เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 514 สามสาวจำแลงกาย
บทที่ 514 สามสาวจำแลงกาย
ฉู่ลั่วมองแผ่นหลังแสนเปลี่ยวเหงาของงูสวาท
“ถ้าเธอยินยอม ฉันวาดยันต์บนตัวเธอได้ แต่เมื่อไหร่ที่เธอทำร้ายมนุษย์ มันก็จะสะท้อนกลับมาหาเธอ และเมื่อวาดยันต์นี้ลงไปแล้ว เธอจะกลายเป็นปีศาจในความดูแลของฉัน”
ยันต์นี้เหล่านักพรตเอาไว้ควบคุมปีศาจที่ตนเองเลี้ยงไว้ พลังวิญญาณของฉู่ลั่วในตอนนี้สามารถวาดมันได้แล้ว
หากเมื่อไหร่ที่พลังวิญญาณกลับมาอย่างสมบูรณ์ เธอจะสามารถวาดยันต์ที่ซับซ้อนกว่านี้ออกมาได้
ฉู่ลั่วกำมือเบา ๆ ครุ่นคิดเรื่องพลังวิญญาณในร่างกาย
พริบตาเดียวกันนั้น ศีรษะงูของจิ่งเจียเหยียนแผ่แม่เบี้ยขึ้น เลื้อยเข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอ “ฉันยอมอยู่แล้วค่ะ! ฉันยอมค่ะ ฉันยอม”
หากเป็นนักพรตคนอื่น จิ่งเจียเหยียนไม่มีทางยอมแน่นอน
แต่หากเป็นฉู่ลั่ว ปีศาจสาวย่อมต้องยอมอยู่แล้ว
ฉู่ลั่วไม่เหมือนนักพรตคนอื่นเลย พวกนั้นเห็นเธอก็จะฆ่าแกง แต่ฉู่ลั่วแค่ให้อยู่แต่ในบ้าน ให้กินให้ดื่ม ทั้งยังให้เล่นในบ้านได้ตามใจ
แม้แต่ตอนที่เธอถูกนักพรตชั่วร้ายจับตัวไป ฉู่ลั่วก็มาช่วย!
ไม่เชื่อฉู่ลั่ว จะเชื่อใครได้อีก?
จิ่งเจียเหยียนกลายร่างเป็นคน เธอจับมือเป็นวงกลมกับเฉิงยวนและซ่งเมี่ยวเมี่ยว
จิ่งเจียเหยียนวี้ดว้าย “พวกเราออกไปได้แล้ว!”
เฉิงยวนหมุนไปรอบ ๆ “ใช่แล้ว ใช่แล้ว!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวยิ้มแย้ม “หนูก็ด้วย หนูก็ด้วย”
จิ่งเจียเหยียนดูมือถือทันควัน “พวกเราออกไปซื้อเสื้อผ้าได้แล้ว กินได้ดื่มได้ด้วย อยากไปเที่ยวเล่นที่ไหน ก็ไปได้ทุกที่แล้ว”
เฉิงยวน “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยว “หนูก็ด้วย หนูก็ด้วย!”
หัวหว่านกับฉู่ลั่วมองพวกเขาสามคน ก็เผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมา
ฉู่ลั่วก้มหน้ามองฝ่ามือของตนเอง ระลึกว่าพลังวิญญาณยังอ่อนแอเกินไป
ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกได้ถึงสายตาแข็งแกร่งที่จ้องมองมา
ครั้นมองตามไป…
ก็เห็นฮั่วเซียวหมิงที่กำลังเดินลงมจากบันไดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ตอนที่เธอมองเขา ริมฝีปากของฮั่วเซียวหมิงก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ฉู่ลั่วเผลอกำมือโดยไม่รู้ตัว เธอหันหน้าหนี ริมฝีปากเม้มแน่น คิ้วก็ขมวดเล็กน้อย
…
วันต่อมา ฉู่ลั่วก็ลงอักขระบนร่างกายของพวกเขาทั้งสามตน
อักขระสีชาดเปล่งแสงเรืองรองออกมา
เฉิงยวนกับซ่งเมี่ยวเมี่ยวที่เดิมเป็นวิญญาณล่องลอย พลันรู้สึกได้ว่าความล่องลอยไร้ตัวตนนั้นหายไปแล้ว
เฉิงยวนตื่นเต้นขึ้นมา “ว้าว! ข้ามีชีวิตแล้ว”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยววิ่งไปมา “ว้าว! หนูก็มีชีวิตแล้ว!”
จิ่งเจียเหยียนกะพริบตาปริบ ๆ “ว้าว! …ฉันคืนร่างเดิมไม่ได้แล้ว”
ทั้งสามวิ่งไปหน้ากระจก
เฉิงยวนเท้าเอว “ดวงตาไม่ได้นะ ยังไม่เหมือนคนเป็น”
รูม่านตาที่เล็กราวกับเมล็ดข้าว ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่ยังมีชีวิต
หัวหว่านเสนอ “ฉันมีคอนแท็กต์เลนส์”
เท่านั้นแหละ สาว ๆ ต่างก็กรูกันเข้าไปในห้องของเธอ
ฉู่ลั่วเริ่มเก็บอุปกรณ์ที่อยู่บนโต๊ะ
ทันใดนั้นก็มีมือขาวเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านข้าง และช่วยเก็บของ
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นมอง
ฮั่วเซียวหมิงสวมเสื้อเชิ้ตสั่งตัดสีเข้ม การตัดเย็บอย่างประณีต ทำให้ร่างกายยิ่งดูสูงโปร่ง เขาไม่ได้ติดกระดุมสีเงินที่คอ จึงเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้า
เห็นได้ชัดว่าเขามีรูปร่างหน้าตาเกลี้ยงเกลา แต่ภายในดวงตาคู่นั้น กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้
ฉู่ลั่วดึงสายตากลับไป
เธอแอบคิดในใจว่า หากฮั่วเซียวหมิงเป็นปีศาจ คงจะสร้างความลุ่มหลงให้ผู้คนได้ไม่น้อย
ฮั่วเซียวหมิงพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “โครงการต้นไม้เซียนเสร็จแล้วนะครับ คุณจะไปดูพร้อมกับผมที่บริษัท หรือจะให้ผมอธิบายให้คุณฟังโดยตรง?”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “ไปบริษัทดีกว่า”
สำนักงานใหญ่ของฮั่วกรุ๊ปตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่านที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด โลโก้ของฮั่วกรุ๊ปแขวนอยู่บนยอดตึกสูงระฟ้า
ห้องใหญ่ด้านล่างมีผู้คนเข้าออกตลอด แต่ละคนสวมชุดสูท ท่าทางดูดีราวกับคนมีฐานะ
ทันทีที่ฮั่วเซียวหมิงกับฉู่ลั่วปรากฏตัว ก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนเอาไว้
“นั่นผู้อำนวยการฮั่วเหรอ”
“คนนั้นหน้าตาคุ้นมากเลย?”
“ฉู่ลั่วที่มีข่าวลือว่าเป็นแฟนสาวของผู้อำนวยการฮั่วไง เธอไม่รู้เหรอ!”
“แค่แฟนจากข่าวลือ ต้องรู้ด้วยเหรอ?”
“แล้วเธอรู้อะไรไหม? แผนกประชาสัมพันธ์ไม่ได้จัดการข่าวซุบซิบนี้นะ”
“อะไรนะ!”
ฮั่วเซียวหมิงพาฉู่ลั่วไปที่ห้องทำงานของตนเอง เขาบอกกับเลขาว่า “ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการต้นไม้เซียนมารวมตัวกันที่ห้องประชุม”
สักพักหนึ่ง แผนกวางแผน ออกแบบ และอีกหลายแผนก ต่างก็มาถึงห้องประชุมแล้ว
จากนั้นฮั่วเซียวหมิงกับฉู่ลั่วก็ปรากฏตัวขึ้น
เลขาเดินเข้าไปเตรียมจะดึงเก้าอี้ตำแหน่งด้านหน้าสุดทางซ้ายออกมาให้ฉู่ลั่วนั่ง แต่ใครจะรู้ว่ามือหล่อนเพิ่งแตะพนักพิง ฮั่วเซียวหมิงก็ลากเก้าอี้ไปไว้ข้างตัวเขา และพูดกับฉู่ลั่วว่า “อีกเดี๋ยวจะมีการเปิดสไลด์โชว์ นั่งตรงนี้จะได้เห็นชัด ๆ ครับ”
เลขา “…”
หล่อนปล่อยมือออกไปเงียบ ๆ
คนจากหลายแผนกต่างก็มองหน้ากัน ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปที่ฉู่ลั่ว
อ๋อ! ตรงนั้นมองเห็นได้ชัดเจน ส่วนพวกเขาที่นั่งอยู่ด้านข้างแบบนี้ ก็สมควรแล้วที่มองไม่ชัดใช่ไหม?