เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 505 วันนี้วันเกิดเธอนะ
บทที่ 505 วันนี้วันเกิดเธอนะ
ขณะที่ฉู่ลั่วจะพูดบางอย่าง ผู้หญิงมีอายุแต่ดูดีสวมเสื้อผ้าแฟชั่นทันสมัยคนหนึ่งเดินเข้ามาและกอดเจียวเจียว “เจียวเจียว พี่นางฟ้าเจ้าของช่องตอบหนูแล้วหรือยัง?”
เจียวเจียวเอ่ย “คุณยายคะ หนูกำลังถามอยู่ค่ะ”
ยายมองดูหน้าจอและโบกมือให้กับหน้าจอ “เจ้าของช่อง สวัสดีค่ะ ฉันเป็นยายของเจียวเจียว”
“ครอบครัวของพวกเรามีลูกสาวของฉันเพียงคนเดียว ถูกฉันและพ่อของเธอเลี้ยงมาอย่างตามใจตั้งแต่ยังเด็ก ลูกเขยของฉันนั้น… พวกเขารู้จักกันสมัยมหาวิทยาลัย ภูมิหลังครอบครัวนั้นปานกลาง เดิมทีพวกฉันไม่เห็นด้วย แต่ลูกสาวชอบ จะเป็นจะตายอย่างไรก็ต้องแต่งงาน พวกฉันเองก็ทำได้เพียงแค่เห็นด้วย”
“หลังจากแต่งงานแล้ว เขาดีกับเจียวเจียวมาก”
“ไม่รู้ว่าภายในใจเสี่ยวเอ๋อร์นั้นคิดอะไรอยู่ หลายปีก่อนนั้นเป็นปกติดี แต่หลายปีมานี้เย็นชาต่อเจียวเจียวมากเลยค่ะ”
เฮ้อ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็ถอนหายใจ
หลานสาวน่ารักและรู้ประสาขนาดนี้ ลูกสาวเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ผู้ใหญ่คนไหนบ้างที่เห็นเจียวเจียวแล้วจะไม่เอ่ยชมเลยแม้แต่คำเดียว!
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
ขณะพวกเขากำลังพูดคุยกัน สามีภรรยาคู่หนึ่งเดินเข้ามา
[สวรรค์! ไม่น่าแปลกใจที่ลูกจะหน้าตาดีขนาดนี้ พ่อแม่เด็กหน้าตาดีมาก!]
[ทั้งสองคนใส่แบรนด์เนม! เป็นคนมีฐานะ!]
[มีเงิน หน้าตาดีมาก แถมยังฉลาดรู้ประสาขนาดนี้! เด็กคนนี้ชีวิตสมบูรณ์แบบ!]
เจียวเจียวมองดูพ่อแม่และตะโกนอย่างมีความสุข “พ่อคะแม่คะ หนู…”
โดยไม่รอเธอให้พูดจบ แม่ก็ขัดจังหวะด้วยเสียงเย็นชา “แม่กับพ่อยังมีเรื่องต้องคุยกัน เค้กอยู่นี่นะ แม่คะ แม่ให้แม่บ้านเตรียมเทียนวันเกิดเถอะค่ะ! หนูกับเจิ้งเซียนมีเรื่องต้องคุยกัน”
ขณะเอ่ยก็ดึงมือสามีตนเองไปยังห้องหนังสือและปิดประตูอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
ปัง!
ใบหน้าเรียวเล็กน่ารักของเจียวเจียวพลันซีดเผือด
เธอมองดูยายด้วยท่าทีทำอะไรไม่ถูกและดวงตาแดงก่ำ
ยายถอนหายใจแผ่วเบาพลางเกลี้ยกล่อม “แม่กับพ่อมีเรื่องต้องปรึกษากัน พวกเราเตรียมเค้กกันก่อน โอเคไหมจ๊ะ?”
เจียวเจียวตอบรับอือ
เธอมองไปทางโทรศัพท์ที่ยังคงไลฟ์อยู่ด้วยท่าทีอยากจะร้องไห้ “พี่นางฟ้าเจ้าของช่องคะ หนูต้องไปเตรียมเค้กแล้ว”
แม้ว่าพี่นางฟ้าเจ้าของช่องจะเก่งกาจมาก แต่ก็ไม่สามารถทำให้เธอสมความปรารถนาได้
แค่วันนี้วันเดียวก็ไม่ได้เหรอ?
