เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 635 เป็นลูกสาวของคุณ
บทที่ 635 เป็นลูกสาวของคุณ
“พี่รอง!”
“จะพูดก็พูดกันดี ๆ ถึงขั้นลงไม้ลงมือมันเกินไปแล้วนะ” ฉู่จิงหยุดน้องสามเอาไว้ด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างทุกครั้ง “ฉันบอกเรื่องทั้งหมดไปแล้วไง มันไม่เกี่ยวกับฉู่ลั่ว”
“พี่รอง แล้วพี่จะบอกว่าเป็นความผิดของใครล่ะ!” ฉู่จ้านหัวเราะเยาะพร้อมตั้งคำถาม “ทำไมทุกคนถึงไม่ได้รับบาดเจ็บ มีแค่หร่านหร่านที่บาดเจ็บ!”
“ฉันอธิบายไปแล้ว เพราะหร่านหร่านรับเครื่องประดับของชาวบ้านมา ในเครื่องประดับมีพิษกู่ บีบบังคับให้หร่านหร่านทำตาม เธอถึงได้บาดเจ็บ”
“แล้วทำไมถึงมีแต่หร่านหร่าน?”
“เพราะมีแค่เธอคนเดียวที่รับเครื่องประดับมายังไงล่ะ”
ฉู่จ้านมองฉู่จิงด้วยใบหน้าไม่อยากจะเชื่อ “พี่รอง พี่พูดภาษาคนหรือเปล่า?”
ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ฉู่ลั่ว “เรื่องเกิดขึ้นตรงหน้าแล้ว ฉู่ลั่วเป็นคนทำร้ายหร่านหร่าน พี่ไม่สั่งสอนเธอแทนหร่านหร่านก็ไม่เป็นไร ทำไมถึงต้องใช้คำพูดกล่าวโทษหร่านหร่านแบบนี้ด้วย”
ฉู่หร่านรีบพูดทันที “พี่สาม พี่อย่าทะเลาะกับพี่รองเลยค่ะ ทั้งหมดเป็นเพราะหนูไม่ดีเอง หนูผิดเอง”
“เธอไม่ผิด!” ฉู่จ้านพูดเสียงดัง “เธอแค่ใจอ่อนเกินไป ถึงได้ถูกคนรังแกได้ยังไงล่ะ”
ซ่งเชียนหย่าก็มีสีหน้าจนปัญญา “ลั่วลั่ว ไม่ว่าพวกเราพูดยังไง ทำยังไง ลูกก็ไม่สามารถอยู่กับหร่านหร่านอย่างสงบสุขได้เลยใช่ไหม?”
เรื่องที่ฉู่ลั่วทำเมื่อก่อน เธอยังอดทนได้
แต่ตอนนี้ฉู่ลั่วทำให้หร่านหร่านบาดเจ็บ ทั้งยังบาดเจ็บหนักขนาดนี้
ผู้เป็นแม่ทนไม่ไหวแล้ว!
หากเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าฉู่ลั่วจะทำเรื่องไร้หัวใจแบบไหนอีก
ฉู่ลั่วไล้สายตามองผู้คนตรงหน้าตั้งแต่ฉู่จ้าน ซ่งเชียนหย่า ไปจนถึงฉู่หร่าน
เธอไม่ได้ตอบคำถามของพวกเขา แต่กลับมองไปที่ฉู่จิง มองดูโหงวเฮ้งบนใบหน้าของเขาอย่างละเอียด “ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย”
ฉู่จิงพยักหน้า จะเดินตามน้องสาวแท้ ๆ ออกไป
ฉู่ลั่วเพิ่งเดินไปได้ก้าวเดียวก็ถูกฉู่จ้านดึงแขนเอาไว้ “ไปไม่ได้! วันนี้เธอต้องพูดเรื่องนี้ให้รู้เรื่องก่อน ไม่อย่างนั้น… โอ๊ย!”
ยังไม่ทันพูดจบ ขาของเขาก็ถูกกระแทกอย่างแรงจนเซไปข้างหลังทั้งตัว!
ยังไม่ทันยืนได้มั่นคง ก็ถูกกระแทกอีกครั้ง!
เป็นฝีมือเสี่ยวยา
“เด็กที่ไหนเนี่ย ทำไมไร้มารยาทแบบนี้!”
เขายกมือขึ้นจะคว้าตัวเธอ
ยกมือมาได้ครึ่งหนึ่ง ก็ถูกฉู่ลั่วขวางเอาไว้ “นายจะทุบตีเด็กผู้หญิงเหรอ?”
