เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 618 เรื่องแบบนี้ยังทำได้ จะมีเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้อีก
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 618 เรื่องแบบนี้ยังทำได้ จะมีเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้อีก
บทที่ 618 เรื่องแบบนี้ยังทำได้ จะมีเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้อีก
เย่อวิ๋นชูก็พยักหน้า “ฉันก็สังเกตเห็นเหมือนกันค่ะ พวกเขาดูร่ำรวยกันมาก แต่กลับไม่ยอมออกไปจากหมู่บ้าน”
พูดถึงตรงนี้ เธอก็ค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา “ก่อนหน้านี้ยังมีเด็กผู้ชายอายุสิบห้าสิบหกถามฉันว่า ยินดีจะแต่งงานกับเขาไหม เขาบอกว่าเขามีเงินเยอะมาก ที่บ้านก็มีเงินเยอะมากเหมือนกัน”
“เด็กน้อยพวกนี้… น่าสนใจจริง ๆ ”
บอกว่าน่าสนใจ แต่สีหน้าของเธอกลับไม่ได้เหมือนที่พูด
“ยังมีเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่ง ถามฉันว่าข้างนอกหมู่บ้านเป็นยังไง?”
“ใช่ ใช่ ใช่ คำถามนี้ เด็กน้อยในหมู่บ้านถามเยอะที่สุดเลย แต่ว่า…” เหยียนอันอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีเด็กบางคนตอนที่ถามคำถามนี้ ก็จะถูกผู้ใหญ่ในบ้านตะคอกอย่างรุนแรงแล้วเรียกให้กลับไป”
เมื่อคิดถึงปัญหาที่ในหมู่บ้านมีผู้ชายเยอะผู้หญิงน้อย เหยียนอันอี้ก็แอบถอนหายใจ
หมู่บ้านเหลี่ยงโถวไม่ได้ดูล้าหลัง อีกทั้งยังมีเงินมากเพียงพอ
แต่ความคิดของชาวบ้านพวกนี้…
พวกเขาสองคนผลัดกันพูดออกมาไม่หยุด พูดกันอยู่นานมาก
ฉู่หร่านกลับนั่งเงียบอยู่ด้านข้างคนเดียว เธอร้อนใจเป็นอย่างมาก มือที่วางบนเข่าขยับไปมาอย่างไม่สบายใจ
รอจนกระทั่งเหยียนอันอี้กับเย่อวิ๋นชูพูดจบ ฉู่หร่านจึงพูดขึ้นมาทันที “ลั่วลั่ว เธอโกรธหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วถาม “…โกรธอะไร?”
ฉู่หร่านตอบ “เพราะเท้าของฉันบาดเจ็บ เลยไม่ได้ถามอะไรเลย อาจจะทำให้เธอแพ้ปรมาจารย์จี้ไจ่ได้”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ตอนที่เดินฉันไม่ทันได้ระวัง เท้าเลยแพลงนิดหน่อย”
“เธอยังต้องการข้อมูลอะไรอีกไหม ฉันจะไปถามให้เธอเอง ตอนนี้เท้าของฉันไม่เจ็บแล้ว”
ฉู่หร่านยืนขึ้นมากระโดดอยู่กับที่ คิดจะแสดงให้เห็นว่าเท้าของตนเองไม่เจ็บ แต่ตอนที่เท้าแตะพื้น ก็เจ็บจนร้องออกมา
ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็กัดริมฝีปากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง “ไม่เจ็บเลยสักนิด ลั่วลั่ว เธอยังมีคำถามอะไรที่อยากถามไหม?”
ฉู่ลั่วกำลังจะพูด เย่อวิ๋นชูก็ใช้สองมือปิดปากกล่าวด้วยความตกใจ “พี่หร่านหร่าน ในใจพี่คิดแบบนี้เหรอคะ? ทำไมถึงคิดแบบนี้ล่ะ?”
“…”
ฉู่หร่านเห็นใบหน้าตกใจของเย่อวิ๋นชู ลางสังหรณ์ไม่ดีก็แวบเข้ามาในใจ
มีอะไรเกี่ยวกับเธอเหรอยะ?