วันนี้วันเกิดเธอนะ!
สาวน้อยยื่นมือออกมาและเตรียมจะปิดการร่วมไลฟ์ด้วยท่าทีน้อยใจ
ทันใดนั้นฉู่ลั่วก็เอ่ยปาก “ไปหาพ่อกับแม่สิ”
“แต่พ่อกับแม่อยู่ที่ห้องหนังสือนะคะ?”
ฉู่ลั่วไม่ได้มองเจียวเจียวอีกต่อไป จากนั้นมองไปทางคุณยายแทน
แม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ยายของเจียวเจียวก็เข้าใจความหมายภายในสายตาของฉู่ลั่ว “เจียวเจียวเด็กดี ไปหาพ่อกับแม่พร้อมยายนะ”
เธอจับมือหลานสาวและเดินไปยังห้องหนังสือด้วยกัน
เจียวเจียวเดินไปสองสามก้าว จากนั้นหันกลับมาถือกระดาษข้อสอบ งานประดิษฐ์และภาพวาดไว้ภายในอ้อมแขนของตนเอง
ทั้งสองคนเดินไปยังประตูห้องหนังสือ
แม้ว่าประตูห้องหนังสือจะปิดอยู่ แต่เสียงทะเลาะอย่างรุนแรงนั้นก็ดังออกมาจากด้านใน
พูดให้ชัดเจนคือ เป็นเสียงการกล่าวโทษด้วยความตื่นตระหนกของแม่เจียวเจียวเพียงคนเดียว
“เจิ้งเซียน ทำไมคุณถึงเย็นชากับฉันขนาดนี้? พวกเราเป็นสามีภรรยากัน! ทำไมคุณถึงแสดงความกระตือรือร้นต่อคนนอกมากกว่าฉัน!”
เจิ้งเซียนเอ่ย “ผมพูดไปแล้ว คุณน่ะคิดมาก”
เสี่ยวเอ๋อร์ถาม “ฉันคิดมากเหรอ? คุณพารักแรกของคุณมาที่บริษัทและเป็นเลขาให้กับคุณ นี่ฉันคิดมากงั้นเหรอ?”
เจิ้งเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนปัญญา “ไม่ใช่ว่าผมพูดกับคุณไปแล้วหรอกเหรอ? เรซูเม่ของเธอถูกส่งมาที่บริษัท ความสามารถของเธอเหมาะสม ก่อนหน้านี้ผมก็พูดกับคุณไปแล้ว คุณเองก็ตอบรับแล้ว”
“ฉันตอบรับ แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากตอบรับแล้ว! เพราะตอนแรกฉันคิดไม่ถึงว่า… งานของพวกคุณจะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา”
“เจิ้งเซียน บนโลกนี้มีคนมากมายเหมาะสมที่จะเป็นเลขาของคุณ ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย? ให้คนอื่นมาทำไม่ได้หรือไง?”
เจิ้งเซียนกุมขมับ “คุณอย่าสร้างปัญหาได้ไหม”
“คุณพูดมา คุณไปหาหมอเป็นเพื่อนหล่อนใช่ไหม? คุณไม่มีเวลาอยู่กับฉัน แต่คุณมีเวลาไปหาหมอเป็นเพื่อนหล่อน ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนหล่อน!”
“เธอรู้สึกไม่สบายขณะกำลังทำงาน ผมจะปล่อยเธอไว้ที่นั่นคนเดียวได้เหรอ? สุดท้ายแล้วที่ผมต้องยุ่งขนาดนี้ก็ไม่ใช่เพราะว่าคุณมอบบริษัทของตระกูลคุณให้ผมดูแลหรอกเหรอ คิดว่าผมไม่อยากอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณ ไม่อยากอยู่บ้านเป็นเพื่อนเจียวเจียวงั้นหรือไง?”
“เสี่ยวเอ๋อร์ ผมรู้ว่าคุณไม่สบายใจ แต่ความสบายใจนั้นไม่ใช่ว่าคนอื่นจะมอบให้กับคุณได้อย่างเดียว คุณจะต้องมอบให้กับตัวเองด้วย คุณจะให้ผมทำทุกอย่างตามความคิดของคุณไม่ได้นะ”
“เจียวเจียวแล้วก็พ่อกับแม่รออยู่ด้านนอก ออกไปกันเถอะ!”