เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 555 หุ้นส่วนห้าเปอร์เซ็นต์
บทที่ 555 หุ้นส่วนห้าเปอร์เซ็นต์
ฉู่ลั่วมองไปยังห้องที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ขณะกำลังจะพูด โทรศัพท์พลันส่งเสียงดังขึ้น
เป็นสายโทรศัพท์จากฉู่เหิง
“ลั่วลั่ว ทางด้านฉู่หร่าน พี่จะให้หล่อนลบเวยปั๋วซะ”
ภายในสายโทรศัพท์ ฉู่ลั่วได้ยินเสียงของฉู่หร่านและยังมีเสียงคู่สามีภรรยาฉู่เหว่ยฮ่าว
ฉู่เหิงกลับไปยังบ้านตระกูลฉู่
“พี่อย่าเผชิญหน้ากับฉู่หร่าน” ฉู่ลั่วเอ่ยเตือน “ทางด้านหนูมีคนออกหน้าแทนค่ะ”
เธอถ่ายภาพหนึ่งภาพและส่งไปให้ฉู่เหิง
…
ตระกูลฉู่
ฉู่หร่านนั่งก้มหน้าลงบนโซฟาและใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นครั้งคราวพลางสะอื้นไห้อย่างดื้อดึง
ซ่งเชียนหย่านั่งลงด้านข้างด้วยความเจ็บปวด “หร่านหร่านลูกรัก เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ใหญ่ของหนูไม่ได้หมายความแบบนั้นอย่างแน่นอน!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเองก็รู้สึกปวดใจมากเช่นกัน “อาเหิง แกยังไม่มาขอโทษหร่านหร่านอีก”
สายตาของฉู่เหิงกลับมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าผิดหวัง
“โทรหาฉู่ลั่วแล้วใช่ไหม เธอว่ายังไง?” เมื่อเห็นฉู่เหิงไม่ตอบ ฉู่เหว่ยฮ่าวขมวดคิ้วแน่น “เธอคงไม่รู้สึกว่าเป็นความผิดของหร่านหร่านหรอกใช่ไหม! หรือว่าหร่านหร่านพูดผิดงั้นเหรอ?”
“ด้วยสถานะลูกสาวของตระกูลฉู่ ทำไมถึงโลภเงินขนาดนั้น”
เมื่อเป็นแบบนี้ตระกูลฉู่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
ซ่งเชียนหย่าเองก็หัวเราะเย้ยหยัน “เงินสองร้อยล้านหยวน เธอเองก็กล้าพูดเรื่องนี้ออกมาได้ คนนอกไม่รู้จะหัวเราะเยาะตระกูลฉู่ของพวกเรายังไงแล้ว”
ขณะพูด เธอจ้องมองฉู่เหิง “แกก็เหมือนกัน ไม่แยกแยะถูกผิด ไม่สั่งสอนฉู่ลั่ว แต่กลับมาดุด่าหร่านหร่าน”
“แกพูดมา หร่านหร่านทำผิดตรงไหน?”
ฉู่หร่านยังคงก้มหน้าพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “แม่คะ ไม่ต้องพูดแล้ว หนูรู้ตั้งนานแล้วว่าหนูไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของพวกคุณ พี่ใหญ่สนใจน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองมากกว่าหนูนั้นก็เป็นเรื่องปกติ”
“หนูเพียงแค่… แค่เสียใจก็เท่านั้น เนิ่นนานหลายปีขนาดนี้ หนูคิดว่าพวกเรามีความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
ดวงตาที่พร่าเลือนด้วยน้ำตาของหล่อนจ้องมองฉู่เหิง “พี่ใหญ่ หนูเรียกพี่ว่าพี่ใหญ่มาหลายปีขนาดนี้ พี่ไม่มีความรู้สึกต่อหนูเลยแม้แต่น้อยใช่ไหม?”
“เมื่อฉู่ลั่วกลับมา พี่รู้สึกขวางหูขวางตาและพยายามจับผิดหนูใช่ไหม?”
ฉู่เหิงเก็บโทรศัพท์ เขามองไปยังใบหน้าที่กำลังร้องไห้อย่างน่าเอ็นดูของฉู่หร่าน
…ด้วยนัยน์ตามืดมน
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ริมฝีปากของเขากระตุกและแสยะยิ้มเหยียดหยาม
ยังไงก็ตามรอยยิ้มนั้นหายวับไปเพียงพริบตา
“เป็นความผิดของพี่เอง” เขาเอ่ยอย่างกะทันหัน
ฉู่หร่านที่กำลังร้องไห้พลันชะงักงันและมองฉู่เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ซ่งเชียนหย่าทอดถอนหายใจ “สองพี่น้องจะบาดหมางกันชั่วข้ามคืนได้ยังไง!”
