เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 621 กู่
บทที่ 621 กู่
ในเวลานี้ตากล้องยังคงถือกล้องถ่ายฉากนี้เอาไว้ ไม่รู้ว่าควรถ่ายต่อไป หรือหยุดการไลฟ์สตรีมเอาไว้แค่นี้ดี
[คนนอนดึก มีข้อดีจริง ๆ]
[ฉันบอกแล้วไง! ระหว่างลูกสาวตัวจริงกับตัวปลอม จะมีความผูกพันอะไรกัน มีแต่เธอตาย ฉันรอดเท่านั้นแหละ]
[ฉู่ลั่วก็เกินไปแล้ว! แก้แค้นออกกล้องเลยเหรอ!]
[เห็นเท้าของหร่านหร่านของพวกเรา หัวใจก็เจ็บไปหมดแล้ว! ฉู่ลั่วทำถูกแล้วเหรอ!]
ฉู่จิงปกป้องฉู่หร่านด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาก็มองไปที่ฉู่ลั่ว ถึงจะไม่ได้พูดอะไร แต่ความหมายในสายตาของเขาชัดเจนมาก เขาหวังให้ฉู่ลั่วพูดแก้ตัวออกมา
ฉู่ลั่วตอบเสียงเรียบ “ฉันไม่รู้ว่าเครื่องประดับมีปัญหา”
“เธอโกหก! เธอเป็นปรมาจารย์ เธอจะไม่รู้ได้ยังไง!” ฉู่หร่านกรีดร้องออกมา
ฉู่ลั่วแววตาเรียบเฉย “ฉันเป็นปรมาจารย์ ฉันต้องรู้หมดทุกเรื่องเลยเหรอ?”
“แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าเครื่องประดับมีปัญหา?”
“ตอนเธอวิ่งมีเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ไม่มีใครเขาใส่เครื่องประดับมากมายขนาดนี้ตอนนอนหรอกนะ”
ทุกคนต่างก็มองไปยังสิ่งของบนตัวของฉู่หร่าน
มีทั้งปิ่นปักผม กำไลข้อมือ สร้อยคอ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ฉู่จิงมองฉู่หร่านด้วยความสงสัย ก่อนจะถามว่า “ทำไมตอนนอนเธอต้องสวมเครื่องประดับเยอะขนาดนี้?”
ฉู่หร่านหน้าแดง เธอพูดเสียงเบาว่า “หนู… หนู…”
“ฉันรู้ค่ะ” เย่อวิ๋นชูเอ่ย “ฉันติดตามช่องไลฟ์สตรีมของพี่หร่านหร่าน พี่หร่านหร่านบอกว่า เครื่องประดับเหล่านี้เป็นน้ำใจจากชาวบ้าน เธอจะใส่นอนด้วย”
แก้มทั้งสองข้างของฉู่หร่านร้อนผ่าว
ก่อนนอน เธอจงใจเปิดไลฟ์สตรีมเพื่อพูดคุยกับแฟนคลับ และแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนเดียวที่ได้รับเครื่องประดับเหล่านี้ และทำเพื่อให้ได้ขึ้นการค้นหายอดนิยมอีกครั้ง
เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอแตกต่างจากแขกรับเชิญคนอื่น
“ฉันไม่รู้นี่ว่าเครื่องประดับพวกนี้มีปัญหา!”
เธอยังอยากพูด แต่ถูกฉู่จิงอุ้มขึ้นมาแล้ว “ตอนนี้ใช่เวลามาถามเรื่องพวกนี้เหรอ? เธอไม่อยากมีเท้าไว้เดินแล้วหรือไง?”
เขาอุ้มฉู่หร่านจากไปพร้อมกับทีมงานของรายการ
หลังจากไปส่งฉู่หร่านกับฉู่จิงแล้ว เฉียวโจวก็พาทีมงานกองถ่ายกับแขกรับเชิญอีกหลายคนมารวมตัวกัน “ปรมาจารย์ทั้งสอง นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ?”
“คงจะเป็นกู่” จี้ไจ่ตอบ “กู่ที่เลี้ยงโดยชาวเหมียวแห่งเมืองอวิ๋น พวกคุณไม่รู้จักเหรอ? ในละครชอบมีให้เห็นบ่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
แขกรับเชิญหลายคนหัวเราะแห้ง ๆ
ละครก็คือละครสิ!
