เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 560 ถ้าฉู่ลั่วเป็นลูกสาวเธอ
บทที่ 560 ถ้าฉู่ลั่วเป็นลูกสาวเธอ
ฉู่เหว่ยฮ่าววางสายด้วยสีหน้าย่ำแย่
ฉู่หร่านมองพ่อทั้งน้ำตาคลอเบ้า “พ่อคะ ลั่วลั่วพูดว่ายังไงบ้างคะ เธอยินดีออกหน้าช่วยหนูไหม?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจ “เธอไม่อยู่บ้าน”
“ไม่อยู่บ้าน? ไม่อยู่บ้านแล้วอยู่ไหนคะ?” ฉู่หร่านน้ำตาร่วงลงมาหนักกว่าเดิม “ลั่วลั่วต้องไม่ยอมช่วยหนูแน่เลย หนู… ชาวเน็ตไม่รู้อะไรก็ช่างเถอะค่ะ แต่ลั่วลั่วเธอรู้ทุกอย่าง!”
“เธอปล่อยให้ชาวเน็ตด่าหนูได้ยังไง?”
หล่อนร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนจะซบลงบนไหล่ของแม่แล้วสะอื้นไม่หยุด
ซ่งเชียนหย่าปลอบโยนไปพลาง มองฉู่เหว่ยฮ่าวไปพลาง “เธอไม่อยู่บ้านจริงเหรอคะ?”
สมองของฉู่เหว่ยฮ่าวครุ่นคิดและกำลังจะพูด แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของฉู่หร่านดังข้างหู สีหน้าของเขาก็ซีดเผือด
“คุณคะ เป็นอะไรไปคะ? คุณคะ!”
ร่างกายของฉู่เหว่ยฮ่าวโงนเงน เขาโบกมือ “ไปกันเถอะ! ฉู่ลั่วไปบ้านตระกูลฮั่ว วันนี้ไม่ได้เจอเธอหรอก”
“ตระกูลฮั่ว!” ฉู่หร่านเบิกตากว้าง “ลั่วลั่วกับตระกูลฮั่วมีความสัมพันธ์อะไรกัน ทำไมเธอต้องไปบ้านตระกูลฮั่วด้วย? พ่อคะ ลั่วลั่วไม่อยากเจอพวกเรา ก็เลย… ”
“กลับกันก่อน!” ทันใดนั้นฉู่เหว่ยฮ่าวก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม
“…” คำพูดที่เหลือของฉู่หร่านติดอยู่ในคอแล้ว
ทั้งสามคนนั่งรถออกมา
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรอให้ทั้งสามคนไปแล้ว ถึงได้โทรเข้าไปที่คฤหาสน์ของฉู่ลั่ว กับคฤหาสน์ของตระกูลฮั่วที่อยู่บนเขาอีกลูกหนึ่ง
ฮั่วเซียวหมิงวางสายด้วยสีหน้าเย็นชา
เขาหันหน้าไปก็เห็นฉู่ลั่วกำลังตัดดอกไม้เป็นเพื่อนหยางไต้อยู่ที่สวนดอกไม้
ท่ามกลางแสงอาทิตย์อบอุ่น ฉู่ลั่วที่อยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้ก้มหน้าลง ผมสีดำร่วงลงจากไหล่ จากนั้นเธอก็เกี่ยวผมทัดหูอย่างไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นลำคอเรียวยาว
“อาจิ่ว รีบมาเร็ว” หยางไต้กวักมือเรียกฮั่วเซียวหมิง
ก่อนจะหันไปบ่นกับฉู่ลั่วอย่างเหลืออดว่า “เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ ไม่มีตาเลยสักนิด ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเราขาดคนถือตะกร้ากอดไม้น่ะ?”
