เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 553 ปัดเศษ
บทที่ 553 ปัดเศษ
ซ่งจือหนานรายงานจำนวนเงินทั้งหมดโดยที่มุมปากยังคงมีรอยยิ้ม “อารอง เห็นแก่ที่เราเป็นญาติกัน ปัดเศษไปแล้วกันครับ”
“สองร้อยสี่สิบห้าล้านหกแสน”
มุมปากของซ่งอวิ๋นไท่กระตุกเล็กน้อย
ตัดออกไปแล้วเจ็ดหมื่น!
เป็น ‘ญาติ’ กันนี่ช่างล้ำค่าจริง ๆ
“เหอะ! ความสามารถมีไม่มาก แต่ความกระหายมีไม่น้อย” นักพรตผิงหยางหัวเราะเยาะ “คุณซ่งครับ ผีเด็กห้าตนนั่นผมจัดการได้ครับ”
ร่างทรงหญิงก็ลุกขึ้นด้วย “ฉันก็จัดการได้ค่ะ”
ภิกษุเฒ่าก็ยกมือไหว้ “อามิตตาพุทธ อาตมาก็ลองดูได้”
คนที่เหลือต่างพากันแสดงความคิดเห็นออกมา
ซ่งเฉินอี้ก็ร้อนใจเช่นกัน แต่เขาไม่สามารถพูดอะไรได้
สายตาของซ่งอวิ๋นไท่ไล่มองบรรดาปรมาจารย์หนึ่งรอบ จนสุดท้ายมองไปหาฉู่ลั่ว มีเพียงเธอเท่านั้นที่สีหน้าเรียบเฉย ไม่ว่าจะเป็นตอนบอกจำนวนเงินออกมา หรือว่าตอนที่ปรมาจารย์คนอื่น ๆ ออกหน้า ท่าทีของเธอก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เงินจำนวนนี้ ใช่ว่าเขาจะจ่ายให้ไม่ได้
แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถูกหลอก
“อย่างนั้นก็ต้องรบกวนปรมาจารย์แต่ละท่านด้วย” ซ่งอวิ๋นไท่พูดกับเหล่าปรมาจารย์ “ปรมาจารย์ทุกท่าน ไม่ว่าจะทำงานนี้สำเร็จหรือไม่ ผมก็จะมอบเงินสิบล้านให้เป็นคำขอบคุณจากผม ส่วนปรมาจารย์ที่ช่วยจัดการผีให้ผมได้ ก็จะได้รับห้าสิบล้าน!”
เขาพูดจบก็มองไปทางฉู่ลั่วพร้อมรอยยิ้มแต่แววตาไม่ยิ้มด้วย “ปรมาจารย์ฉู่ ผมคงไม่สามารถจ่ายให้ได้ตามนั้นครับ”
ซ่งจือหนานเองก็ไม่ได้โกรธอะไร เขาเก็บมือถือไป “อย่างนั้นเราก็ไม่รบกวนอารองแล้วครับ!”
“เฉินอี้ ส่งลุงของแกสิ”
ซ่งเฉินอี้เลิกผ้าห่มบนตัวของตัวเองออก แล้วส่งพวกเขาถึงหน้าประตูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
กระทั่งมองส่งพวกของฉู่ลั่วไปแล้ว เขาก็หัวเราะออกมา
“ยิ่งใช้ชีวิตก็ยิ่งล้าหลังจริง ๆ ขาดเงินถึงขั้นนี้เลยเหรอ? ถึงขั้นหาพวกหลอกลวงมาหลอกเอาเงิน!”
เขาลืมไปหมดแล้วว่าก่อนหน้านี้ฉู่ลั่วช่วยบอกเวลาและอธิบายให้ฟังอย่างไรบ้าง
ซ่งเฉินอี้หันหลังเข้าไปในคฤหาสน์
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ เขาก็ตัวสั่น เงยหน้ามองแสงอาทิตย์สดใสแล้วก็ลูบแขนที่หนาวเหน็บของตัวเอง
“ฮี่ ๆๆ”
“คนนั้นไปแล้ว”
“ใช่! ไปแล้ว ๆ!”
“งั้นพวกเราก็พาเขากลับไปได้แล้ว”
“พากลับไป ๆ!”
