เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 609 กำไลหยก
บทที่ 609 กำไลหยก
ทุกคนรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นฉู่หร่านและผู้ใหญ่บ้านก็เดินเข้ามาทางประตู
ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่นี้ของผู้ใหญ่บ้านพลันแปรเปลี่ยนไป จากนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกคุณรู้จักคุณหวงทำไมถึงไม่บอกกันสักคำ”
“คุณหวงอนุญาตให้ไลฟ์แล้วครับ”
“เรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณฉู่แล้ว”
ฉู่หร่านเดินออกมาจากด้านหลังผู้กำกับและเอ่ยด้วยเสียงผ่อนคลาย “แก้ปัญหาได้แล้วค่า! พี่รอง อาหวงจำหนูได้ด้วย หนูบอกแล้วว่าอาหวงจะต้องจำพวกเราได้แน่นอน พี่รองไม่ยอมเชื่อหนู”
ฉู่จิงเม้มริมฝีปากนิ่งเงียบ พลางขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนของตระกูลหวงถึงยินยอมให้ไลฟ์เพียงเพราะคำพูดของฉู่หร่าน
ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหวงกับตระกูลฉู่ไม่ได้ดีถึงขนาดนั้น!
ฉู่หร่านเดินมาด้านข้างฉู่จิงพร้อมกับโชว์ข้อมือของตนเองด้วยความดีใจ “เห็นไหมคะ? อาหวงยังมอบกำไลหยกให้กับหนูด้วย”
ฉู่จิงเอ่ย “ทำไมถึงรับของจากคนอื่นอย่างไร้เหตุผลแบบนี้?”
“ไม่ได้ไร้เหตุผลสักหน่อย? อาหวงบอกว่านี่คือของขวัญสำหรับการพบเจอกันหลังจากที่ไม่เจอกันมานาน”
เธอเอียงศีรษะชำเลืองมองฉู่ลั่วด้วยความภาคภูมิใจ “ลั่วลั่ว ฉันกับอาหวงพูดถึงเธอด้วย อาหวงบอกว่าเขาไม่ได้เตรียมของขวัญมามากขนาดนั้น เมื่อเจอเธอหลังจากนี้ เขาค่อยมอบของขวัญให้กับเธอ”
“ลั่วลั่ว เธอคงไม่ถือสาหรอกใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่หรอก”
ฉู่หร่านผลุบสายตาลงพลางครุ่นคิด “ลั่วลั่วเธอไม่โกรธใช่ไหม? ถ้าหากเธอโกรธ ฉันจะมอบกำไลหยกที่ฉันสวมอยู่นี้ให้กับเธอ แม้ว่าสิ่งของชิ้นนี้อาหวงจะมอบให้กับฉันก็ตาม”
“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอาหวงถึงมอบกำไลหยกนี้ให้กับฉัน และไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่มอบให้กับเธอ”
“แต่ว่า ถ้าหากเธอชอบ…”
“ไม่ชอบ” ฉู่ลั่วพูดเสียงเรียบ “ฉันไม่ชอบสวมเครื่องประดับ”
ขณะฉู่หร่านกำลังจะพูดบางอย่าง เย่อวิ๋นชูก็วิ่งเข้ามาและขวางด้านหน้า และพูดกับกล้องพร้อมรอยยิ้ม “งั้นตอนนี้สามารถไลฟ์ได้แล้วใช่ไหม!”
“ผู้กำกับ พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
“ไม่อย่างนั้นน้ำใจของหร่านหร่านคงจะสูญเปล่า”
ฉู่หร่านถูกขัดบทสนทนา เธอเม้มริมฝีปากด้วยสีหน้ามืดมนลงเล็กน้อย
แต่ทว่าก็ไม่กล้าแสดงท่าทีต่อหน้ากล้อง
จนกระทั่งคนกลุ่มหนึ่งกำลังเตรียมตัวจะไลฟ์ ฉู่หร่านเดินเข้าไปหาฉู่ลั่วและขัดบทสนทนาระหว่างเธอกับจี้ไจ่ “ลั่วลั่ว ฉันมอบของชิ้นนี้ให้กับเธอ อย่าโกรธเลย”
ฉู่หร่านเอ่ยพร้อมกับถอดกำไลหยกบนข้อมือของตนเอง และสวมลงบนข้อมือของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วถอยหลังหนึ่งก้าว มือของเธอแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ
“ลั่วลั่ว เธอโกรธจริง ๆ ใช่ไหม ฉันไม่รู้ว่าทำไมอาหวงถึงให้กำไลกับฉันเพียงแค่คนเดียว ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงไม่ให้เธอด้วย?”
