เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 561 ฝางไคจี้มาแล้ว
บทที่ 561 ฝางไคจี้มาแล้ว
“คุณไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าท่าทางคุณมันบอกชัดหมดแล้วค่ะ” ซ่งเชียนหย่านั่งบนเก้าอี้ “ลั่วลั่วก็ช่างเถอะค่ะ เธอไม่ได้ถูกเลี้ยงมาในบ้าน ไม่มีความรู้สึกอะไรกับหร่านหร่าน ไม่ยอมช่วยหร่านหร่าน ก็ยังเข้าใจได้”
“แต่อาเหิงกลับไม่ยอมออกหน้า… ยังมีอาจิงอีก…” พูดถึงลูกชายทั้งสองคน ซ่งเชียนหย่าก็ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์
“อาจิงว่ายังไงบ้าง?”
“จะว่ายังไงล่ะคะ? ก็แค่ถามหร่านหร่านว่าเธอทำหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ทำ ก็ให้ส่งจดหมายไปหาทนายความ ให้หาตัวคนสร้างข่าวลือ แล้วฟ้องร้องเขา”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “นี่ก็เป็นวิธีจัดการแบบหนึ่ง”
“นี่เรียกว่าวิธีจัดการเหรอคะ? คุณเคยเห็นศิลปินคนไหนในวงการบันเทิงที่เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย ก็ไปหาทนายบ้างล่ะ? ก็แค่พูดปากเปล่าว่าจะฟ้องทั้งนั้นแหละค่ะ” ซ่งเชียนหย่ากลอกตามองเขา
“เธอเป็นศิลปิน เธออาจจะได้มีคู่จิ้น อาจจะได้รับการโปรโมตให้เล่นละครหรือภาพยนตร์ แต่กลับมีเรื่องอื้อฉาวพวกนี้”
“พอมีเรื่องอื้อฉาวพวกนั้นออกมา เธอจะต้องฟ้องร้องทุกคนเลยเหรอคะ?”
ยิ่งพูดซ่งเชียนหย่าก็ยิ่งโกรธ “อาจิงมีสถานะสูงมากในวงการบันเทิง เขาเลยคิดว่าหร่านหร่านก็เป็นเหมือนเขาได้”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “เรื่องครั้งนี้มันต่างจากข่าวฉาวในวงการบันเทิงทั่วไปนะ”
“มีอะไรต่างคะ” ซ่งเชียนหย่าถลึงตามองเขาอย่างหมดความอดทน “คุณไม่เข้าใจวงการบันเทิงสักนิด ไม่เข้าใจเลยว่าวงการบันเทิงทำงานกันยังไง”
ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจ รู้สึกปวดหัวยิ่งกว่าเดิม “แล้วหร่านหร่านคิดจะทำยังไง?”
“วิธีที่ดีที่สุด คือให้ผู้ช่วยคนนั้นออกหน้ายอมรับว่าตัวเองเป็นคนสร้างข่าวลือ ยังมีเรื่องลั่วลั่วอีก ทางที่ดีควรให้ลั่วลั่วออกหน้า ยอมรับว่าเธอไม่ได้ถูกไล่ออกไป”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
หัวเขาปวดกว่าเดิม!
หร่านหร่านไม่คิดจะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่ให้คนอื่นช่วยออกหน้าปัญหาก็คลี่คลายแล้ว
สำหรับหร่านหร่านแล้ว แน่นอนว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
แต่สำหรับคนอื่น…
ในสมองคนเป็นพ่อมีคำพูดเยาะเย้ยในเน็ตแวบเข้ามา
โอย ปวดหัว!