เสียงพูดที่ทั้งร่าเริงทั้งแปลกประหลาดดังขึ้นมาในอากาศ
บนรถ…
ฉิงจื่อฉิงตีแขนซ่งจื่อหนานด้วยความโกรธ “ลูกทำแบบนี้มันทำลายชื่อเสียงของลั่วลั่วนะ!”
ซ่งจือหนานอดทนต่อความเจ็บนั้นไว้ “แม่ครับ แม่ไม่เห็นหน้าของพวกครอบครัวอารองเหรอ? เห็น ๆ กันอยู่ว่าขอร้องให้พี่ลั่วช่วยพวกเขา ยังจะแสดงท่าทีเหมือนทำบุญทำทานให้อีก”
“เงินล้านนั่น พี่ลั่วเห็นมันอยู่ในสายตาเหรอครับ?”
“ถึงอย่างนั้นลูกก็ทำอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเรื่องนี้มันแพร่ออกไป ชื่อเสียงของลั่วลั่วจะเป็นยังไง?”
ใบหน้าของฉิงจื่อฉิงเต็มไปด้วยความกังวล “ลั่วลั่ว เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับหนูมากไหม? ถ้ามาก เราจะออกหน้าชี้แจงให้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับหนู แต่เป็นเพราะจือหนานของเราไม่รู้ความแล้วพูดจาเหลวไหลไปเอง”
อย่าว่าแต่พวกผู้บำเพ็ญเลย แม้ว่าจะเป็นคนธรรมดา การตั้งราคาที่สูงเกินไปก็ถูกคนวิพากษ์วิจารณ์เอาได้
สีหน้าของฉู่ลั่วดูไม่แยแส “ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่สนใจเรื่องชื่อเสียงอยู่แล้ว”
แต่ฉิงจื่อฉิงก็ยังคงกังวลอยู่ดี
เฉิงยวนเข้าไปกอดแขนฉิงจื่อฉิง “ป้าฉิง ลั่วลั่วบอกแล้วว่ามันไม่สำคัญ ก็แสดงว่ามันไม่สำคัญจริง ๆ ข้าเองก็ชังน้ำหน้าพ่อลูกคู่นั้นเช่นกัน”
ป้าฉิงถอนหายใจ “ก็เพราะสีหน้าของพวกเขานั่นแหละ ฉันถึงได้เป็นห่วงลั่วลั่ว”
ไม่ผิดจากที่คาดไว้เลย
ยังไม่ทันถึงวัน บนอินเทอร์เน็ตก็มีบัญชีที่ไม่เปิดเผยตัวตนบนเวยปั๋วขึ้นมา!
เนื้อหาในนั้นบอกว่าผู้บำเพ็ญนิกายหนึ่งที่มีชื่อเสียงบนอินเทอร์เน็ต ทักษะไม่มีดียังพอว่า แต่นี่ใช้ความโด่งดังของตัวเองบนอินเทอร์เน็ตมาตั้งราคาสูงเสียดฟ้า
ในขณะเดียวกันก็ยังมีการเผยแพร่ภาพหลายภาพด้วย
ในภาพนั้นไม่ได้เห็นหน้าคนอื่น ๆ ชัดเจนนัก มีเพียงแค่ฉู่ลั่วที่เห็นหน้าเต็ม ๆ!
ทันทีที่โพสต์สิ่งนี้ลงไปในเวยปั๋ว ก็สร้างความฮือฮาบนอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก
[สองร้อยกว่าล้าน คนที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ยังไม่กล้าตั้งราคานี้เลย!]
[กระจายข่าวออกไปเยอะ ๆ ก็ดี แม้แต่บ้านคนรวยยังกล้าโกง! สองร้อยล้านเชียว…ถุย ๆๆ]
[ฉู่ลั่วคนนี้ ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องมีปัญหา เดิมทีคิดว่าเธอเตรียมไลฟ์เพื่อจะรับของ ไม่คิดเลยว่าจะเริ่มโกงบ้านคนรวยแล้ว]
[เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ!]
[มีข่าวจากวงในว่าฉู่ลั่วเรียกราคาสูงเกินจริงจนถูกครอบครัวนั้นไล่ออกมา น่าอายมาก!]
[ฉันก็ได้ยินมาว่าดูเหมือนจะคิดว่าตัวเองเก่งเสียมากมาย คนอื่น ๆ ไม่ชอบเธอเลย]
ในช่วงเวลานั้น บนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยคำก่นด่าและดูถูกฉู่ลั่ว