เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 634 เธอไม่ได้บอกเหรอ
บทที่ 634 เธอไม่ได้บอกเหรอ
ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อถอดเสื้อตัวนอกของเสี่ยวยาออกก็ปรากฏอักขระที่ซับซ้อนยิ่งกว่าอยู่บนแผ่นหลังน้อย ๆ
ไม่ใช่แค่แผ่นหลัง แต่ทั้งร่างกายท่อนบน ร่างกายส่วนที่มีเสื้อผ้าปกปิด เหมือนจะถูกวาดอักขระเอาไว้จนเต็ม
ยันต์แม่หล่อเลี้ยงยันต์ลูก อักขระไม่เพียงแต่ทรมานร่างกายเท่านั้น แต่ยังแย่งชิงพลังชีวิตกับโชคชะตาไปอีกด้วย
เสี่ยวยาเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง?
เธอเพิ่งอายุเท่าไหร่กัน?
“ไอ้เดรัจฉาน!” ปรมาจารย์หญิงคนหนึ่งพุ่งเข้าไปกอดเสี่ยวยาเอาไว้ทั้งขอบตาแดงก่ำ เธอใช้เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่คลุมตัวของเสี่ยวยาเอาไว้ “มันเป็นใครกันแน่? นี่มัน… วาดยันต์แม่ไว้ที่ตัวเด็กแบบนี้ ไม่กลัวสวรรค์ลงโทษเหรอ?”
หัวใจของทุกคนหนักอึ้ง
พวกเขาต่างรู้ดี คนที่สามารถวาดยันต์แม่ลูกได้ ต้องเป็นคนของลัทธิเต๋าอย่างแน่นอน และระดับการบำเพ็ญไม่ต่ำแน่
จี้ไจ่ถอนหายใจออกมา “กำจัดอักขระก่อนเถอะ!”
“ยันต์แม่ลูกนี้…”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันกำจัดเอง พวกคุณสองคนอยู่ก่อน คนอื่นออกไปก่อนนะคะ”
เธอให้ปรมาจารย์หญิงสองคนอยู่ก่อน ส่วนคนอื่นให้ออกไปจากห้องให้หมด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ฉู่ลั่วเดินออกมาแล้ว เธออุ้มเสี่ยวยาเอาไว้ในมือ
ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วยหลับไปแล้ว
ปรมาจารย์หญิงปิดประตู พลางเอ่ยเสียงเบา “ปรมาจารย์ฉู่ทำลายยันต์ลูกแล้วค่ะ แต่ยันต์แม่ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เสี่ยวยา
ฉู่ลั่วเองก็ก้มหน้ามองเด็กหญิงตัวน้อยที่อาบน้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงถูกจัดการให้สะอาดเรียบร้อย
เหลือเพียงแค่ร่างกายผ่ายผอม เด็กน้อยวัยนี้ที่ควรมีแก้มกลมป่อง แต่กลับซูบตอบ จนดวงตาที่มีชีวิตชีวาคู่นั้นโดดเด่นออกมา
“เธอได้รับอักขระมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ยันต์แม่นี้ทะลุผ่านร่างกายของคนเป็นแม่เข้าสู่ตัวเธอ จำเป็นต้องตามหาพ่อแม่ ถึงจะแก้ยันต์แม่บนตัวเธอได้”
เลือดเนื้อของพ่อแม่หล่อหลอมเป็นร่างกาย
อักขระนี้แผ่ขยายตามร่างกายของเสี่ยวยา และเติบโตไปพร้อมกับเธอ แทรกซึมลงไปในเส้นลมปราณ มีเพียงเลือดของแม่เท่านั้นที่จะคลายอักระนี้ออกไปได้
จี้ไจ่มองเสี่ยวยาผู้ไร้เดียงสา ตัวเล็ก และอ่อนแอ “แม่ของเธออยู่ที่นี่ แล้วพ่อของเธอล่ะ?”