…
“พี่รอง พี่ช่วยหนูไม่ได้จริง ๆ เหรอคะ? หนูไม่ได้ทำจริง ๆ นะ หนูไม่ได้ทำ!” ฉู่หร่านโทรไปหาอย่างร้อนรน
แต่น้ำเสียงของฉู่จิงที่อยู่ปลายสายกลับเหนื่อยหน่ายมาก “หร่านหร่าน ถ้าเธอไม่ได้ทำจริง ก็ฟังที่พี่รองบอก ฟ้องร้องเขาเลย พี่รองจะหาทนายที่ดีที่สุดให้ ต่อให้ทางพี่รองไม่มี แต่ฉู่กรุ๊ปก็หาให้เธอได้”
“หนูไม่อยากฟ้องร้อง! พี่รองไม่มีวิธีอื่นเหรอคะ? สถานะของพี่สูงมากในวงการบันเทิงนะ ถ้าพี่ออกหน้า ชาวเน็ตพวกนั้น สื่อพวกนั้นต้องไว้หน้าพี่แน่นอนค่ะ”
ฉู่จิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ “หร่านหร่าน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่รองให้ลั่วลั่วออกมาแถลงการในในเวยปั๋ว” ฉู่หร่านยอมถอยแต่ไปขอร้องเรื่องอื่นแทน “พี่รองก็รู้นี่คะ หนูไม่ได้เป็นคนไล่ลั่วลั่วออกไป ลั่วลั่วอยากออกไปเองต่างหาก นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูนะ!”
“พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนั้น?”
“พี่ใหญ่ก็ไม่ช่วยหนู”
“พ่อกับแม่ก็ไม่สนใจหนู!”
“พี่รอง พี่อย่าไม่ยอมช่วยหนูอีกคนเลยนะ”
มีเสียงร้องบีบหัวใจของฉู่หร่านดังมาจากในโทรศัพท์
ฉู่จิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ “พี่จะลองดู”
“ขอบคุณค่ะพี่รอง หนูรู้อยู่แล้วว่ามีแต่พี่รองที่ดีกับหนูที่สุด”
เมื่อวางสายไป ฉู่หร่านก็ใช้นิ้วเช็ดน้ำตาที่หางตา เธอมองกระจก จากนั้นจึงยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มไปหนึ่งอึก
ร้องจนเสียงแหบหมดแล้ว
เหอะ!
ทั้งหมดเป็นเพราะฉู่ลั่ว ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ฉันจำเป็นต้องร้องไห้เหรอ พอเกิดเรื่อง ก็ถูกแก้ไขทันทีแล้ว
ตั้งแต่ฉู่ลั่วกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
ผู้ช่วยผลักประตูเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนก “พี่หร่านคะ พี่ไคจี้มาค่ะ อยู่ข้างนอก”
อีกฝ่ายมีสีหน้าลำบากใจ “รั้งไว้ไม่ไหวแล้วค่ะ เขาเอาแต่ยืนกรานว่าจะเจอพี่ให้ได้!”
ในห้องประชุม
เวลาเพียงสั้น ๆ ไม่กี่วัน ฝางไคจี้ที่เคยหล่อเหลาสง่างาม ตอนนี้รูปลักษณ์เปลี่ยนไปมาก ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เขาก้มหน้าลง ตกอยู่ในโลกของตัวเองตลอดเวลา
จนกระทั่งเสียงเรียกว่า ‘พี่ไคจี้’ ดังขึ้นข้างหู เขาถึงได้สติกลับมา แล้วมองไปที่ฉู่หร่าน
ฉู่หร่านส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยออกไป จนกระทั่งประตูปิดลง หล่อนก็นั่งลงบนเก้าอี้ พลางมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “พี่ไคจี้ พี่ก็เชื่อเรื่องพวกนั้นที่ชาวเน็ตพูดกันเหรอคะ?”
ฝางไคจี้จ้องคนตรงหน้าโดยไม่ยอมพูดอะไร
ฉู่หร่านหัวเราะเยาะตัวเอง “หลักฐานชัดขนาดนี้ พี่ไคจี้ต้องเชื่ออยู่แล้ว”
“ไม่ใช่เธอเหรอ?”
ฉู่หร่านส่ายหน้า พร้อมขอบตาแดงรื้นขึ้นมาแล้ว “ถ้าฉันบอกว่าไม่ใช่ พี่ไคจี้จะเชื่อฉันไหม?”
ฝางไคจี้ “…”