เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 499 ตามหาคนขีดรถ
บทที่ 499 ตามหาคนขีดรถ
[แย่แล้ว บ้านฉันไม่มีไข่ไก่]
[ฉันสั่งดิลิเวอรีตลอดเลย อย่าว่าแต่ไข่ไก่เลย ในบ้านฉันแม้แต่เครื่องครัวก็ไม่มี]
[เจ้าของช่อง ในบ้านไม่มีไข่ไก่ทำยังไงดีล่ะ?]
[เมื่อกี้ฉันลองดูแล้ว พระเจ้า! ไข่ไก่ของฉันไม่ได้ตั้งตรง หรือว่าฉันไม่ได้กลัว? ฉันกล้าขนาดนี้เลยเหรอ?]
[รู้สึกว่ามันดูจะเป็นศาสตร์พยากรณ์ไปหน่อยนะ! ฉันเอาไข่ไก่ไปวางไว้ ไม่เห็นจะขยับเลยสักนิด นี่มันหลักการอะไรกัน!]
[ใครก็ได้อธิบายหน่อย นี่มันเกี่ยวอะไรกับกลัวล่ะ!]
“ถ้าในบ้านไม่มีไข่ไก่ ก็ให้เอาข้าวหนึ่งชาม มาซ้อนชามอีกใบไว้ แล้วใช้ผ้าสีแดงมาห่อชาม จากนั้นก็คว่ำชามลงแล้วเอามาที่ส่วนใดก็ได้บนร่างกายของตัวเอง หมุนตามเข็มนาฬิกาสามครั้งแล้วค่อยหมุนทวนเข็มนาฬิกาสามครั้ง ในขณะที่หมุนให้เรียกชื่อคนที่กลัวไปด้วย”
“จากนั้นให้พลิกชามขึ้นมา ถ้าพบว่าข้าวในชามลดลงไปก็แสดงว่ากลัว ก็ไปเติมข้าวให้เต็มชามแล้วทำขั้นตอนเดิมซ้ำไปจนกระทั่งข้าวในชามไม่ลดลงอีก”
หลังจากที่ฉู่ลั่วพูดจบ ก็เชื่อมต่อกับผู้โชคดีคนที่สอง ‘รำคาญใจ’
เชื่อมต่อสำเร็จ
รำคาญใจเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุสี่สิบกว่า เธออยู่ข้างนอก ใบหน้าดูกำลังข่มความโกรธอยู่
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับกล้องก็ฝืนยิ้มออกมา “สวัสดีค่ะคุณเจ้าของช่อง ฉันเป็นแฟนคลับของคุณ ดูไลฟ์ของคุณตลอดเลย ฉันร่วมลุ้นทุกครั้งเลยนะคะ แต่ก็ไม่มีโชคเลยสักครั้ง คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้ฉันจะถูกเลือกแล้ว”
ฉู่ลั่วเอ่ย “แสดงว่าคุณกับฉันมีวาสนาต่อกันค่ะ คุณอยากจะฟังเรื่องในอดีต เรื่องในปัจจุบัน หรือว่าเรื่องในอนาคตคะ?”
กระบวนการนี้ถ้าไม่มีเรื่องอะไรพิเศษ เธอก็จะข้ามมันไป
แต่น่าเสียดาย ตั้งแต่ที่ทุกคนรู้ว่าเธอทำนายแม่น ก็มีน้อยคนที่จะให้เธอข้าม
เจ้าของแอ็กเคานต์รำคาญใจส่ายหน้า “ฉันไม่อยากฟังเรื่องอดีตอนาคตค่ะ ฉันแค่อยากจะรู้ว่าใครกันที่มันไร้จิตสำนึกขนาดนี้ มายุ่งวุ่นวายกับรถของฉัน!”
เธอหันกล้องไป ที่รถคันสีดำคันหนึ่ง มีรอยขีดข่วนสองรอยชัดเจนมากอยู่ข้างรถ
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ” รำคาญใจมองไปที่รอยขีดข่วนบนรถอย่างขุ่นเคือง “ฉันอาศัยอยู่ในชุมชนเก่า ๆ บริเวณรอบ ๆ ก็เลยไม่มีกล้องวงจรปิดเลย”
“หลังจากแจ้งตำรวจไป ตำรวจก็ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดแถว ๆ นี้ แล้วก็บอกว่าไม่พบผู้ต้องสงสัยค่ะ”
เธอถอนหายใจแล้วกัดฟัน “คุณเจ้าของช่อง ฉันไม่มีเรื่องอื่นที่อยากถามแล้วค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่มาขีดรถของฉัน”
[รถหรูนี่!]
