เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 516 แฟนของผู้อำนวยการเป็นปรมาจารย์?
บทที่ 516 แฟนของผู้อำนวยการเป็นปรมาจารย์?
หลังจากวางสาย หัวหน้าแผนกการเงินก็มองฉู่ลั่ว เขารู้สึกโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ลูกแฝดคู่นี้ เป็นลูกที่เกิดมาจากเขากับภรรยาที่รักกันมาสิบปี
เป็นสมบัติล้ำค่าของเขา
ตอนนี้เมื่อได้ยินคนสาปแช่งลูกของตน แน่นอนว่าเขาย่อมไม่พอใจ
แต่ฉู่ลั่วกลับขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม “คุณยังมีวิธีอื่นที่จะติดต่อภายในบ้านไหมคะ?”
หัวหน้าแผนกการเงินเม้มปาก อยากจะพูด แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ “ในบ้านผมมีกล้องวงจรปิดครับ”
ที่บ้านมีการจ้างแม่บ้าน และเพื่อติดตามสถานการณ์ตามเวลาจริง นอกเหนือจากห้องนอนบริเวณสาธารณะอื่น ๆ รวมไปถึงห้องของลูก ๆ ต่างก็มีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้
เขากดเข้าไปดูกล้องวงจรปิด เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก็ชะโงกหน้าไปดูด้วย
ห้องรับแขกไม่มีปัญหา
ระเบียงไม่มีปัญหา
ห้องนอนลูกไม่มีปัญหา
ไม่มีตรงไหนมีปัญหาเลย
หัวหน้าแผนกการเงินกำลังจะพูด ก็ได้ยินเสียงตระหนกของผู้อำนวยการอีกคนที่นั่งข้าง ๆ “นั่นอะไรน่ะ? กล้องวงจรปิดบ้านคุณเสียหรือเปล่า?”
หัวหน้าแผนกการเงินมองดู “ไม่นะครับ! เพิ่งซื้อใหม่ นี่คือ…”
เขาดูด้วยตัวเอง และวินาทีต่อมาก็ต้องเบิกตากว้าง
เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ เห็นชัดเจนแล้ว “นี่มัน… ควัน”
หัวหน้าแผนกการเงินรีบควบคุมกล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่น ให้หมุนไปรอบ ๆ ก่อนจะหมุนไปที่ห้องครัว
มีควันหนาทึบลอยออกมาจากห้องครัว
ทั้งยังมองเห็นไฟได้จาง ๆ จากในกล้อง
“นี่… นี่คือ…”
“ไฟไหม้!”
หัวหน้าแผนกการเงินร้อนใจเป็นอย่างมาก
เพื่อนร่วมงานหลายคนล้อมเขาด้วยท่าทางใจเย็นมาก “ไฟยังไม่ลามขึ้นมา แต่แม่บ้านของบ้านคุณอยู่ข้างนอก กลับไปไม่ทันแน่”
“ภรรยาของคุณก็กลับไปไม่ทัน คุณเองก็กลับไปไม่ทัน”
และเด็กสามขวบทั้งสองคน… ก็กำลังหลับสนิท
“โทรหาส่วนกลางกับแผนกรักษาความปลอดภัย ให้พวกเขารีบไปที่บ้านของคุณสิ”
หัวหน้าแผนกการเงินร้อนใจมาก แต่เมื่อเพื่อนร่วมงานของเขาวิเคราะห์ออกมาได้ เขาก็ค่อย ๆ สงบลง และเริ่มโทรไปหานิติกับหน่วยรักษาความปลอดภัย
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ทางนิติก็ติดต่อมาขอรหัสประตูบ้านกับเขา ก่อนจะใช้ถังดับเพลิงมาดับไฟ
ที่แท้ก็เป็นเพราะแม่บ้านลืมปิดแก๊สที่ใช้ต้มซุป ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น
ในใจของหัวหน้าแผนกการเงินยังคงตื่นตระหนก เขาพึมพำสองสามประโยค พร้อมกับตะโกนปลุกเด็กทั้งสองคนให้พวกเขาทักทายกล้อง หลังจากมั่นใจว่าเรื่องเพลิงไหม้คลี่คลายแล้ว ก็ให้นิติอยู่กับเด็กทั้งสองหนึ่งคน ส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไป
หลังจากหัวหน้าแผนกการเงินมั่นใจว่าลูกทั้งสองไม่เป็นอะไรแล้ว เขาจึงนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เขาถึงมองฉู่ลั่วด้วยแววตาซาบซึ้ง เขาเดินเข้าไปหลายก้าวและกุมมือเธอพร้อมทั้งออกแรงเขย่าเบา ๆ “คุณหนูฉู่ ขอบคุณครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ!”
