เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 552 ทำใจไม่ได้ที่จะใช้เงินเพื่อฉันเหรอ
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 552 ทำใจไม่ได้ที่จะใช้เงินเพื่อฉันเหรอ
บทที่ 552 ทำใจไม่ได้ที่จะใช้เงินเพื่อฉันเหรอ
ในสมองของซ่งเฉินอี้แน่ใจแล้ว หูเขาเองก็ได้ยินหมดแล้วทุกอย่าง แต่มือเท้าของเขากลับขยับไม่ได้
เสียงฝีเท้านั้นดูร่าเริงมาก เป็นเสียงเหมือนกระโดดโลดเต้น
ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว!
ใกล้เข้ามาแล้ว!
จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง
เขาหลับตาปี๋ อยากจะให้ตัวเองหลับไปเลยตอนนี้
“ฮี่! คุณไม่ได้หลับนี่! ฉันเห็นแล้วนะ!”
ทันใดนั้น ซ่งเฉินอี้ก็ลืมตาขึ้นมา
ใบหน้าสีขาวโพลนปรากฏต่อสายตาเขา ตาของเด็กคนนั้นเป็นสีดำสนิท ไม่มีตาขาว ปากอ้าจนมองเห็นฟันสีม่วงของเขา ขณะที่เอียงคอมาจนแทบจะแนบชิดกับใบหน้าของซ่งเฉินอี้อยู่แล้ว
ซ่งเฉินอี้ “…”
เสียงกรีดร้องติดอยู่ในลำคอไปแล้ว
“คิก ๆๆ!”
บนเตียงอีกเตียงหนึ่ง มีเด็กอีกหลายคนกำลังล้อมซ่งอวิ๋นไท่อยู่เช่นกัน พร้อมทั้งหัวเราะกันอย่างร่าเริง
ซ่งอวิ๋นไท่ตกใจกลัวจนตัวเกร็งไปทั้งตัว ดวงตาของเขาเบิกโต
ทั้งสองคนอยากจะส่งเสียงร้องออกมา แต่กลับรู้สึกลำบากราวกับว่ามีอะไรติดอยู่ที่ลำคอ
และในขณะที่ทั้งสองคนคิดว่าตัวเองจะต้องตายนั้น ก็มีเสียงเปิดประตูดังชัดเจนเข้ามาทำลายสถานการณ์แปลกประหลาดนี้
ผีเด็กทั้งห้าคนมองไปทางประตูอย่างดุร้าย เห็นผู้หญิงสองคน คนหนึ่งเป็นสีขาวคนหนึ่งเป็นสีแดงยืนอยู่หน้าประตู
“เอ๊ะ! พลังหยินนี้ ไม่ธรรมดาเลยนะ!”
ในขณะที่พูดอยู่ก็มียันต์ลอยเข้ามากลางอากาศ พร้อมด้วยกลิ่นอายที่ทำเอาหนาวสะท้าน
ผีเด็กทั้งห้าหายตัวไปทันที
“อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วคฤหาสน์
อีกด้าน เฉิงยวนกำลังขมวดคิ้ว “หนีเร็วน่าดูเลยนะ พวกแก!”
สิบนาทีผ่านไป
ซ่งเฉินอี้ก็คลุมโปงตัวสั่นอยู่ “เอ่อ… มาแล้ว พวกคุณไม่รู้ใช่ไหม? ถ้าไม่ใช่เพราะปรมาจารย์ฉู่มา ผมกับพ่อตายไปก็คงไม่มีใครรู้”
ซ่งจือหนานหาว พิงกำแพงอยู่ “พี่ลั่วก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าพวกนั้นจะมาตอนตีห้า?”
ก็บอกไปล่วงหน้าแล้ว ใครจะรู้ว่าตอนที่คนพวกนี้ควรจะเฝ้าเอาไว้กลับไม่เฝ้า แต่พากันไปเฝ้าในเวลาที่ไม่ควรเฝ้า
สีหน้าของปรมาจารย์เหล่านั้นดูแย่มาก ๆ
ซ่งอวิ๋นไท่กินยาแล้ว มันยากที่สภาพจิตใจจะสงบลงได้ “ปรมาจารย์ฉู่ คุณสามารถจับพวกเขาได้ไหมครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ได้ค่ะ”
“อย่างนั้นก็รบกวนปรมาจารย์ฉู่ด้วยครับ ขอเพียงปรมาจารย์ฉู่จับตัวพวกเขาไว้ได้ ต้องการเงินเท่าไหร่ก็บอกมาได้เลย” เขามองซ่งอวิ๋นชิง “ฉันเองไม่สามารถไปแตะต้องหลุมศพของป้าตามอำเภอใจ”
หลอกล่อ!