พวกเขาจะรู้ได้ยังไง ว่าจะมีของอย่างพิษกู่อยู่จริง ๆ น่ะ!
ขณะที่กำลังพูด ทีมงานที่ไปเก็บเครื่องประดับของฉู่หร่านก็กลับมาแล้ว พวกเขาหน้าขาวซีด ไม่มีเครื่องประดับในมือเลยสักชิ้น “ผู้กำกับ คือว่า… มันขยับได้!”
“อะไร?”
ทีมงานชี้ไปนอกบ้าน ทุกคนต่างก็วิ่งออกไปนอกบ้าน มุ่งหน้าไปยังจุดที่ฉู่หร่านทิ้งเครื่องประดับไว้ ก็เห็นเครื่องประดับที่ตกอยู่บนพื้นกำลังเคลื่อนที่ช้า ๆ ไปหลายทิศทาง
ราวกับว่ามีพลังงานลึกลับบางอย่างกำลังดึงดูดพวกมัน
ทุกคนรู้สึกขนลุกชันด้วยความหวาดกลัว และพากันถอยหลังไปหมด
มีเพียงฉู่ลั่วกับจี้ไจ่สองคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
จี้ไจ่ยกเท้าขึ้น ออกแรงเหยียบกระดิ่งบนปิ่นปักผมแตก เผยให้เห็นตัวมอดตัวหนึ่งที่กำลังขยับปีกบินอยู่ข้างใน
เมื่อตัวมอดหลุดออกมา ก็บินไปยังทิศทางหนึ่ง
แต่บินไปได้ครู่เดียว ก็ร่วงลงบนพื้น ปีกของมันสั่นอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไปแล้ว
“ไม่ขยับแล้ว”
เครื่องประดับชิ้นอื่นบนพื้นไม่ขยับเขยื้อนแล้ว
จี้ไจ่เก็บเครื่องประดับเหล่านี้ขึ้นมาทีละชิ้น แล้วนำกลับไปทุบเปิดพวกมันออก
เขามองตะขาบ จักจั่น ตัวมอด หนอนที่วางอยู่บนโต๊ะ…
“อี๋!” เย่อวิ๋นชูขยะแขยงจนเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังฉู่ลั่ว “ฉู่หร่านเอาของพวกนี้มาใส่ไว้กับตัว แล้วยังจะใส่นอนอีก…”
แค่คิดก็ขนลุกไปหมดแล้ว
สีหน้าของคนอื่น ๆ ย่ำแย่มาก
แม้ว่าของพวกนี้พวกเขาจะไม่ได้ใส่ แต่ก็เป็นของที่ชาวบ้านให้มา
“หมู่บ้านนี้ค่อนข้างน่ากลัวนะคะ!” เย่อวิ๋นชูห่อไหล่ แล้วหลบอยู่หลังฉู่ลั่วราวกับนกกระทา
“ถ้าพี่หร่านหร่านไม่รับของพวกนี้มา ก็คงดี”
“โชคดีแล้วที่เธอไม่ปฏิเสธ และรับของมามากมายขนาดนี้” ฉู่ลั่วเอ่ย “ถ้ารับมาแค่ชิ้นเดียว ไม่อย่างนั้นไม่รอให้พวกเราหาเธอเจอ เมื่อกี้เธอคงวิ่งหายไปไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว”
จี้ไจ่ก็พยักหน้าเช่นกัน “แมลงกู่ต่างกันอยู่รอบตัวเธอ พยายามพาเธอไปคนละทิศละทาง”
นี่คือสาเหตุที่ฉู่หร่านวิ่งไปวิ่งมา
“เหลือแค่อันนี้…”
สร้อยข้อมือหยกที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยแตกหัก วางอยู่บนโต๊ะ
นี่คือของที่หวงเหวินหวามอบให้ฉู่หร่าน มันแตกต่างจากเครื่องประดับเงินอื่น ๆ กำไลหยกนี้แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าราคาประเมินค่าไม่ได้
ยิ่งเป็นงานฝีมือหยกฝังทองคำ จึงไม่มีใครกล้าแตะต้องกำไลเส้นนี้
จี้ไจ่เอ่ย “ในนี้ไม่มีกู่”
ทุกคนต่างโล่งใจ
“แต่เป็นสมบัติแลกชีวิต”
“สมบัติแลกชีวิต!”