“อาจเป็นเพราะว่าเธอเพิ่งกลับมายังตระกูลฉู่? อาหวงอาจยังไม่รู้จักเธอดีพอ ฉันเชื่อว่าตราบใดที่อาหวงได้รู้จักกับเธอแล้ว เขาจะต้องชอบเธอ เหมือนที่ฉันชอบเธออย่างแน่นอน”
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมยื่นกำไลไปยังด้านหน้าของฉู่ลั่วอีกครั้ง
ฉู่ลั่วพูดอย่างไม่แยแส “ฉันไม่ชอบสวมเครื่องประดับ”
“ลั่วลั่ว เธออย่าโกรธเลย มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบเครื่องประดับบ้างล่ะ!”
“พี่หร่านหร่าน คำพูดนี้ของพี่ก็ไม่ถูกหรอกนะ! ผู้หญิงไม่ควรถูกนิยามแบบนี้!” ทันใดนั้นหางเจียซิ่นก็เข้ามายืนระหว่างฉู่ลั่วกับฉู่หร่านพร้อมยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ
“พี่หร่านหร่าน พูดแบบนี้ไม่ถูกเลยนะ”
ขณะฉู่หร่านกำลังจะท้วงติงก็ได้ยินหางเจียซิ่นเอ่ยต่อ “และพี่ลั่วก็ไม่ชอบสวมเครื่องประดับจริง ๆ พี่ลั่วไม่เคยสวมเครื่องประดับเลยสักชิ้น”
ไม่รู้ว่าตากล้องนั้นนึกคิดอะไร เขาหันกล้องไปทางฉู่ลั่วโดยสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า
บนร่างกายนั้น นอกเหนือจากกิ๊บบนศีรษะก็ไม่เห็นเครื่องประดับชิ้นใดเลย
[ดูเหมือนว่าฉู่ลั่วจะไม่ชอบจริง ๆ]
[เอ๊า เคยเห็นผู้บำเพ็ญตนคนไหนที่สวมเครื่องประดับที่ส่งเสียงดังก๊องแก๊งบนร่างกายหรือเปล่าล่ะ!]
[ฉู่หร่านนี่ก็ประหลาด! ฉู่ลั่วบอกแล้วว่าไม่ต้องการสวมเครื่องประดับ ก็ยังพยายามยัดเยียดให้]
[ไม่ใช่ว่าฉู่หร่านกลัวว่าฉู่ลั่วจะโกรธหรอกเหรอ? พวกคุณไม่เห็นท่าทางบึ้งตึงของฉู่ลั่วเหรอ?]
[หร่านหร่านของพวกเราเป็นตัวนำโชคดีจริง ๆ! ไม่เพียงแต่ชาวบ้านจะชอบเธอ แม้แต่เถ้าแก่ที่ไม่ยินยอมให้ไลฟ์คนนั้นก็ชอบเธอ! หร่านหร่านของพวกเรา…]
[คนโชคดีแบบหร่านหร่านน่าอิจฉาจังเลย!]
[รีบกราบไหว้เลย!]
[ยังคงเป็นแฟนคลับของหร่านหร่าน เธอรู้ว่าพวกเราอยากดูไลฟ์สด]
[หร่านหร่านของพวกเราใจดีมีเมตตา ฉู่ลั่วแสดงสีหน้าเย็นชาอย่างเห็นได้ชัดขนาดนั้นแล้ว เธอก็ยังยืนกรานจะมอบสิ่งของให้]
[น่าสงสารมาก! หร่านหร่านของพวกเรา]
[ฉู่ลั่วมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวหยิ่งขนาดนี้! เธอมาจากเส้นทางไหนภายในวงการบันเทิง? ไม่ว่าจะพูดยังไง ฉู่หร่านก็ยังคงเป็นรุ่นพี่ของเธอ!]
[ไม่รู้ว่าแฟนคลับที่ชื่นชอบฉู่ลั่วคิดอะไรอยู่กันแน่? หรือว่าชอบคนหน้าบึ้งตลอดเวลา?]