เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 535 ทำลายแผนผัง
บทที่ 535 ทำลายแผนผัง
ไฟถนนสว่าง มองเห็นรอบด้านได้อย่างชัดเจน
แต่สองพ่อลูกที่ถือป้ายวิญญาณ ดูเหมือนว่าทันทีที่ก้าวออกจากประตูก็เดินเข้าสู่เส้นทางที่ไม่สามารถหวนกลับมาได้อย่างไรอย่างนั้น ร่างของพวกเขาค่อย ๆ หายไปในความมืด
ทำให้คนจากตระกูลอีกฝั่งที่ตอนแรกคิดจะเข้าไปก่อกวนเกิดหวาดกลัวขึ้นมาจนไม่กล้าก้าวออกไปจากบ้าน
ปู่รองเฉินเห็นเช่นนี้ก็กระแทกไม้เท้าด้วยความโกรธ “ถ้าพวกแกยังชักช้าต่อไป ก็อย่าหวังเลยว่าใครในตระกูลฝั่งรองของเราจะได้มีชีวิตที่ดี!”
เมื่อพูดประโยคนี้ออกมา คนที่เคยหวาดกลัวต่างก็มีความกล้าขึ้นมา พวกเขาพุ่งตัวออกไปข้างนอก!
ฉู่ลั่วไม่ได้ขัดขวาง เพียงปล่อยให้พวกเขาวิ่งเข้าไปในความมืด
ระหว่างนั้นก็หยิบของที่เฉินอันอี้กับพ่อของเขาเตรียมเอาไว้ และเดินไปบริเวณตรงกลางลานบ้าน
ในมือของเธอถือของทรงสี่เหลี่ยมยาว ห่อด้วยผ้าสีแดงเอา
เมื่อเปิดออก ด้านบนมีอักษรจีนตัวเต็มเขียนเอาไว้ว่า ‘ลำดับวงศ์ตระกูลของตระกูลเฉิน’
ฉู่ลั่วใช้มือซ้ายและมือขวาสะบัดเบา ๆ ลำดับวงศ์ตระกูลก็ลอยอยู่กลางอากาศ หน้าหนังสือพลิกอย่างรวดเร็วทั้งที่ไม่มีลม
มีลมพัดมาจากที่ไกล ๆ จากทางหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลเฉิน พัดมาจนถึงหน้าบ้าน
ใบไม้ส่งเสียงดังกรอบ ราวกับว่ามีแรงที่มองไม่เห็นเหยียบย่ำใบไม้ และกำลังตรงเข้ามา
ภาพนี้ คนจากบ้านรองของตระกูลเฉินที่ยังไม่ออกไปต่างรู้สึกหนาวไปทั้งแผ่นหลัง พวกเขารับรู้ได้ถึงลมเย็นเท่านั้น บางคนก็มองเห็นว่ามีเงาเลือนรางพุ่งเข้าหาฉู่ลั่ว
แต่ในสายตายของจี้ไจ่กลับมองเห็นชัดเจน ว่ามีผีกลุ่มหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอราวกับกองทัพม้านับหมื่นนาย!
ฉู่ลั่วใช้ปลายนิ้วคีบยันต์ และสะบัดออกไปด้านหน้า
ยันต์ไม่ได้ถูกลมแรงพัดร่วง แต่มันลอยอยู่กลางอากาศล้อมรอบตัวเธอที่อยู่ตรงกลาง
ในความมืดมิด ยันต์เปล่งแสงสีทองจาง ๆ ออกมา ภาพนี้ทำให้คนจากบ้านรองของตระกูลเฉินต่างก็ตาโตด้วยความตกตะลึง
พวกเขารู้จักฉู่ลั่วมาก่อนแต่ไม่ได้สนใจเลย เพราะมองว่าเธอเป็นแค่เน็ตไอดอลตัวเล็ก ๆ ที่มีอิทธิพลทางด้านการตลาดเท่านั้น
แต่เมื่อเห็นภาพนี้ ในใจก็ตื่นตระหนกขึ้นมาแล้ว
“พ่อครับ!”