เขามองไปยังประตูห้องพักผู้ป่วยที่ปิดสนิท “รอให้เธอฟื้นก่อนค่อยถาม”
ปรมาจารย์หญิงเหลือบมองจี้ไจ่ “คุณคิดว่าเธอจะยอมพูดถึงพ่อของเด็กเหรอคะ?”
สถานการณ์ภายในถ้ำ พวกเขาไม่ใช่ไม่เห็น
พ่อของเสี่ยวยาคนนี้… มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นชาวบ้านของหมู่บ้านเหลี่ยงโถวคนไหนสักคน
ทุกคนเงียบไปอีกครั้ง
ฉู่ลั่วทำนาย “พ่อของเสี่ยวยาไม่ใช่พวกเขาค่ะ เธอ…”
เธอเงียบไปหลายวินาที เลือกไม่พูดอะไรอีก บอกเพียงว่า “ระหว่างนี้ฉันขอพาเธอไปด้วยสักครู่นะคะ”
ฉู่ลั่วจับมือเสี่ยวยาพาไปยังห้องผู้ป่วยที่อยู่ชั้นบน
…
ด้านบนเป็นห้องพักผู้ป่วยวีไอพี บรรยากาศเงียบสงบ
ฉู่หร่านพักอยู่ชั้นนี้…
ตอนที่ฉู่ลั่วพาเสี่ยวยามาที่นี่ คนในห้องพักผู้ป่วยของฉู่หร่านต่างก็หันมามองเธอเป็นตาเดียว
พอรู้ว่าฉู่หร่านได้รับบาดเจ็บ ซ่งเชียนหย่ากับฉู่จ้านก็รีบมาทันที ใบหน้าโกรธเคืองมองเธอด้วยสายตาคุกรุ่น
“เธอยังกล้ามาอีกเหรอ?” ฉู่จ้านลุกขึ้นมา เดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงตรงหน้าฉู่ลั่ว “เธออธิบายมา ทำไมหร่านหร่านถึงได้รับบาดเจ็บ!?”
เขามองฉู่ลั่วเป็นนัยข่มขู่
ฉู่ลั่วกวาดตามอง ก่อนสายตาจะไปหยุดที่ฉู่หร่าน “เธอไม่ได้บอกพวกคุณเหรอ?”
“เหอะ! หร่านหร่านจะพูดอะไรล่ะ? แน่นอนว่าหร่านหร่านต้องกล้ำกลืนความไม่ยุติธรรมเอาไว้อยู่แล้ว หร่านหร่านปกป้องเธอไงล่ะ!” ฉู่จ้านหัวเราะเย็นชา “ไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉู่หร่าน ต่อให้เธอเป็นแค่ทีมงานในรายการก็ต้องปกป้องหร่านหร่าน!”
“ทำไมคนทั้งรายการมีแค่หร่านหร่านคนเดียวที่บาดเจ็บ? นี่เป็นเรื่องบังเอิญเหรอ!?”
เขาได้ยินที่ฝางไคจี้บอกแล้ว ฉู่ลั่วรู้ทั้งรู้ว่าเครื่องประดับมีปัญหา แต่ไม่ยอมบอกหร่านหร่าน
เพราะอยากให้หร่านหร่านอับอายต่อหน้าผู้คน และได้รับบาดเจ็บ
“ฉู่ลั่ว ทำไมเธอถึงได้จิตใจโหดร้ายขนาดนี้! เธอรู้หรือเปล่าว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว หร่านหร่านยังปกป้องเธออยู่เลย!”
ฉู่หร่านก้มหน้าไม่พูดไม่จา
ซ่งเชียนหย่าเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง เธอตั้งคำถามอย่างอารมณ์เสียว่า “ลั่วลั่ว ลูกคิดจะทำอะไรกันแน่? หร่านหร่านถอยให้ลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ลูกคิดจะบีบบังคับเธอให้ตายเลยเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “…”
“พูดสิ!” ฉู่จ้านตะคอก “รู้ว่าตัวเองทำผิดเลยพูดไม่ออกใช่ไหม?”
เขายกมือจะผลักฉู่ลั่ว แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็ถูกมือหนึ่งขวางเอาไว้