บีบบังคับ!
สีหน้าของซ่งอวิ๋นชิงเปลี่ยนไปทันที
ซ่งจือหนานเองก็หน้าเสียเช่นกัน เขาเดินไปข้าง ๆ ฉู่ลั่ว และกระซิบที่ข้างหูเธอสองสามประโยค
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่พอเห็นสีหน้าอ้อนวอนของเขาก็เลยพยักหน้า
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว สีหน้าของซ่งจือหนานก็เปลี่ยนจากเมื่อกี้ไป “อารอง ผมเป็นตัวแทนของปรมาจารย์ฉู่ มีเรื่องอะไรก็ปรึกษาผมได้เลยครับ!”
ยังไม่ทันที่ซ่งอวิ๋นไท่จะเอ่ยถาม เขาก็พูดต่อ “เมื่อครู่อารองบอกว่าไม่ว่าเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ได้หมดใช่ไหมครับ?”
เขาหยิบมือถือมากดคิดเลข
“นี่คือค่าช่วยชีวิตครับ ชีวิตของผู้กุมอำนาจในตระกูลซ่งย่อมมีมูลค่ามากอยู่แล้ว”
“ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอารอง จะต้องส่งผลกระทบต่อทางบริษัทแน่นอน ถ้าช่วยอารองไว้ก็เท่ากับว่าช่วยบริษัทด้วย”
“ถ้าอารองตายไป การจัดงานศพและจัดซื้อที่สุสานก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก”
“พี่ ๆ น้อง ๆ จะต้องเสียอกเสียใจมาก ไม่เป็นอันทำงานทำการกัน จะต้องคำนึงถึงเงินก้อนนี้ด้วยเช่นกัน!”
ทุกคนในตระกูลซ่ง “…”
ซ่งเฉินอี้กัดฟัน “ซ่งจือหนาน แกอย่าทำให้มันเกินไปนักนะ!”
ซ่งจือหนานมองไปด้วยสายตาจริงใจ “คิดว่ามีตรงไหนที่ผมพูดผิดเหรอ? เงินก้อนไหนที่รู้สึกว่าผมคำนวณผิดไปก็พูดออกมาได้เลย”
ซ่งเฉินอี้ตอบ “…ไม่มี”
เขาจะพูดอะไรได้?
เขาพูดได้เหรอว่าตัวเองจะไม่มีทางเสียใจเพราะพ่อตาย?
เขาพูดได้เหรอว่าจะไม่มีทางใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ไปจัดงานศพที่ดูดีให้พ่อของเขา?
ซ่งอวิ๋นไท่ที่หลับตาฟังอยู่นิ่ง ๆ มาตลอดลืมตาขึ้น
เขากวาดสายตามองซ่งเฉินอี้ “ทำไม… ทำใจไม่ได้ที่จะใช้เงินเพื่อฉันเหรอ?”
ซ่งเฉินอี้รีบปฏิเสธ “พ่อครับ ทำไมพ่อคิดอย่างนี้ล่ะ? ผมแค่รู้สึกว่าเงินบางส่วนมันไม่ต้องใช้ก็ได้”
“คิดว่าเงินพวกนั้นไม่ต้องใช้ก็ได้เหรอ? ผมตัดออกได้นะ”
ซ่งเฉินอี้ “…”
ซ่งอวิ๋นไท่ยิ้ม แล้วพูดกับหลานชาย “คำนวณต่อไป”
ซ่งจือหนานพูดมาอีกสองสามรายการแล้วจึงถอนหายใจ “เสร็จแล้วครับ คำนวณเรียบร้อยดี”
“รวมทั้งหมดเป็นเงินสองร้อยสี่สิบห้าล้านหกแสนเจ็ดหมื่นครับ”
ซ่งเฉินอี้เด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา “นี่มันปล้นกันเหรอ!?”
พูดจบก็มองไปทางซ่งอวิ๋นไท่อย่างเป็นห่วง
ซ่งอวิ๋นไท่เองก็เบิกตาโพล่ง “เท่าไหร่นะ”
“สองร้อยสี่สิบห้าล้านหกแสนเจ็ดหมื่นครับ” ซ่งจือหนานยิ้มอย่างสุภาพ “ถ้าอารองคิดว่าผมคำนวณไม่ถูก ผมคำนวณใหม่ได้นะครับ แจ้งเป็นตัวเลขได้เลย”
“ว่ามา…”
เงินจำนวนนี้สำหรับตระกูลซ่งแล้ว ที่จริงก็ไม่ใช้จำนวนที่มากอะไร
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่จำนวนน้อย!
เงินของตระกูลซ่งใช่ว่าจะได้มาจากลมเพลมพัด