“อย่าพูดว่าหร่านหร่านไม่ผิด เธอก็มีความผิด แกเป็นพี่ใหญ่ก็ต้องปล่อยเธอไป” ฉู่เหว่ยฮ่าวสั่งสอนลูกชายคนโตอย่างอดไม่ได้
ฉู่เหิงพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์ “ครับ พ่อกับแม่พูดได้ถูกต้องครับ”
คู่สามีภรรยายิ้มด้วยความพึงพอใจ
เสียงร้องไห้ของฉู่หร่านพลันหยุดลงและน้ำตานั้นก็หยุดไหล แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากบนใบหน้าของฉู่เหิง หัวใจของหล่อนกลับตื่นตระหนกอย่างอดไม่ได้
ฉู่เหิงเดินเข้ามาและนั่งลงบนโซฟา “หร่านหร่าน ทำไมเธอถึงโพสต์เวยปั๋วแบบนั้น บอกพี่ใหญ่ได้ไหม?”
ฉู่หร่านระงับความตื่นตระหนกและเอ่ยอย่างสะอึกสะอื้น “หนูแค่รู้สึกว่าลั่วลั่วทำไม่ถูกต้อง เธอเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ เธอจะโลภมากขนาดนี้ได้ยังไง”
“ชาวเน็ตไม่รู้ แต่คนในแวดวงต่างก็รู้ เธอเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ เป็นตัวแทนของตระกูลฉู่”
“เธอทำแบบนี้ ทำให้ตระกูลฉู่ต้องอับอายนะคะ”
ยิ่งพูดก็ยิ่งคับข้องใจ ยิ่งพูดน้ำตาแห่ง ‘ความสุข’ ก็ยิ่งไหลออกมา
ซ่งเชียนหย่าและฉู่เหว่ยฮ่าวรู้สึกทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น “ลั่วลั่วนั้นแตกต่างจากหนู เธอไม่ได้เติบโตมาภายในตระกูล ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้หรอก เฮ้อ!”
สามีภรรยาต่างก็ทอดถอนหายใจ
ลูกสาวแท้ ๆ ของตนไม่รู้ประสาขนาดนี้ ภายในหัวใจของพวกเขาทั้งรู้สึกโกรธและรู้สึกแย่ในเวลาเดียวกัน
“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ใหญ่รู้ว่าเธอเจตนาดี” ฉู่เหิงตบหลังมือของฉู่หร่าน “พ่อกับแม่เองก็รู้สึกว่าลั่วลั่วทำไม่ถูกต้องใช่ไหม?”
สามีภรรยาพยักหน้าพร้อมกัน “แน่นอน”
ใบหน้าของฉู่เหิงก็เต็มไปด้วยสีหน้าเห็นด้วย “หร่านหร่านไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้”
สามีภรรยาพยักหน้าราวกับโขลกกระเทียม “ใช่ ใช่แล้ว!”
“พ่อกับแม่ต่างก็รู้สึกว่าลั่วลั่วเอ่ยปากต้องการเงินสองร้อยล้านนั้นไม่ถูกต้องใช่ไหม? ทำให้ตระกูลฉู่ขายหน้ามากใช่ไหม?”
“ขายหน้านั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง สิ่งสำคัญคือพฤติกรรมนี้ของเธอ” ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจ “ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ!”
“อ่า ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ นะครับ” ฉู่เหิงเอ่ยอย่างเห็นด้วย
สายตาของเขากวาดมองพ่อแม่และฉู่หร่านพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงต่ำอันทรงพลัง “เพื่อป้องกันไม่ให้ลั่วลั่วทำเรื่องแบบนี้อีกในอนาคต พ่อโอนหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ของบริษัทฉู่ให้กับลั่วลั่วเถอะครับ”
“แม่ครับ แม่มีเครื่องประดับเพชรพลอยอะไรอยู่บ้าง แม่แบ่งให้ลั่วลั่วสักส่วนหนึ่งเถอะครับ”
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา “ผมก็จะมอบทรัพย์สินบางส่วนให้กับลั่วลั่ว ทางด้านอาจิงกับเสี่ยวจ้านก็ต้องแจ้งพวกเขาเหมือนกัน ให้พวกเขาได้เตรียมตัว”
เมื่อเอ่ยคำพูดนี้ออกมา คนตระกูลฉู่ทั้งสามพลันตกตะลึง