พูดจบ เธอก็ยิ้มตาหยีพูดกับฉู่ลั่วว่า “ลั่วลั่วจ๊ะ อาจิ่วไม่ค่อยรู้งานเท่าไหร่ แต่ก็มีข้อดีเยอะเหมือนกัน”
คุณนายฮั่วคว้ามือของฉู่ลั่ว พลางชี้ไปยังฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ห่างจากพวกเธอออกไป
“หน้าตาเขาก็ไม่มีที่ติ”
“ร่างกายนั่น ขายาว ๆ นั่น ไหล่ที่กว้างและเอวนี้…” หยางไต้ชื่นชมลูกชาย โดยที่หน้าไม่มีสีแดงเลยแม้แต่น้อย “มองหาทั่วทั้งตี้จิง คนที่มีความสามารถเท่าอาจิ่ง ก็ไม่ได้อายุน้อยและหล่อเหลาเท่าเขา คนที่หน้าตาดีขนาดนี้ก็ไม่มีความสามารถเหมือนเขา”
น่าเสียดาย นิสัยดันนิ่งเป็นพระอิฐพระปูน
เจอผู้หญิงที่ตัวเองชอบแล้วยังไม่รู้จักตามจีบ ต้องให้ผู้เป็นแม่ออกโรงเอง
ไม่ได้ดั่งใจแม่เลย!
เมื่อมองดูลั่วลั่วอีกครั้ง
ทั้งสวยขนาดนี้
สง่าขนาดนี้
ฉลาดขนาดนี้
มีความสามารถขนาดนี้!
ฮืออออ!
ถ้านี่เป็นลูกสาวของเธอ เจ้าเด็กตัวเหม็นอย่างอาจิ่วนั่นอย่าคิดจะได้เข้าใกล้ลั่วลั่วเลย!
คิดไปคิดมา หยางไต้ก็ถลึงตามองฮั่วเซียวหมิงท่าทางดุกว่าเดิม
ฮั่วเซียวหมิงที่เดินเข้ามาใกล้ “…”
หยางไต้เห็นสีหน้าสงสัยของเขา ก็เอาตะกร้าที่ใส่ดอกไม้โยนเข้าไปในอ้อมแขนของเขา “ตามมานั่งนี่เลย”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ชายหนุ่มลูบกิ่งก้านของดอกไม้ที่ชูช่อตั้งตรงขึ้นมา จนนิ้วเรียวยาวบังเอิญแตะลงที่ชายกระโปรงของฉู่ลั่ว
ชายกระโปรงก็สะบัดผ่านหลังมือของเขา ชวนให้ใจสั่น
ฮั่วเซียวหมิงค้างอยู่ในท่าก้มหน้า แต่สายตากลับมองไปยังแผ่นหลังของฉู่ลั่ว เขาเผลอจับชายกระโปรงของเธอโดยไม่รู้ตัว
ฉู่ลั่วหันหน้าไปมองเขาด้วยความสงสัย
ฮั่วเซียวหมิงพยายามข่มใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แล้วค่อย ๆ ปล่อยมือ เขายืนตัวตรงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่มีอะไร”
ฉู่ลั่ว “…”
แสงอาทิตย์กำลังดี เมื่อสายลมพัดผ่าน กลิ่นหอมของดอกไม้ก็ลอยตามมาด้วย
รอยยิ้มของฮั่วเซียวหมิงดูดึงดูดสายตามาก แต่ฉู่ลั่วมองแค่แวบเดียวก็หันหน้าหนี เดินตามหยางไต้ไป
…
โรงพยาบาล
ซ่งเชียนหย่าผลักเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย ก่อนจะพูดกับฉู่เหว่ยฮ่าวที่นั่งพิงหัวเตียง “หมอบอกว่าเพราะคุณวิตกกังวลเกินไป เลยทำให้คุณเวียนหัวหน้ามืดแบบนี้”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพิงหัวเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง “หร่านหร่านล่ะ?”
“กลับไปที่บริษัทแล้วค่ะ” ซ่งเชียนหย่าพูดแบบไม่คิดอะไร “ลั่วลั่วไม่ยอมออกหน้าช่วยเธอ เธอก็ต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะค่ะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวก้มหน้าลง “กลับไปตั้งแต่ตอนไหน?”
ซ่งเชียนหย่าตอบ “พอคุณมาถึงโรงพยาบาล เธอก็ไปแล้วค่ะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
ซ่งเชียนหย่าห่มผ้าห่มให้เขา เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้ากังวลของเขา “คุณคงไม่ได้โกรธหร่านหร่านหรอกใช่ไหมคะ! คุณไม่ใช่ไม่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของหร่านหร่านเป็นยังไง? ถ้ายังรั้งเธอไว้ เธอคงอยู่ในวงการบันเทิงต่อไปไม่ได้แล้วค่ะ”
“การเป็นดาราคือความฝันของหร่านหร่าน!”
“…” ฉู่เหว่ยฮ่าวบีบสันจมูก “ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”