เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 550 ผีเด็กขอชีวิต
บทที่ 550 ผีเด็กขอชีวิต
เมื่อวันเกิดเหตุ…
ตอนนั้นซ่งอวิ๋นไท่ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าพบเด็กที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นจึงถามไปว่า แถวนี้มีร้านซ่อมรถบ้างหรือเปล่า
เด็กคนนั้นตอบเสียงเจื้อยแจ้ว “คุณอา รถคุณอาไม่ได้เสียนะ! เราอยากกลับบ้าน แต่ว่าทางข้างหน้ามันมีอะไรขวางอยู่ คุณอาช่วยพาพวกเราไปได้ไหม”
เขาสตาร์ตรถ แล้วก็พบว่ารถที่เดิมทีสตาร์ตไม่ติดในตอนนี้ติดแล้ว จึงเรียกเด็กห้าคนขึ้นรถมาด้วยกัน
ขับรถไปได้ประมาณสิบนาที สองข้างทางก็มีเสียงหมาหอนดังมาตลอด
กระทั่งผ่านถนนช่วงนั้นมา เด็กห้าคนก็บอกว่าถึงบ้านแล้ว จากนั้นก็พากันลงจากรถไปพร้อมเสียงโหวกเหวก
…
ซ่งอวิ๋นไท่ทอดถอนใจ “ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ พื้นที่โดยรอบเป็นป่าเขาแบบนั้น บ้านสักหลังก็ไม่มี เด็กพวกนั้นลงจากรถก็มุ่งตรงเข้าไปในป่าแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว”
ภิกษุประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกัน “อามิตตาพุทธ”
บาทหลวงทำเครื่องหมายไม้กางเขนตรงหน้าผากและอก
นักพรตผิงหยางพูดเสียงเรียบ “นี่ไม่ใช่เด็กทั่วไป แต่น่าจะเป็นเด็กที่ตายตั้งแต่ยังเล็กในสุสาน คงอยากจะไปจากสุสานก็เลยมาขอติดรถไปกับคุณด้วย”
“เสียงหมาหอนที่คุณได้ยินน่าจะไม่ใช่เสียงหมาหอนจริง ๆ แต่มาจากหินสุวานดำที่ตั้งอยู่นอกสุสาน”
“หินสุวานดำเป็นหินที่เป็นสีดำสนิททั้งหมด ปกติแล้วจะเอามาใช้ในการสงบจิตใจกดพลังหยินเอาไว้”
“ตำนานว่าไว้ว่าเป็นหินที่ริมทางซานฉวน”
“โดยปกติแล้วด้านนอกเขตสุสานและฌาปนสถานก็จะมีหินสุวานดำแบบนี้วางตั้งเอาไว้ ทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าสุสาน ป้องกันผีหนีไปข้างนอก”
ดูเหมือนว่าซ่งอวิ๋นไท่จะคาดไว้แล้ว สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะพูดต่อ “หลังจากกลับมา สภาพจิตใจของผมก็แย่ลงทุกวัน อีกทั้งช่วงนี้เวลาฝันก็มักจะฝันว่ามีเด็กมาพูดอยู่ข้างหูด้วย”
“หนึ่งสัปดาห์ก่อน ผมเห็นเด็กห้าคนในกระจกด้วยครับ”
“บ้าไปแล้ว!” นักพรตผิงหยางตะโกนเสียงดัง “ผีร้ายอะไรกันถึงได้กล้าขนาดนี้!”
ซ่งอวิ๋นไท่ทอดถอนใจ “ผมเองก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมากนัก จากที่ท่านปรมาจารย์บอก ผมเป็นคนพาเขาออกมาจากสุสานชัด ๆ พวกเขาควรจะขอบคุณผมสิถึงจะถูก ทำไมถึงมาคอยรังควานผมล่ะ?”
