เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 554 ถามก็คือโปรดปราน
บทที่ 554 ถามก็คือโปรดปราน
ณ โรงแรม
ฉิงจื่อฉิงตีลูกชายเพียะใหญ่ “แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าครอบครัวอารองจะต้องสร้างเรื่องแน่นอน!”
ซ่งจือหนานหลบฝ่ามือแม่ “แม่ครับ ผมเองก็ไม่ทันคิดนี่! ผมรู้ว่าครอบครัวอารองหน้าไม่อาย แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะหน้าไม่อายกันขนาดนี้”
“ไม่ได้การแล้ว ต้องชี้แจงตอนนี้เลย” ฉิงจื่อฉิงหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธ “นี่มันเรื่องของตระกูลซ่งของเรา ลากลั่วลั่วเข้ามาเกี่ยวข้องก็แย่แล้ว ยังจะทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหายอีก!”
ซ่งอวิ๋นชิงพยักหน้าเช่นกัน “แม่ของลูกพูดถูก”
ซ่งจือหนานบ่นอุบอิบ “ผมเองก็ทำไปเพราะไม่อยากให้พี่ลั่วโดนวางอำนาจไม่ดีใส่แท้ ๆ”
บัญชีเวยปั๋วของฉู่ลั่วถูกชาวเน็ตโจมตีแล้ว ในนั้นมีแต่คำด่าเต็มไปหมด
เขาหยิบมือถือออกมาเตรียมจะลงข่าวชี้แจง “ให้ตายสิ ฉู่หร่านนี่สมองมีปัญหาอะไร บ้าหรือไง?”
“เกิดอะไรขึ้น?”
ซ่งจือหนานส่งมือถือไปให้แม่
ทันทีที่ฉิงจื่อฉิงเห็นเนื้อหาบนนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“ฉู่หร่านนี่คิดจะทำอะไรกันแน่?”
บนหน้าจอมือถือนั้นเป็นบัญชีเวยปั๋วของฉู่หร่าน
[จากเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตในช่วงนี้ ฉันได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว จึงอยากขอโทษครอบครัวของคู่กรณีและชาวเน็ตแทนน้องสาวของฉันค่ะ @เมฆใสเฝ้ามองตะวัน น้องสาว ถ้าเธอขัดสนเงินทองก็บอกพี่นะ]
จำนวนความคิดเห็นและการส่งต่อกันบนเวยปั๋วเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
#ฉู่หร่านยอมรับผิดแทนน้องสาว
ได้กลายเป็นการค้นหายอมนิยมอันดับสองไปแล้ว
ส่วนอันดับหนึ่งก็คือ #เจ้านิกายฉู่ลั่วผู้โด่งดังบ้ง
“ไปหาลั่วลั่ว ดูว่าทางลั่วลั่วเตรียมจะทำยังไงบ้าง?” ถ้าเป็นเรื่องของตระกูลซ่ง เขาออกโรงชี้แจงให้ก็จบแล้ว
แต่ตอนนี้ฉู่หร่านมาทำอะไรแปลก ๆ แบบนี้ เขาไปชี้แจงอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าคงไม่ดี
คนตระกูลซ่งขับรถไปที่บ้านของฉู่ลั่วอย่างรวดเร็ว
…
หลังจากที่หัวหว่านเปิดประตู ซ่งจือหนานก็เอ่ยถามอย่างเป็นกังวลทันที “ข่าวบนอินเทอร์เน็ตนั่น พี่ลั่วรู้เรื่องหรือยัง? พี่ลั่วเตรียมจะทำยังไงบ้าง? ต้องการทีมงานประชาสัมพันธ์มืออาชีพไหม? ถ้าต้องการ ทางบริษัทเราจัดทีมงานให้ได้นะ”
หัวหว่านมีท่าทีพูดยาก
“รุนแรงมากเลยเหรอ?” ฉิงจื่อฉิงเป็นห่วงมาก “กระทบกับลั่วลั่วมากเลยใช่ไหม?”
หัวหว่านส่ายหน้า “ก็… ไม่เชิงค่ะ”
ป้าฉิงงุนงง “งั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หัวหว่านไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากบอกยังไงดี “พวกคุณไปดูก็จะรู้เองค่ะ”
ครอบครัวซ่งสามคนรีบก้าวไปที่หน้าประตูใหญ่อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันได้เข้าไปก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างในแล้ว
ที่อยู่ของฉู่ลั่วสงบเงียบมาโดยตลอด… น้อยมากที่จะมีเสียงดังแบบนี้
ทันทีที่เดินเข้าไป
ซ่งจือหนานก็อ้าปากค้างมองคนที่อยู่ข้างในนั้น
โต๊ะกินข้าวได้กลายเป็นโต๊ะประชุมไปแล้ว!
