เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 563 บอกให้วาด ก็วาดจริง
บทที่ 563 บอกให้วาด ก็วาดจริง
ชั้นล่าง
ฝางไคจี้เปิดประตูรถ เข้าไปนั่งข้างในด้วยสีหน้ามืดมน
ผู้จัดการรีบถามทันที “ฉู่หร่านพูดว่ายังไงบ้าง?”
ฝางไคจี้เอนพิงพนักพิง มือข้างหนึ่งปิดตาเอาไว้ “ไม่ใช่เธอ”
ผู้จัดการถอนหายใจหมดคำจะพูด “เธอบอกไม่ใช่ นายก็เชื่อเหรอ? เสียงบันทึกการสนทนาในมือของหยวนข่าย ฉันหาผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ของปลอม”
“ถ้าเป็นหร่านหร่านจริง ทำไมหยวนข่ายต้องเอาหลักฐานออกมาอีกล่ะ?” ฝางไคจี้ตั้งคำถาม “เขาเอาเงินไปแล้ว ก็หนีไปเลย ไม่ดีกว่าเหรอ?”
ผู้จัดการกัดฟัน “มีความเป็นไปได้อย่างเดียว”
ฝางไคจี้ยิ้มเย็นชา “แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว”
“ฉู่หร่านไปล่วงเกินคนที่มีอำนาจมากกว่า”
“เป็นฉู่จิงที่ลงมืออยู่เบื้องหลัง!”
ทั้งสองคนประสานเสียง ก่อนฝางไคจี้กับผู้จัดการจะมองหน้ากัน
ผู้จัดการมองหน้าเขาด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก “นายรู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไร?”
“หร่านหร่านเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ ต่อให้เธอไปล่วงเกินใคร คนคนนั้นก็ต้องยอมปล่อยเธอไปเพราะเห็นแก่หน้าคนตระกูลฉู่” ฝางไคจี้สีหน้าเย็นชา “นอกจากฉู่จิง เพื่อที่จะปกป้องฉู่ลั่ว เพื่อปกป้องน้องสาวของตัวเอง แม้กระทั่งหร่านหร่านที่มีความสัมพันธ์พี่น้องกับมาหลายสิบปีก็สละได้”
ผู้จัดการมองหน้าฝางไคจี้ด้วยสีหน้ายากจะอธิบาย เธออ้าปากอยากจะพูด แต่ก็อดกลั้นเอาไว้
เธอได้ยินฝางไคจี้ที่อยู่ด้านข้าง เอาแต่พูดถึงความโกรธที่มีต่อฉู่จิงออกมาจากปากไม่หยุดราวกับคนโรคจิต
ผู้จัดการที่อยู่ข้างกันเลยขยับออกไปเล็กน้อย กระซิบถามลองเชิงดูว่า “นายคิดจะทำยังไง? ฉู่จิงเป็นราชาภาพยนตร์ สถานะสูงกว่านายมาก!”
“แล้วยังไงล่ะ?” ฝางไคจี้ยิ้มชั่วร้าย “เขาวางแผนชั่วร้ายแบบนี้กับหร่านหร่านเพื่อฉู่ลั่วคนเดียว! หรือจะให้ปล่อยไปแบบนี้เหรอ?”
ผู้จัดการเงียบปากไปแล้ว พลางถลึงตาใส่ผู้ช่วยที่กำลังจะเปิดปากพูด
จากนั้น ในรถก็มีแต่เสียงก่นด่าของฝางไคจี้
ผู้จัดการหันหน้าออกนอกหน้าต่าง
พังแล้ว…
ฝางไคจี้พังไปแล้ว!
ไม่มียาอะไรรักษาอาการแบบนี้ได้แล้ว!
ฉู่หร่านคนนี้เป็นมายังไงกันแน่ เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่าเธอร้ายกาจขนาดนี้ ทำให้ฝางไคจี้หลงจนกลายเป็นแบบนี้เชียวเหรอ
…
ในคฤหาสน์
หัวหว่านยกแก้วชาสองสามใบมาวางไว้ตรงหน้าเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี คุณซู กับคุณอวี๋ ก่อนจะวางใบสุดท้ายลงตรงหน้านักศึกษาจู้หยวนเจ๋อ
จู้หยวนเจ๋อรับแก้วมา เขาพยายามยกยิ้มทั้งที่หน้าขาวซีด แต่ไม่สามารถบังคับสายตาไม่ให้มองไปที่เฉิงยวนซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งได้เลย
เมื่อเฉิงยวนเงยหน้าขึ้น เขาก็รีบหันหน้าไปอีกทาง
คุณซูดื่มชาเข้าไปอึกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชม “กลิ่นหอมลึกล้ำ รสชาติชุ่มคอ ชาดี ชาดี!”
