เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 562 คือฉู่จิง
บทที่ 562 คือฉู่จิง
“แน่นอนอยู่แล้ว แม้แต่พี่ไคจี้ก็ไม่เชื่อฉัน…”
“พี่อยากเชื่อเธอมากนะ แต่เสียงบันทึกการสนทนาที่หยวนข่ายปล่อยออกมา มันเป็นของปลอมเหรอ?”
ฉู่หร่านยิ้มขื่นขม “พี่ไคจี้เคยคิดหรือเปล่าคะ ถ้าฉันเป็นคนให้เขาทำจริง ทำไมหลังจากเขาได้เงินไปแล้ว ภายในระยะเวลาสั้น ๆ แบบนี้ เขาถึงมาเปิดโปงฉันอีกครั้ง?”
“เขาทำผิดต่อพี่ไคจี้แล้ว ยังทำผิดต่อฉันอีก? มีข้อดีอะไรจากการทำแบบนี้คะ?”
ท่าทางเย็นชาของฝางไคจี้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ไม่ใช่เธอจริงเหรอ?”
“ไม่ใช่ฉันจริง ๆ นะคะ!” ฉู่หร่านร้องไห้โฮออกมา สองมือปิดหน้า “ฉันไม่รู้เลยค่ะว่าทำไมถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ฉันรับเป็นพรีเซนเตอร์แทนพี่ไคจี้ ในใจฉันรู้สึกผิดมากนะคะ”
“แต่ใครจะคิดว่าแค่แป๊บเดียวทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว ชาวเน็ตเอาแต่พูดว่า ฉันซื้อตัวผู้ช่วยพี่ไคจี้เพราะอยากแย่งตำแหน่งพรีเซนเตอร์ของพี่ไคจี้ไป”
“แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นพรีเซนต์เตอร์ด้วยซ้ำ! พี่ไคจี้ ใครกันที่ทำร้ายฉัน?”
เธอร้องไห้ท่าทางปวดใจ
ฝางไคจี้ “…”
เขายกมือขึ้นมาตบไหล่ฉู่หร่านเบา ๆ น้ำเสียงแข็งกร้าวอ่อนลงมาก “ไม่ใช่เธอเหรอ? แล้วจะเป็นใครได้อีก?”
ฉู่หร่านส่ายหน้า “ไม่รู้ค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันไม่เคยทำผิดกับใครเลยนะ พี่ไคจี้ไม่รู้นิสัยของฉันเหรอคะ? แต่ไหนแต่ไรมาฉันไม่เคยทะเลาะกับใครเลย”
“ใครที่เกลียดฉันขนาดนี้? ใครที่จะทำร้ายฉัน?”
เธอร้องไห้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาเปื้อนไปทั้งใบหน้า “พี่ไคจี้รู้ไหมคะ? พี่รองไม่สนใจฉันแล้ว”
“ฮือ ฮือ ฮือ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แต่เขากลับไม่สนใจฉัน”
“หลังจากลั่วลั่วกลับมา พ่อแม่กับพวกพี่ชายก็ไม่สนใจฉันแล้วค่ะ”
เธอสะอื้นกอดแขนของฝางไคจี้เอาไว้ ซุกหน้าลงไปในอ้อมอก ไม่นานน้ำตาก็ทำแขนเสื้อของเขาเปียกชุ่ม
“ฉันรู้มานานแล้วค่ะว่าสักวันต้องมีวันนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเร็วขนาดนี้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของฝางไคจี้ก็ค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้น เขาไม่สามารถสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากสมองได้เลย
เขาคว้าข้อมือของฉู่หร่านเอาไว้ ออกแรงกำไว้แน่น “เธอบอกว่าฉู่จิงไม่สนใจเธอ?”
ฉู่หร่านพยักหน้า
“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เขาไม่คิดจะออกหน้าเลยเหรอ? นี่ไม่ใช่นิสัยของเขาเลยนะ”
ฉู่หร่านหัวเราะเยาะตัวเอง “แน่นอนว่าไม่เหมือนนิสัยของพี่รองเลยค่ะ แต่ฉันไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของพี่รองนี่คะ!”
ฝางไคจี้ “…”
เขาหัวเราะออกมาทันที “เป็นฉู่จิง”
“อะไรนะคะ?
ฝางไคจี้กำข้อมือของฉู่หร่านแน่น “หร่านหร่าน ฉันรู้แล้วว่าใครทำร้ายฉัน และทำร้ายเธอด้วย”
“ใครคะ?” ฉู่หร่านตกใจ แววตาของเธอเผยความตื่นตระหนก
“ต้องเป็นฉู่จิงแน่”
ฉู่หร่าน “…”
เธอชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่ เป็นไปไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่พี่รอง! พี่รองจะทำร้ายฉันได้ยังไง?” ระหว่างพูดไป น้ำเสียงของเธอก็ค่อย ๆ เบาลง “ถึงฉันจะไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของพี่รอง ถึงลั่วลั่วจะกลับมา ถึงแม้…”
ฉู่หร่านมองฝางไคจี้ท่าทางน่าสงสาร “พี่ไคจี้ พี่รองไม่ได้ทำใช่ไหมคะ? ทำไมพี่รองต้องทำร้ายฉันด้วยล่ะ?”
ฝางไคจี้หัวเราะเย็นชา “ฉันสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้ว ฉู่จิงพยายามปกป้องฉู่ลั่วทุกวิถีทาง คนที่คุ้นเคยกับกฎของวงการบันเทิง สามารถพูดให้ผู้ช่วยของฉันหักหลังฉันได้… ก็มีแต่เขา”
“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นพี่รอง หนูไม่เชื่อ!” ฉู่หร่านสะบัดแขนของฝางไคจี้ออก ก่อนชี้ไปที่ประตูด้วยความโกรธ “พี่ออกไปเลยค่ะ! ออกไปเดี๋ยวนี้!”
“หร่านหร่าน เธอฟังที่ฉันพูด…”
“หนูไม่ฟัง ทำไมหนูต้องฟังพี่พูดกล่าวหาพี่ชายหนูด้วย พี่ออกไปเถอะ!” ฉู่หร่านผลักฝางไคจี้ออกไปก่อนปิดประตูเสียงดังปัง ปล่อยให้ฝางไคจี้ตบประตูร้องตะโกนอยู่ข้างนอก
หลายนาทีต่อมา ฝางไคจี้ก็กระแทกศีรษะลงบนประตูเบา ๆ เขาพูดปลอบฉู่หร่านที่ร้องไห้อยู่ในห้องไม่หยุด “หร่านหร่าน เธอใจดีเกินไปแล้วรู้ไหม?”
“โลกนี้น่ากลัวมากกว่าที่เธอจินตนาการ ใจคนยากแท้หยั่งถึง”
ข้างในไม่มีเสียงตอบกลับ
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “แต่หร่านหร่าน เธอสบายใจได้ ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันไม่เหมือนฉู่จิง ฉันเคยสัญญาไว้ว่าจะปกป้องเธอให้ดี ฉันต้องทำได้แน่นอน”
พูดสิ่งเหล่านี้จบ เขาก็หันหลังเดินจากไป
จนกระทั่งเขาออกจากสตูดิโอไปแล้ว ประตูห้องประชุมถึงเปิดออก ฉู่หร่านถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญ “ไปแล้วเหรอ?”
ผู้ช่วยรีบพยักหน้า “ไปแล้วครับ ไปแล้ว ตอนพี่ไคจี้เดินออกไป ก็บอกให้พวกเราปลอบใจพี่ด้วย”
เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาและรังเกียจของฉู่หร่าน ผู้ช่วยก็เริ่มกลัวขึ้นมา