มีคนหลายสิบคนแบ่งกันนั่งทั้งสองฝั่งและตรงหน้าก็มีคอมพิวเตอร์วางอยู่!?
และมีจอฉายภาพขนาดใหญ่แขวนอยู่ตรงหน้า บนจอนั้นเป็นความคิดเห็นที่หน้าบัญชีเวยปั๋วของฉู่หร่าน
“จากที่พวกเราได้ทำการวิเคราะห์ ในคนกลุ่มนี้จะมีพวกหน้าม้าโซเชียลอยู่สามคนที่คอมชักจูงความคิดเห็น”
“วิธีที่ประชาสัมพันธ์ได้ดีที่สุดในตอนนี้คืออย่าตอบโต้ตรง ๆ ถ้าหากตอบโต้ไปตรง ๆ จะตกอยู่ในการยอมรับและเป็นการยื่นอำนาจให้คนอื่นเอง”
“หลังจากการตอบโต้ ขั้นตอนที่สองคือต้องสร้างภาพลักษณ์รู้สึกผิด เห็น ๆ กันอยู่ว่าคุณหนูฉู่เป็นลูกสาวที่แท้จริงของตระกูลฉู่ แต่กลับถูกไล่ออกจากบ้าน ไม่มีเงินไว้ใช้สอย แต่ลูกสาวตัวปลอมของตระกูลฉู่กลับมาโอ้อวดบนอินเทอร์เน็ตว่าตัวเองร่ำรวย เราใช้จุดนี้ชักนำความคิดเห็นชาวเน็ตได้”
“จุดที่ค่อนข้างยากที่จะจัดการก็คือเรื่องข้อตกลงที่สูงเกินจริง…”
ความคิดเห็นในด้านนี้ร้อนแรงข้ามวัน แผนการต่าง ๆ ถูกนำออกมาทันที
ซ่งจือหนาน “…”
เขาเดินเข้าไปตรงหน้าเฉิงยวนกับฉู่ลั่วทั้งที่ยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น “นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
เฉิงยวนกอดอก มองไปที่ทุกคนที่กำลังแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด “อย่าถาม ถามก็คือโปรดปราน ทำงานหนักให้โปรดปราน”
ซ่งจือหนาน “…”
เธอพูดภาษาต่างดาวอะไรกัน?
ทำไมถึงฟังออกทุกคำ แต่พอเอามารวมกันแล้วกลายเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่องไปเลย
ซ่งอวิ๋นชิงมองไป “นั่นดูเหมือนจะเป็นผู้อำนวยการเหยา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฮั่วกรุ๊ปเลยนะ!”
ซ่งจือหนานเบิกตาโต มองไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ ปากเขาก็ขยับไปด้วย “นี่… จำเป็นด้วยเหรอ? จัดการฉู่หร่านกับตระกูลซ่ง ต้องใช้แรงฝ่ายประชาสัมพันธ์ฮั่วกรุ๊ปเลยเหรอ”
“นี่ไม่เป็นการให้เกียรติฉู่หร่านกับตระกูลซ่งมากเกินไปหน่อยเหรอ!”
ขี่ช้างจับตั๊กแตนชัด ๆ!
ขณะที่กำลังพูดอยู่ หัวหว่านก็เดินนำคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาอย่างน่าประหลาด แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดเป็นการเป็นงานและมีสีหน้าจริงจัง
คนที่เดินนำมาก็คือผู้บัญชาการซู่
ซู่เซี่ยงหยางมองภาพภายในบ้านแล้วตะลึงไปครู่หนึ่ง “นี่มัน…”
เฉิงยวนเอ่ย “อย่าถาม ถามก็คือโปรดปราน ทำงานหนักให้โปรดปราน”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
แม้ว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็รู้สึกว่าเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในนั้นได้อย่างน่าประหลาด
เขากระแอมแล้วเอ่ยถาม “ฉู่ลั่วล่ะ?”
“นั่นไง ลงมาแล้ว”
คนที่เดินลงมากับฉู่ลั่วก็คือหยางไต้
เธอจับมือฉู่ลั่วไว้แล้วพูดปลอบใจ “ลั่วลั่ว ไม่ต้องกลัวนะ ตระกูลซ่งมีฐานะในเมืองหลวงก็จริง แต่ตระกูลฮั่วของเราก็ไม่ได้น้อยหน้า”
“แล้วก็ฉู่หร่านนั่นต้องสั่งสอนดี ๆ สักหน่อย”
ซู่เซี่ยงหยางก้าวเข้าไปหาเช่นกัน “ตอนนี้คุณเป็นคนของรัฐ เป็นผู้นำในการทำงานของเรา ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของคุณสำคัญมาก”
ทันทีที่พบเรื่องบนอินเทอร์เน็ต เบื้องบนก็สั่งการลงมาให้พวกเขาไปจัดการเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด