เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 605 ผมก็ช่วยคุณได้
ทางด้านฉู่หร่าน พอได้กลับขึ้นการค้นหายอดนิยมและกู้ชื่อเสียงกลับมาได้ก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
เธอเอ่ยถามยิ้ม ๆ “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะถึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านโกรธขนาดนั้น?”
สีหน้าของฝางไคจี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หางเจียซิ่นทำปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็อดทนไว้
ฉู่จิงจึงพูดออกมา “ไคจี้น่ะ ก็เมื่อวานเราเห็นเด็กผู้หญิงถูกรังแกได้รับบาดเจ็บไม่ใช่เหรอ? เขาก็เลยไปหาเด็กคนนั้น”
ฝางไคจี้อดไม่ได้ที่จะพูด “ฉันรู้สึกว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นน่าสงสาร ก็เลยอยากจะไปดูว่าที่บ้านของเธอลำบากอะไรหรือเปล่า ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม?”
การสร้างกระแสคู่จิ้นใช้ไม่ได้แล้ว จึงต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นมากู้ชื่อเสียงแทน
ตอนนั้นเขาอยากจะใช้ประโยชน์จากเด็กผู้หญิงคนนั้น ถ้าบ้านเธอมีปัญหาอะไรจริง ๆ เขาก็จะออกเงินให้ หรือไม่ก็ทำอะไรอย่างอื่นที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่
แต่ว่า…
“ฉันเพิ่งจะถามชาวบ้านไปได้แค่สองคน ชาวบ้านก็สีหน้าเปลี่ยน แล้วผู้ใหญ่บ้านก็มาด่าฉัน”
เขาคับข้องใจมาก “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่เป็นห่วงเด็กผู้หญิงคนนั้นเอง พวกคุณว่าฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า?”
เฉียวโจวเองก็จนใจ “คุณไม่ได้ทำอะไรผิดครับ เพียงทุกสถานที่ก็ต้องมีกฎเกณฑ์ของเขา พวกเราต้องเคารพกฎเกณฑ์ของที่นี่ ส่วนเรื่องปัญหาของเด็กผู้หญิงคนนั้น ผมจะไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านให้ครับ”
ฝางไคจี้ “…”
เขาเป็นห่วงเด็กคนนั้นงั้นเหรอ?
เขาแค่อยากพึ่งเด็กคนนั้นมากู้ชื่อเสียงของตัวเองนี่?
เขาเม้มปากเล็กน้อยแล้วบอก “อย่างนั้นก็ดีครับ ขอแค่เธอไม่เป็นอะไรก็พอ”
“ตอนนี้ทุกคนไปเดินเล่นกันในหมู่บ้านได้นะครับ ลองไปถามเรื่องเกี่ยวกับตำนานทั้งสองเรื่องดู”
พวกแขกรับเชิญแยกย้ายกันไป จี้ไจ่เดินไปข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ คุณล่ะ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เขามีเรื่องต้องไปจัดการน่ะ”
เมื่อเช้าเธอได้รับข่าวจากพี่คนขับรถสุดหล่อว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างซับซ้อน น่าจะต้องใช้เวลาสืบสวนนานมาก ถ้าใช้ความสามารถของทางสำนักงานใหญ่ก็น่าจะช่วยให้เร็วขึ้นมาก
ร่างวิญญาณของฮั่วเซียวหมิงจึงกลับไปเข้าร่าง
ตอนนี้ฉู่ลั่วยังคงจำสายตาและคำพูดของฮั่วเซียวหมิงได้อย่างดีเลย
‘ฉู่ลั่ว แม้ว่าผมจะไม่ใช่คนในนิกาย แต่ผมก็สามารถช่วยคุณได้นะ’
สายตาของเขามีความแน่วแน่มาก ๆ
แค่คิดถึงสายตาของเขาในตอนนั้น หัวใจของเธอก็มีความรู้สึกแปลก ๆ
ฉู่ลั่วกดความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้แล้วเอ่ยถาม “เมื่อคืนมีอะไรผิดปกติไหม?”
