุดลง เขามองฉู่ลั่วอย่างตกตะลึง “ฉันไม่มีลูก อย่าว่าแต่ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง แม้แต่เมียฉันยังไม่มีเลย!”
ทั้งที่เขาควรตัดการเชื่อมต่อ แต่เมื่อได้ยินเรื่องลูก เขาก็อดทนไม่ตัดการเชื่อมต่อแล้ว
“ฉันมีลูกได้จริงเหรอ?”
ฉู่ลั่วตอบรับออกมา “ใบหน้าของคุณแสดงให้เห็นว่าคุณมีลูกชายหนึ่งลูกสาวหนึ่ง”
“ถ้าอย่างนั้นลูกของผม…”
“แต่ว่า…”
ไม่รอให้หันหลังให้ความเหงาถามออกมา เธอก็พูดแทรกเขา “แต่หูของคุณแห้งและซีด แสดงว่าคุณถูกสาปแช่งด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ถึงมีลูกชายลูกสาวก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปทั้งชีวิต”
หันหลังให้ความเหงาลมหายใจสะดุด “คำสาป?”