หากไม่มีฉู่ลั่ว…
ตอนที่เขาได้รับโทรศัพท์อาจจะเป็นข่าวที่บ้านเขาไฟไหม้ไปทั้งหลังแล้ว
และสถานการณ์เลวร้ายกว่านั้นก็…
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็นึกถึงตอนที่ฉู่ลั่วบอกว่าเสาบุตรธิดาของเขามีปัญหา
ถ้าอย่างนั้นสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้… อาจจะเกิดขึ้นแน่นอน
มือที่เขย่าออกแรงมากขึ้นไปอีก “คุณหนูฉู่ ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงเลยครับ! คุณคือผู้มีพระคุณของครอบครัวผมเลยครับ!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ต้องตอบแทนหรอกค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงยืนขึ้น เขาเอามือของหัวหน้าแผนกการเงินออกไปอย่างแนบเนียน “ลูกคุณน่าจะตกใจมาก วันนี้คุณกลับบ้านไปดูลูกก่อนเถอะ ยังมีภรรยาของคุณอีก เธอน่าจะตกใจเหมือนกัน”
“ขอบคุณครับผู้อำนวยการฮั่ว”
รอจนกระทั่งหัวหน้าแผนกการเงินจากไป ฮั่วเซียวหมิงก็ส่งสัญญาณให้คนในห้องประชุม “ประชุมต่อเถอะ”
การประชุมดำเนินไปอีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ถึงได้รายละเอียดข้อสรุปทั้งหมดออกมา
…
การประชุมจบลง ฉู่ลั่วเก็บเอกสารหลายแผ่น เตรียมจะจากไป
ฮั่วเซียวหมิงมองนาฬิกาข้อมือ “ยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมง จะถึงเวลาอาหารกลางวัน”
ฉู่ลั่ว “…”
เขากล่าว “พวกหัวหว่านออกไปข้างนอกแล้ว บอกว่าจะออกไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อเครื่องสำอาง”
ชายหนุ่มพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และกดเข้าไปในกลุ่มวีแชต
ในกลุ่มเป็นรูปถ่ายของหัวหว่านที่มีผู้ใหญ่สามกับเด็กอีกหนึ่ง มีทั้งอยู่ในร้านเสื้อผ้า รองเท้า และขนมหวาน
ในรูปภาพ เสื้อผ้าของแต่ละคนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
“คุณกลับไปตอนนี้ก็ไม่มีคนทำกับข้าวให้คุณทาน”
ฮั่วเซียวหมิงไม่ได้ตกลงอะไรลับหลังกับพวกเธอไว้ แต่เฉิงยวนส่งข้อความมา เพื่อให้เขาใช้โอกาสนี้อยู่กับฉู่ลั่วตามลำพัง
หล่อนในฐานะแฟนคลับคู่จิ้นร้อนใจแทนเขามาก
“ผมมีประชุมเล็กอีกครั้งหนึ่ง ประชุมเสร็จแล้ว พวกเราไปทานข้าวด้วยกันนะ แถวบริษัทมีร้านที่มีห้องส่วนตัวอยู่ร้านหนึ่ง อาหารอร่อยมาก ผมอยากพาคุณไปลองทานมาตลอด แต่ไม่มีโอกาสสักที”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า
ฮั่วเซียวหมิงให้เลขาพาเธอไปที่ห้องพักรับรอง