คุณอวี๋ก็พยักหน้าด้วยความพอใจเช่นกัน
ฉู่ลั่วไม่ได้มีความรู้เรื่องชา ชากระปุกนี้หยางไต้เป็นคนให้มาหลังจากรู้ว่าเธอไม่ชอบดื่มกาแฟ
หลังจากทักทายกันแล้ว คุณอวี๋ก็ไม่อ้อมค้อม และพูดออกมาตามตรง “สหายน้อยฉู่ พวกเรารู้ว่าเธอยุ่ง แต่เรื่องนี้ต้องให้เธอช่วยออกหน้าจริง ๆ ”
สุสานสมัยราชวงศ์ถังแห่งหนึ่งถูกปล้น! พวกเขาจึงขอทำการขุดค้น แต่หลังจากเปิดสุสาน ทีมนักโบราณคดีก็เกิดปัญหาหลายอย่างต่างกันไป
บางคนฝันร้ายตอนกลางคืน
บางคนเดินอยู่ดี ๆ ก็ตกลงไปในสระน้ำ
บางคนบอกว่ารู้สึกเหมือนมีคนเดินตามหลังตอนกลางคืน แต่พอหันกลับไปก็ไม่เห็นอะไร
ตอนนี้ทีมนักโบราณคดีกำลังตื่นตระหนกกันทั้งทีม นักศึกษาปริญญาโทและนักศึกษาปริญญาเอกหลายคนที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ต่างก็หวาดกลัวไม่น้อย
“ข้า ข้า ข้า!” เฉิงยวนยกมือ
ทุกคนต่างมองไปที่หล่อน
เฉิงยวนสะบัดผมเบา ๆ “ข้าไปเอง! ลั่วลั่วไม่มีเวลา แต่ข้ามีเวลานะ!”
คุณซูกับคุณอวี๋รู้ตัวตนที่แท้จริงของหล่อนแล้ว เพียงแต่เฉิงยวนปรากฏตัวด้วยเสื้อผ้าที่เหมือนมนุษย์ พวกเขาจึงหลงลืมไป
พวกเขามองฉู่ลั่วเป็นนัยขอความเห็น
ฉู่ลั่วครุ่นคิด ก่อนจะพูดว่า “ถ้าคุณอวี๋กับคุณซูเห็นด้วยละก็…”
“เห็นด้วย ต้องเห็นด้วยแน่นอน!” คุณซูกับอวี๋พูดออกมาพร้อมกัน
เฉิงยวนย่อมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าสหายน้อยฉู่
“แต่ว่าคุณเฉิง…”
เฉิงยวนเดินวนอยู่ตรงหน้าพวกเขา “ข้าไม่เหมือนมนุษย์หรือ?”
“เหมือน!”
เหมือนขนาดที่ว่า หากไม่ใช่เพราะพวกเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเฉิงยวนมาตั้งแต่แรก ก็คงเดาไม่ออกว่าเฉิงยวนไม่ใช่คนเป็น
“ถ้าอย่างนั้นก็ไร้ปัญหา ฉู่ลั่วควบคุมร่างข้าไว้แล้ว ข้าไม่สามารถทำร้ายคนได้ ดังนั้นพวกเจ้าวางใจได้!”
คุณอวี๋กับคุณซูได้ยิน ดวงตาก็เป็นประกาย
พวกเขามองไปที่ฉู่ลั่วอีกครั้ง
แต่ฉู่ลั่วกลับมองเฉิงยวน
เฉิงยวนจับกระโปรงตัวเองด้วยรอยยิ้ม “ข้าใช้เงินไปตั้งเยอะ ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้นี่ จะพึ่งพาให้เจ้าเลี้ยงดูอย่างเดียวไม่ได้สิ!”
ว่าแล้วก็เดินเข้าไปตบไหล่ฉู่ลั่ว “อีกอย่าง ข้าก็อยากออกไปเห็นโลกใบนี้ด้วย อย่ากังวลไปเลย!”
“อุเหม่ หากเจ้าไม่ไว้ใจข้านัก ก็วาดยันต์ควบคุมข้าให้พวกเขาถือกันคนละแผ่นเลยดีหรือไม่ จะได้ปลอดภัย!”
สิบนาทีต่อมา
ในมือคุณอวี๋ คุณซู และจู้หยวนเจ๋อต่างมียันต์อยู่ในมือคนละแผ่น ในขณะที่เฉิงยวนยืนทำหน้าบอกไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ
เฉิงยวน “…”
ให้เจ้าวาด เจ้าก็วาดจริงหรือ!