ทำไมที่ไหนก็มีเธออยู่ตลอด?
ฉู่หร่านกดข่มความโกรธในใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองเย่อวิ๋นชูอย่างไม่ได้รับความยุติธรรม “อวิ๋นชู เธอพูดอะไรน่ะ? ฉันไม่เข้าใจ!”
เย่อวิ๋นชูตอบ “พี่หร่านหร่าน หรือว่าสำหรับคุณ พี่ลั่วเป็นคนไม่มีความเห็นอกเห็นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? คุณคิดว่าเธอรู้ทั้งรู้ว่าคุณบาดเจ็บที่เท้า ยังจะให้คุณออกไปถามข้อมูลจากชาวบ้านอีกเหรอคะ?”
“ถึงคุณจะไม่ได้ถามข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย แต่พี่ลั่วจะโกรธคุณได้ยังไง”
“พี่หร่านหร่าน ฉันเพิ่งอยู่กับพี่ลั่วมาแค่ไม่กี่ตอนของรายการ ฉันยังรู้สึกได้ว่าพี่ลั่วเป็นคนที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง เพียงแต่พี่ลั่วพูดไม่เก่งเท่านั้นเอง”
“แต่พี่หร่านหร่าน คุณเป็นพี่สาวของพี่ลั่วไม่ใช่เหรอคะ? หรือคุณไม่ได้เข้าใจพี่ลั่วเหมือนที่ฉันเข้าใจเหรอคะ?”
ฉู่หร่านปริปาก “ฉัน… ไม่ใช่แน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ!” เย่อวิ๋นชูถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก “ฉันก็คิดว่าที่พูดกันในอินเทอร์เน็ตจะเป็นเรื่องจริง ยังดีที่ไม่ใช่”
เธอทำท่าทางซุบซิบ “พี่หร่านหร่าน คุณไม่รู้หรอกว่ามีชาวเน็ตหลายคนบนอินเทอร์เน็ตแต่งเรื่องขึ้นมา พวกเขาบอกว่าคุณไล่พี่ลั่วออกจากบ้านตระกูลฉู่ เป็นลูกสาวตัวปลอมที่จะยึดครองตระกูลฉู่ ดังนั้นในรายการเลยเอาแต่พุ่งเป้าไปที่พี่ลั่ว”
สีหน้าของฉู่หร่านเปลี่ยนไป เธอคิดจะตอบโต้กลับ แต่ได้ยินเย่อวิ๋นชูยังพูดต่อว่า “นี่ต้องเป็นเรื่องไม่จริงอยู่แล้ว เนอะ!”
“คนที่เคยดูรายการนี้ ต่างก็รู้ว่าพี่หร่านหร่านไม่ใช่คนแบบนี้”
“พี่หร่านหร่านจิตใจดีขนาดนี้ อ่อนโยนขนาดนี้ จะพุ่งเป้ามาที่พี่ลั่วได้ยังไง ใช่ไหมคะ!”
ฉู่หร่านไม่ตอบอะไร แววโหดร้ายในส่วนลึกของดวงตาเพ่งมองไปที่เย่อวิ๋นชู
เย่อวิ๋นชูมองตาฉู่หร่านอย่างไม่แยแส
เรื่องแบบนี้ยังทำได้ จะมีเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้อีก!
รังแกฉันก็ช่างเถอะ แต่หร่านหร่านกล้ามารังแกไอดอลของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าพี่ลั่วไม่มีแฟนคลับจริงเหรอ?
ฉันในฐานะที่เป็นแฟนคลับขอเป็นคนแรกที่ออกหน้า!
ก็แค่ดอกบัวขาวไม่ใช่เหรอ?
ก็แค่แกล้งทำตัวน่าสงสารไม่ใช่เหรอ?
ก็แค่พวกเสแสร้งไม่ใช่เหรอ?
ฮึ!
ใครจะไปเหมือนหล่อนกัน!