“เมื่อคืนผมก็ฝันถึงพวกเขาอีกแล้ว”
เมื่อนึกถึงความฝันเมื่อคืน ในที่สุดใบหน้าของซ่งอวิ๋นไท่ก็แสดงออกถึงความหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว
“ผมฝันว่าพวกเขามาล้อมอยู่ข้างเตียงผม …บอกให้ผมไปกับพวกเขา”
สีหน้าของพวกผู้บำเพ็ญที่อยู่ตรงนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก
ผีเด็กห้าตนนี้สามารถออกมาจากสุสานได้
เข้าฝันได้
ปรากฏตัวในกระจกได้
ตอนนี้ยังจะมาเอาชีวิตเขาอีก
นี่ไม่ใช่พวกวิญญาณทั่วไปแล้ว แต่เป็นผีร้าย!
“ผีเด็ก”
จู่ ๆ ฉู่ลั่วก็เอ่ยปาก “ผีเด็กขอชีวิต เพราะพวกเขาตายเร็วจึงโหยหาสีสันในโลกมนุษย์ ปกติแล้วผีเด็กเหล่านี้จะไม่ได้ตายปกติ แต่เป็นการตายแบบที่ยังไม่สิ้นอายุขัยจึงไม่สามารถไปยังปรภพได้ ทำได้เพียงร่อนเร่อยู่ในโลกมนุษย์”
“พวกเขาจะคิดหาทุกวิถีทางให้ได้พลังหยางจากคนเป็น เพื่อที่จะสามารถอยู่บนโลกนี้ต่อได้”
ซ่งอวิ๋นไท่สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย “ถ้างั้นทำไมถึงเป็นผมล่ะ?”
ฉู่ลั่วตอบ “เรื่องนั้นทำได้แค่รอให้พวกเขามา ถึงจะได้รู้กัน”
“ตอนนี้ล่ะครับ?”
“รอไปก่อนค่ะ”
ทุกคน “…”
ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีแค่วิธีนี้วิธีเดียว
ซ่งอวิ๋นไท่ให้พ่อบ้านจัดเตรียมห้องพักให้กับเหล่าปรมาจารย์
คฤหาสน์ตระกูลซ่งใหญ่โตมีห้องเยอะ แม้ว่าในช่วงนี้พวกญาติ ๆ จะกลับมากันหมดแล้ว ก็ยังคงมีห้องอีกมากให้ปรมาจารย์เหล่านี้อยู่
แต่ทว่านอกจากฉู่ลั่วแล้ว คนอื่น ๆ ต่างรวมตัวกันอยู่ที่โถงรับแขก รอรับการมาของพวกนั้น
เฉิงยวนเดินไปที่ริมหน้าต่าง แล้วก็เปิดหน้าต่างออกไปมองด้านนอก จากนั้นก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะ “ไม่ใช่แค่ผีเด็กมาขอชีวิตเฉย ๆ หรอกกระมัง? พลังหยินในบ้านนี้แรงมากทีเดียว”
ซ่งจือหนานไม่รู้สึกถึงอะไรเลย “พี่ลั่ว ผีเด็กอะไรนั่นเก่งไหม? จะทำร้ายคนอื่น ๆ หรือเปล่า? ถ้าจะทำร้ายคนอื่น ผมจะให้พ่อแม่ผมออกไปก่อน”
ฉู่ลั่วตอบ “ไม่เป็นไรหรอก พวกเขามุ่งเป้าไปที่คนคนเดียวเท่านั้น”
ซ่งจือหนานโล่งใจไปทันที “อย่างนั้นก็ดีครับ”
แต่เฉิงยวนกลับพูดขึ้นมา “ผีร้ายมันไม่มีสตินะ! แม้จะบอกว่ามุ่งเป้าไปที่คนคนเดียว แต่ถ้าใครกล้าขัดขวางพวกมัน พวกมันไม่มีทางออมมือให้แน่!”
ซ่งจือหนานตอบ “อย่างนั้นก็วางใจได้เลย ยังไงซะพวกเราก็ไม่มีทางยื่นมือไปขวางอยู่แล้ว”
ฉู่ลั่วนั่งขัดสมาธิแล้วหลับตาบำเพ็ญ “บอกพวกเขาด้วยว่าผีเด็กจะมาตอนตีห้า”