[ดูจากรุ่นรถแล้ว ราคาน่าจะประมาณห้าแสนกว่าหยวนนะ! ทำสีครั้งหนึ่งไม่ใช่ถูก ๆ]
[ขับรถดีขนาดนี้ ทำไมไม่ไปอยู่ในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมดี ๆ หน่อยล่ะ!]
[ชุมชนเก่าก็ไม่ดีตรงนี้แหละ ความสงบปลอดภัยไม่ดี]
[จะต้องเป็นชุมชนเก่าตรงย่านกลางเมืองแน่นอนเลย!]
รำคาญใจเห็นความคิดเห็นเหล่านี้ เดิมทีเธอก็ไม่อยากจะสนใจ แต่ก็ยังเอ่ยปากพูดไป “ใช่ค่ะ เป็นชุมชนเก่าย่านกลางเมือง บ้านใหม่ใจกลางเมืองมันแพงเกินไป ฉันก็เลยซื้อบ้านมือสอง”
หลังจากเธอพูดเสร็จก็มองหน้าจออย่างร้อนใจ “คุณเจ้าของช่อง สามารถหาได้ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วนับนิ้วดูแล้วตอบ “ได้ค่ะ”
“งั้นขอรบกวนคุณเจ้าของช่องช่วยฉันหน่อยนะคะ ฉันอยากจะเห็นว่าไอ้ชั่วคนไหนมาขีดรถฉัน”
“เจอแล้วค่ะ”
“เหอะ ๆ!” รำคาญใจยิ้มเยาะอย่างดุร้าย
เธอเดินไปตามทางที่ฉู่ลั่วบอก
“คุณเจ้าของช่อง คนคนนั้นอาศัยอยู่ในชุมชนนี้เหรอคะ?”
“ค่ะ”
“ไม่จริงน่ะ” รำคาญใจสงสัยเล็กน้อย จากนั้นก็ตีมือพลางเอ่ย “แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกัน เพราะอยู่ในชุมชนก็เลยมาขีดรถของฉันได้โดยที่ไม่มีใครเห็น”
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้
รำคาญใจตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งขึ้นไปบนตึก เธอก็ขมวดคิ้วมุ่น
“ครอบครัวฉันก็อยู่ที่นี่นะคะ”
“ชั้นสามเหมือนกันด้วยเหรอ? ชั้นสามมีอยู่แค่สองครัวเรือนเองนะ!”
กระทั่งเธอเดินไปถึงหน้าประตูบ้านตัวเอง รำคาญใจก็หรี่ตาแล้วยกมือถือขึ้นมาด้วยใบหน้ามึนงง “คุณเจ้าของช่อง นี่คือบ้านที่ขีดรถของฉันเหรอคะ?”
“ค่ะ”
“แต่ว่า นี่มันบ้านฉันนี่คะ?”
เจ้าของแอ็กเคานต์รำคาญใจสแกนลายนิ้วมือปลดล็อกแล้วเปิดประตูเข้าไป
“พี่ กลับมาแล้วเหรอ! หาคนที่ขีดรถเจอไหม?” ผู้ชายผอมสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาหา
รำคาญใจส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้า
“พี่ สรุปว่าเจอแล้วหรือว่ายังไม่เจอ?”
รำคาญใจยกมือถือขึ้นมา “คุณเจ้าของช่อง คุณก็เห็นแล้วว่าในบ้านฉันมีแค่ฉันกับน้องชาย มีคนที่ขีดรถฉันที่ไหนกันคะ!”
“หรือคุณเจ้าของช่องจะบอกว่าในบ้านฉันมีคนอื่นซ่อนอยู่ใช่ไหมคะ?” เธอเปลี่ยนสีหน้าทันที แล้วรีบคว้าไม้เบสบอลที่วางอยู่ที่หน้าประตู
ว่าแล้วก็มองไปทางน้องชายของตัวเอง “ฉวนจวิน นายอึ้งทำไมล่ะ? บ้านเรามีโจรเข้ามาแล้ว”
“ห้ะ… โจรเข้าบ้าน?” ฉวนจวินไม่เข้าใจ “พี่ พี่คุยกับใครอยู่น่ะ?”
“เจ้าของช่องคนที่ดัง ๆ นั่นไง เมฆใสเฝ้ามองตะวัน เธอดูให้บอกว่าคนที่ขีดรถฉันอยู่ในบ้าน”
ระหว่างที่พูดอยู่ รำคาญใจก็ถือไม้เบสบอลไปตรวจดูทีละห้อง
กระทั่งตรวจดูทั้งบ้านแล้วก็ไม่เจออะไรเลย