จี้ไจ่ส่ายหน้า “ไม่มีนะ”
ทั้งสองคนเดินไปในหมู่บ้าน ได้เจอกับแฟนคลับของทั้งสองคน พวกเขาขอถ่ายรูปบ้างเป็นระยะ
ดู ๆ ไปแล้วทุกคนก็ดูเรียบง่ายและจริงใจดี ใบหน้าของชาวบ้านทุกคนล้วนมีรอยยิ้มที่เป็นมิตรอยู่เสมอ
กระทั่งเดินไปถึงบ้านหลังสุดท้ายที่ท้ายหมู่บ้าน ตรงนั้นมีบ้านเก่า ๆ อยู่หลังหนึ่ง
ที่หน้าบ้านมีผู้ชายอายุประมาณสามสิบกว่ายืนอยู่คนหนึ่ง ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจริงใจ แต่สายตากลับมองมาที่ฉู่ลั่วไม่หยุด
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่สบตากัน…
สีหน้าของจี้ไจ่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้ดูมีความแค้นอยู่อย่างเห็นได้ชัด แต่รอบตัวเขาไม่มีพลังหยินอยู่เลย
ทั้งสองคนจึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยกัน
เห็นฉู่ลั่วกับพวกเขาเดินเข้ามา ใบหน้าของชายคนนั้นปรากฏความสุขเล็กน้อยและรีบเช็ดมือบนร่างกายของตนเอง “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
เมื่อฉู่ลั่วเดินเข้ามาใกล้ แม้ว่าเขาจะพยายามควบคุมตนเองอย่างเต็มที่ แต่ทว่าสายตากลับจับจ้องไปยังร่างของฉู่ลั่วอย่างไม่อาจควบคุมได้
เหมือนกับว่าฉู่ลั่วและจี้ไจ่มองไม่เห็นสายตาหยาบโลนของเขา เพียงแค่เอ่ยถาม “สวัสดี ขอบเขตของหมู่บ้านเหลี่ยงโถวนั้นใช่ที่นี่หรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว ที่ผมอาศัยอยู่นี้เป็นท้ายหมู่บ้านแล้ว”
“คุณอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ?”
“ใช่ครับ อยู่คนเดียว” สายตาของชายคนนั้นจับจ้องไปยังเรือนร่างของฉู่ลั่วอีกครั้ง “เฮ้อ ช่วยไม่ได้นี่ครับ ผู้หญิงสมัยนี้คิดว่าตัวเองสูงส่ง ไม่มองชาวนาชาวไร่อย่างพวกผมหรอกครับ”
“แต่พวกคุณเองก็เห็นแล้ว ความจริงแล้วผู้ใหญ่บ้านของพวกผมก็ไม่ได้แย่เลย ฮวงจุ้ยเองก็ดี ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนแต่งงานเข้ามา ทุกคนต่างก็มีความสุข”
จี้ไจ่ยิ้มพลางเอ่ยตอบรับ
เมื่อผู้ชายคนนั้นเห็นว่าสีหน้าของฉู่ลั่วยังไม่เปลี่ยนแปลง เขายังเอ่ยต่อ “คุณอย่ามองว่าตอนนี้ที่อยู่อาศัยของผมแย่ แต่ผมมีเงินเก็บไม่น้อย ผมกลัวว่าผู้หญิงพวกนั้นจะพะว้าพะวังเรื่องเงินของผม อย่างไรก็ตามมีทรัพย์สินก็ไม่ควรเปิดเผย”
“ใช่ ๆ ใช่ครับ”
จี้ไจ่เอ่ยตอบรับอีกครั้ง เมื่อเอ่ยถามและไม่พบอะไร เขาก็กำลังจะจากไป
ทันใดนั้นก็ได้ยินฉู่ลั่วที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดเอ่ยถาม “หมู่บ้านเหลี่ยงโถวทำไมถึงมีชื่อว่าหมู่บ้านเหลี่ยงโถวล่ะ?”
ชายคนนั้นชะงัก รอยยิ้มมุมปากแข็งทื่อชั่วขณะ “ก็ที่นี่คือชื่อนี้ ถูกเรียกชื่อนี้มาโดยตลอด ไม่มีอะไรพิเศษหรอก”