“คุณปู่…”
อารองของตระกูลเฉินก็ลุกขึ้นมามองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าจริงจังและสับสน แต่เขายังแกล้งทำเป็นสงบ “ท่านปรมาจารย์บอกแล้ว แผนผังนี้นอกจากเขา ใครก็ทำลายไม่ได้ ฉู่ลั่วคนนี้เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เธอจะมีความสามารถทำลาย…”
เสียงของเขาเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ
เขาเห็นฉู่ลั่วดึงกระบี่ทองสำริดออกมาจากไหนไม่รู้ มันเปล่งประกายเย็นยะเยือก
มือข้างหนึ่งสร้างผนึก สองนิ้วตั้งตรงชี้ขึ้นฟ้า ปากก็ท่องคาถาไม่หยุด
ฉู่ลั่วพูดเร็วมาก แต่ทุกคนยังได้ยินในสิ่งที่เธอพูดทุกตัวอักษร
วาจาชัดถ้อยชัดคำราวกับมีพลังเป็นพันเป็นหมื่นชั่ง กระแทกเข้ามาในหูของทุกคน
ก่อนหน้านี้จี้ไจ่เคยเห็นฉู่ลั่วร่ายคาถามาก่อน คาถาเหล่านั้นไม่ได้แตกต่างอะไรในความทรงจำของเขา แต่เพราะพลังวิญญาณของฉู่ลั่วแข็งแกร่งมาก ทำให้อานุภาพต่างออกไป
เธอในตอนนี้ ผมสีดำสยาย กระโปรงก็พลิ้วไสวไปตามแรงลม
พลังหยินหมุนวนรอบตัว มือคู่งามกระชับกระบี่ทองสำริดในมือเอาไว้ ก่อนจะดึงออกจากฝัก
นิ้วมือสองนิ้วที่เคยตั้งตรงถูกเก็บไปแล้ว ผนึกที่ซับซ้อนสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยมือข้างเดียว
ท่ามกลางความมืดมิด พวกเขาได้ยินเพียงเสียงพูดว่า “ไป!”
กระบี่ทองสำริดออกจากมือของฉู่ลั่ว มันพาแสงสีเงินเย็นยะเยือกพุ่งหายเข้าไปท่ามกลางราตรีอันมืดมิด
หลังจากนั้นฉู่ลั่วก็ใช้สองมือสร้างผนึก มันจึงถูกก่อร่างขึ้นเร็วกว่าเมื่อครู่มากขึ้นไปอีก
“ทำลาย!”
เกิดเสียงบางอย่างพังทลายดังออกมาในความมืดยามค่ำคืน
พลังหยินรอบตัวสลายหายไปทันที หมอกที่ดูเหมือนเงาร่างของคนลอยกระจัดกระจายออกไป
กระบี่ทองสำริดกลับมาอยู่ในมือของฉู่ลั่วด้วยความเร็วราวกับดาวตก เธอกำไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ไม่นานกระบี่ก็กลับมามีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ
ผมสีดำขลับและกระโปรงของฉู่ลั่วทิ้งตัวลงมาเหมือนเดิม ใบไม้เขียวที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก็ค่อย ๆ ตกลงสู่พื้นดินเช่นกัน
เธอห้อยกระบี่ทองสำริดไว้ที่คอ ก่อนจะหันไปมองทางประตูใหญ่ทั้งสองบาน
ความมืดค่อย ๆ หายจางไป ไฟถนนกลับมาสว่างจ้าอีกครั้ง แม้แต่แสงจากในบ้านก็ส่องทะลุออกมาด้วย
ผ่านไปหนึ่งถึงสองนาที พ่อลูกตระกูลเฉินที่ถือป้ายวิญญาณก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมใบหน้าขาวซีดเต็มไปด้วยเหงื่อ
เมื่อครู่ทันทีที่พวกเขาเดินไป รอบข้างยังตกอยู่ในความมืด ทั้งที่ในสวนดอกไม้มีไฟติดไว้ แต่มันดูราวกับส่องสว่างได้เพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น ส่วนแสงสว่างจากด้านนอก ดูเหมือนจะถูกม่านสีดำที่มองไม่เห็นบดบังแสงเอาไว้
ตอนที่พวกเขาเดินไปได้ครึ่งทาง ก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังมาจากด้านหลัง
ราวกับเสียงฝีเท้าเดินบนถนน และเหมือนมีเสียงพูด
บางทีก็เหมือนจะเดินอยู่ไกล ๆ บางทีกลับเหมือนเสียงอยู่ข้างหู
จนกระทั่งพวกเขาเดินแยกออกไปเป็นสองทาง เสียงด้านหลังก็ชัดเจนขึ้น
น้องสาวคนเล็ก คุณปู่ คุณแม่ คุณพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว…
พวกเขายังคงพูดออกมาอย่างดีใจ หรือก็ตะโกนด้วยความโศกเศร้าไม่หยุด
ต่อมา เสียงเหล่านั้นก็เปลี่ยนโทนเสียงไป กลายเป็นเสียงกรีดร้องและจะพุ่งเข้ามาเอาชีวิต!