เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 497 หิว มืด กระหายน้ำ
บทที่ 497 หิว มืด กระหายน้ำ
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมส่วนใหญ่สงสารเจ้าของแอ็กเคานต์หันหลังให้ความเหงา และหวังว่าเธอจะช่วยเขา
หันหลังให้ความเหงากวาดมองความคิดเห็นจากหางตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหรี่ตาลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ตอนที่เขาโขกศีรษะลงไปอีกครั้ง มุมปากก็ยกยิ้มอย่างได้ใจ
มีคนมากมายช่วยขอร้องให้เขา ฉู่ลั่วจะกล้าไม่ช่วยเขาเหรอ?
เธอไม่กลัวความคิดเห็นของประชาชนเหรอ?
ขอเพียงฉู่ลั่วกำจัดของสิ่งนั้น เรื่องทั้งหมดในตอนนั้น ก็จะไม่มีใครรับรู้อีก
รอยยิ้มที่มุมปากของเขาลึกขึ้นเรื่อย ๆ
ความคิดเห็นส่วนใหญ่ต่างขอให้ฉู่ลั่วช่วยเหลืออีกฝ่าย
แต่ฉู่ลั่วไม่ได้สนใจ เธอแค่มองหันหลังให้ความเหงาโขกศีรษะด้วยสายตาเย็นชา “ฉันไม่กำจัด”
ชายวัยห้าสิบหยุดโขกศีรษะแล้ว เขามองหน้าจออย่างไม่อยากจะเชื่อ “คุณ…”
เพราะอะไร?
ไม่ต้องพูดถึงว่าฉู่ลั่วเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียง แต่เธอก็ยังเป็นคนธรรมดา ถูกชาวเน็ตจับจ้องขนาดนี้ ได้รับความเห็นจากสาธาณะชนขนาดนี้ เธอควรจะตกลงช่วยเขา
แต่เธอกลับพูดว่าไม่ช่วย
กล้าพูดว่าไม่ช่วย!
หันหลังให้ความเหงาอ่านความคิดเห็น
แน่นอนว่า ตอนที่ฉู่ลั่วพูดออกมาว่าไม่ช่วย ช่องความคิดเห็นก็เดือดขึ้นมาแล้ว!
ทั้งหมดล้วนเป็นคำด่าทอเธอ
ด่าแต่คำที่ไม่น่าฟัง
คำพูดเหล่านี้ หากเป็นคนธรรมดาได้ยิน จิตใจคงรับไม่ไหวไปนานแล้ว
แต่ฉู่ลั่วที่เขากลับเห็นไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าคำด่าและสาปแช่งเหล่านี้ เธอไม่ได้เอามาใส่ใจเลยสักนิด
ฉู่ลั่วน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เรื่องราวได้รับการแก้ไขแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาติดต่อหาผู้โชคดีคนต่อไปกันค่ะ!”
พูดจบ เธอก็จะตัดการเชื่อมต่อไลฟ์สตรีม
“รอเดี๋ยวก่อน รอเดี๋ยวก่อน!” หันหลังให้ความเหงารีบร้องเรียกฉู่ลั่ว “คุณไม่จัดการเหรอ!?”
ฉู่ลั่วตอบอย่างเรียบเฉย “ฉันจัดการให้ไม่ได้”
หันหลังให้ความเหงา “…”
ตำรวจที่ยืนอยู่ด้านข้างกระแอมออกมาสองครั้ง ใบหน้ามีรอยยิ้มแบบคนรับใช้ประชาชน “ในเมื่อเรื่องราวคลี่คลายแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปก่อนนะครับ”
หันหลังให้ความเหงาคว้าแขนเจ้าหน้าที่ “คลี่คลายอะไรครับ! คุณไม่ได้ยินที่ท่านปรมาจารย์บอกเหรอ? มีบางอย่างจะฆ่าผม!”
ตำรวจทำหน้าสงสัย “นี่เป็นแค่รายการในอินเทอร์เน็ต อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังเลยครับ พวกเราต้องเชื่อในวิทยาศาสตร์”
“เชื่อในวิทยาศาสตร์อะไร!? คุณไม่รู้เหรอว่าเธอเป็นปรมาจารย์ที่เก่งขนาดไหน เธอบอกว่ามี… จะฆ่าผม ก็ต้องมี! หน้าที่ของพวกคุณคือปกป้องประชาชนไม่ใช่เหรอ?” เขามองไปรอบตัวด้วยความหวาดกลัว “รีบจับของสิ่งนั้นไปสิ!”
ตำรวจยังคงทำหน้าเหมือนเดิม “เรื่องงมงายไม่น่าเชื่อถือ ถ้าสตรีมเมอร์คนนี้บอกว่ามีผีจะฆ่าคุณเป็นเรื่องจริง ถ้าอย่างนั้น…” เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย พร้อมเอ่ยถามเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ที่เธอบอกว่าคุณฆ่าคน ก็เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”
หันหลังให้ความเหงา “ม …ไม่จริงแน่นอน ผมไม่ได้ฆ่าคน”
ตำรวจยักไหล่ “พวกเราจัดการคดีตามหลักฐานครับ ก็เหมือนตอนนี้ พวกเราไม่มีหลักฐานว่าคุณฆ่าคน ก็เลยไม่จับคุณ เหมือนกัน คุณก็ไม่มีหลักฐานว่ามีผีจะฆ่าคุณ”
เจ้าของแอ็กเคานต์หันหลังให้ความเหงา “…”
สายลมพัดเข้ามาเป็นครั้งคราว ชายวัยห้าสิบรู้สึกหนาวลึกถึงกระดูกขึ้นมาอีกครั้ง
“เพราะอะไร?” เสียงใสของผู้หญิงดังข้างหูของเขา “ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้?”
เสียงนั้นเศร้าสร้อย ดูเหมือนดังมาจากที่ไกล ๆ แต่ก็เหมือนอยู่ใกล้หู
หันหลังให้ความเหงาตัวสั่นเทา
เขาค่อย ๆ หันไปด้านข้าง พลันเห็นมือขาวซีดข้างหนึ่งวางอยู่บนไหล่ของเขา “มืดจัง… หิวจัง… กระหายเหลือเกิน”
หันหลังให้ความเหงาตัวแข็งทื่อ เขาจับแขนตำรวจแน่นขึ้น “คุณได้ยินไหม?”
เจ้าหน้าที่เลิกคิ้ว “ได้ยินอะไรครับ?”
“คุณเห็นไหม?”
“เห็นอะไรครับ?”
ตำรวจมองหันหลังให้ความกลัวที่เปลี่ยนสีหน้าไปอย่างมากด้วยความงุนงง เขาหันไปมองรอบ ๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย
เขามองฉู่ลั่วที่อยู่ในจออีกครั้ง
หรือปรมาจารย์ท่านนี้จะทำอะไร?
ทันใดนั้น หันหลังให้ความเหงาก็ตะโกนออกมาเสียงดัง “อ้ากกก! เธออย่าโทษฉันนะ! ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน ฉันไม่ได้คิดว่าจะเป็นแบบนี้!”
“หิวจัง~”
“กระหายจัง~”
“มืดจังเลย~”
“ทำไมถึงทิ้งฉันไว้ที่นั่นคนเดียว?”