ฉู่จิงตกใจสายตาของฉู่ลั่ว มือที่ยกขึ้นค่อย ๆ ลดลงมา “ฉันไม่ได้คิดจะตีเธอสักหน่อย แค่จะดึงเธอออกไปเท่านั้นเอง ฉันเป็นผู้ใหญ่ จะเจ้าคิดเจ้าแค้นเด็กคนหนึ่งได้ยังไง!”
เสี่ยวยาถลึงตามองฉู่จ้านอย่างโกรธเคือง
ฉู่จ้านเห็นดังนั้นก็ลูบจมูกของตัวเองอย่างมีน้ำโห “…”
ฉู่จิงเดินมาข้างหน้ามองน้องชาย “จะทำอะไร! เมื่อกี้นายคิดจะลงมือกับเด็กเหรอ นายบ้าไปแล้วหรือไง?”
ฉู่จ้านถูกสั่งสอนก็อับอาย “ผม… ผมไม่ได้คิดจะลงมือนะ ผมก็แค่… ก็แค่…”
หัวของเขาร้อนฉ่า ร่างกายเต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น จึงอยากระบายออกไปเท่านั้น
พอดีกับที่เด็กคนนี้ถอยออกไป
ฉู่จิงสั่งสอนฉู่จ้านไปหนึ่งรอบ หางตาเผลอเหลือบมองฉู่หร่านที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้
ซ่งเชียนหย่ากำลังปลอบลูกสาวตัวปลอมเสียงแผ่วเบา เธอก้มหน้าน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ พลางพูดเกลี้ยกล่อม “พี่รอง อย่าทะเลาะกับพี่สามเลยนะคะ”
ฉู่จิง “…”
แค่ได้ยินเสียงฉู่หร่าน ความรู้สึกเย็นยะเยือกน่าขนลุกก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ฉู่จิงหันหน้าหนีอย่างรีบร้อน บอกกับฉู่ลั่ว “มีเรื่องจะคุยไม่ใช่เหรอ? พวกเราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ”
เขาเดินนำออกไปก่อน
ฉู่ลั่วจูงมือเสี่ยวยาออกจากห้องพักผู้ป่วย
…
ทั้งสามคนมาที่ห้องพักรับรอง
ตึกผู้ป่วยวีไอพีมีบริการดีกว่าตึกผู้ป่วยทั่วไป ภายในห้องพักรับรองมีขนม ผลไม้ และของกินเตรียมไว้มากมาย
เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เข้า ดวงตาของเสี่ยวยาก็เป็นประกาย
ฉู่ลั่วปล่อยมือ แล้วบอกกับเธอว่า “อยากกินอะไรก็เอาเลย”
เสี่ยวยารีบวิ่งไปหากองขนมกองโตทันที
ฉู่ลั่วกับฉู่จิงนั่งอยู่บนโซฟา ทั้งสองคนต่างมองเด็กผู้หญิงตัวน้อย
เสี่ยวยาหยิบขนมขึ้นมาอันหนึ่งแล้วยิ้มตาหยีมองฉู่ลั่ว แต่พอเห็นฉู่จิง แววตาของเธอก็ดุร้ายราวกับสัตว์ร้ายตัวเล็ก ๆ ไม่มีผิด
ฉู่จิงกอดอก “ฉันไม่เคยทำอะไรเสี่ยวยาเลยนะ ทำไมเธอถึงปฏิบัติกับฉันต่างจากคนอื่น?”
ฉู่ลั่ว “…”
เขาไม่ได้คาดหวังว่าน้องสาวจะตอบคำถามอยู่แล้ว “เธอบอกว่ามาหาฉันเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย เรื่องอะไร?”
ฉู่ลั่วเล่าเรื่องของเสี่ยวยาให้ฟังหนึ่งรอบ ฉู่จิงได้ฟัง สีหน้าก็มืดมนลง
เขาแอบก้มหน้ากัดฟัน “เดรัจฉานพวกนี้ เธอมาหาฉัน เพราะอยากให้ฉันช่วยตามหาพ่อของเสี่ยวยาใช่ไหม? มีลักษณะพิเศษของพ่อเธอหรือเปล่า? ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ มีเบาะแสอะไรบ้างล่ะ?”
ฉู่ลั่วไม่พูดอะไร สายตายังคงจ้องพี่ชายรองนิ่ง ๆ
ฉู่จิงถาม “ไม่มีเบาะแสเหรอ ไม่มีสักนิดเลยเหรอ? ถ้าอย่างนั้นคงหาไม่ง่ายแล้ว… คงต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ดูว่ามีดีเอ็นเอที่ตรงกันหรือเปล่า”
“ฉันทำนายดูแล้ว… เสี่ยวยาเป็นลูกสาวของคุณ”